บทที่ 28: ชุยปากลำโพง
ถ้าจะให้พูดถึงนิสัยใจคอแล้ว ป้าหวังหรือหวังชุนฮวากับป้าหลี่หรือหลี่ต้าหนิว ก็คงไม่ต่างอะไรกับชุยปากลำโพงสักเท่าไรนัก ไม่อย่างนั้นสองคนนี้คงไม่ถ่อมาถึงหน้าบ้านตระกูลเจียงเพื่อรอเผือกเรื่องชาวบ้าน แถมยังไม่เลิกปากว่าง นั่งจับกลุ่มซุบซิบเรื่องของบ้านเจียงกับบ้านโจวไม่เลิกรา
"อ้าวป้าชุย บ้านป้าไม่ได้มาทางนี้นี่นา"
ชุยปากลำโพง หรือชื่อจริงว่าชุยเอ้อร์ฮวา เดินตรงเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหวังชุนฮวากับหลี่ต้าหนิว พอได้ยินหวังชุนฮวาแซวแบบนั้น เธอก็ฉีกยิ้มกว้างอวดฟันขาว "แหม ก็เห็นว่ายังเหลือเวลาก่อนเข้างานอีกนิดหน่อย เลยแวะมาคุยกับพวกเธอแก้เซ็งน่ะสิ"
"เธอนี่มันว่างไม่เข้าเรื่องจริงๆ เลยนะ" หลี่ต้าหนิวค่อนขอด
"ดูพูดเข้าสิเพื่อน"
ถึงจะได้รับฉายาไม่น่าพิสมัยว่า ‘ปากลำโพง’ แต่ชุยเอ้อร์ฮวาก็ไม่ได้รู้สึกอับอายเลยสักนิด เธอรีบคว้าแขนของหวังชุนฮวากับหลี่ต้าหนิวให้ปลีกตัวไปอยู่ข้างทาง ก่อนจะสอดส่ายสายตามองซ้ายมองขวาจนแน่ใจว่าไม่มีใครผ่านมา ถึงได้กระซิบกระซาบด้วยเสียงที่เบาลง "นี่ๆ พวกเธอว่าเรื่องที่ลือกันเกี่ยวกับบ้านเจียงน่ะ มันจริงไหม"
"เรื่องอะไรของบ้านเจียงล่ะยะ" หวังชุนฮวาแกล้งถาม
ชุยปากลำโพงทำหน้าเหลือเชื่อ พลางเหลือบมองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่บอกว่า ‘แหม ทำเป็นไขสือไปได้’ ก่อนจะร่ายยาว “ก็คนทั้งหมู่บ้านเขารู้กันทั้งนั้นแหละว่าผู้ใหญ่บ้านเจียงกับเมียรักลูกสาวจะตาย ประคบประหงมอย่างกับไข่ในหิน แล้วพวกเธอคิดว่าสองผัวเมียนั่นจะทำเหมือนที่โจวต้าอิงพูดจริงๆ เหรอ ที่ว่าพอหลีเป่าโดนบ้านโจวถอนหมั้นจนเสียหน้า ก็เลยจับยัดให้ไปแต่งกับพ่อม่ายลูกติดน่ะ”
"มันจะจริงไม่จริงแล้วมันจะทำไมล่ะ" หวังชุนฮวาพูดขึ้น "อีกอย่างนะ ฉันคนหนึ่งล่ะที่ไม่เชื่อว่าสองสามีภรรยาผู้ใหญ่บ้านจะคิดร้ายกับลูกสาวแท้ๆ ของตัวเองได้ลงคอ"
"เหอะน่าเชื่อตายล่ะ" ชุยปากลำโพงแค่นเสียง "พ่อม่ายแถมยังมีลูกติดพ่วงมาด้วยเนี่ยนะ จะเป็นคนดีศรีสังคมได้ยังไงกัน แล้วดูอย่างหลีเป่าสิ ถูกเลี้ยงมาอย่างคุณหนู เอาแต่ใจขนาดนั้น ขืนไปอยู่กับพ่อม่ายนั่นจริงๆ ชีวิตคู่จะไปได้สักกี่น้ำเชียว"
"เรื่องนี้เธอพูดผิดไปอย่างนะป้าชุย" หลี่ต้าหนิวแย้งขึ้นมา "หลีเป่าเป็นคนบอกเองว่าเต็มใจ แล้วก็เห็นว่าไปจดทะเบียนกันเรียบร้อยแล้วด้วย"
"ถ้าเป็นอย่างที่ว่าจริงๆ ล่ะก็ ฉันพนันได้เลยว่าหลีเป่าไม่มีทางอยู่อย่างสบายในบ้านพ่อม่ายนั่นแน่ พูดกันแบบไม่เกรงใจเลยนะ เผลอๆ ไม่ทันไรก็คงได้เห็นหลีเป่าร้องไห้ขี้มูกโป่งวิ่งแจ้นกลับมาฟ้องพ่อฟ้องแม่แหงๆ"
"โถ่เอ๊ย เรื่องแบบนี้เก็บไว้เมาท์กันลับหลังก็พอน่า ขืนผู้ใหญ่บ้านกับเมียแกได้ยินเข้า มีหวังได้มาฉีกอกเธอแน่"
หวังชุนฮวาอดปรามไม่ได้ แม้ในใจจะเห็นด้วยกับคำพูดของชุยปากลำโพงทุกอย่าง แต่การตั้งตารอสมน้ำหน้าคนอื่นอยู่เงียบๆ กับการเที่ยวโพนทะนาความคิดของตัวเองออกมาโต้งๆ มันต่างกันราวฟ้ากับเหว ไม่รู้หรือไงว่าทำแบบนี้มันโง่สิ้นดี
ชุยปากลำโพงเชิดหน้าเบะปากอย่างไม่ยี่หระ "ก็ให้มันมาฉีกเลยสิ คิดว่าฉันจะกลัวรึไง"
"แต่จะว่าไปแล้วนะ" หวังชุนฮวาเปลี่ยนเรื่อง "ต้นตอของเรื่องทั้งหมดระหว่างหลีเป่ากับไอ้หนุ่มบ้านโจวน่ะ มันก็มาจากยัยปัญญาชนซูที่เป็นนางจิ้งจอกนั่นไม่ใช่หรือไง ไม่งั้นไอ้หนุ่มบ้านโจวจะขอยกเลิกงานแต่งกับหลีเป่าทำไมกัน พอยกเลิกปุ๊บก็มีข่าวออกมาทันทีว่าไปคบหากับปัญญาชนซูคนนั้น แถมวันนี้โจวต้าอิงยังประกาศโต้งๆ อีกว่าปัญญาชนซูคือว่าที่ลูกสะใภ้คนเล็กของบ้าน ดูยังไงยัยนั่นก็ไม่บริสุทธิ์ ดีไม่ดีอาจจะเป็นตัวการสำคัญที่ทำให้เรื่องของหลีเป่ากับไอ้หนุ่มบ้านโจวต้องจบลงแบบนี้ก็ได้"
หากเจียงหลีได้ยินบทวิเคราะห์เฉียบคมของหวังชุนฮวาเข้า มีหวังเธอคงต้องยกนิ้วให้พร้อมกับอุทานในใจว่า ‘นี่มันเชอร์ล็อก โฮมส์กลับชาติมาเกิดชัดๆ’
"ถุย" ชุยปากลำโพงถ่มน้ำลายลงพื้นอย่างไม่สบอารมณ์ "ยัยปัญญาชนซูนั่นน่ะนะเป็นนางจิ้งจอก หวังชุนฮวา เธอตาฝาดไปหรือเปล่า หน้าตาบ้านๆ แบบนั้นน่ะเหรอจะเอาอะไรมาเทียบกับหลีเป่าได้"
"ก็เทียบไม่ได้น่ะสิ"
"อ้าว แล้วเมื่อกี้เธอพูดพล่ามอะไรของเธอ"
หลี่ต้าหนิวเห็นท่าไม่ดีเลยรีบหัวเราะกลบเกลื่อน "ใจเย็นๆ สิเอ้อร์ฮวา ที่ชุนฮวาจะสื่อก็คือ ถึงยัยปัญญาชนซูจะเหมือนนางจิ้งจอก แต่หลีเป่าของเราน่ะสวยหยาดเยิ้มอย่างกับนางฟ้า แน่นอนว่าเทียบกันไม่ติดอยู่แล้ว"
ชุยปากลำโพงยังคงไม่เข้าใจ "ในเมื่อเทียบไม่ติดฝุ่น แล้วทำไมไอ้หนุ่มบ้านโจวถึงทิ้งหลีเป่าไปคบกับยัยปัญญาชนซูอะไรนั่นได้ล่ะ"
หลี่ต้าหนิวถอนหายใจก่อนจะให้คำตอบ "พวกนางจิ้งจอกน่ะเก่งเรื่องใช้มารยาหลอกล่อผู้ชายจะตายไป หน้าตาน่ะมันเรื่องรอง"
[จบบท]