บทที่ 280 คุณกำลังเขินอยู่ใช่ไหม
ลั่วเยี่ยนชิงพยักหน้ารับคำ เจียงหลีจึงเดินออกจากห้องนอนเพื่อไปรอเขาที่ลานหน้าบ้าน ไม่นานเกินรอ ประตูห้องก็ถูกเปิดออกอีกครั้งพร้อมกับการปรากฏตัวของชายหนุ่มในชุดใหม่เอี่ยม
เจียงหลีที่กำลังยืนรออยู่ถึงกับต้องยกมือขึ้นทาบอกเบาๆ ขณะที่ในใจร้องตะโกนก้องว่าเขาหล่อมาก!
เสื้อโค้ทกันลมสีดำยาวระดับเข่าที่เขาสวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตาด้านใน บวกกับกางเกงลำลองสีดำสนิท ยิ่งขับให้รูปร่างสูงโปร่งของเขาดูสง่างามจับตามากขึ้นไปอีก ทั้งยังเสริมส่งให้บุคลิกที่ดูเย็นชาและสูงส่งตามธรรมชาติของเขาโดดเด่นอย่างถึงที่สุด
“เป็นอะไรไปเหรอครับ”
น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้น เมื่อเห็นว่าเธอยืนนิ่งจ้องมองเขาไม่วางตา ลั่วเยี่ยนชิงคิดว่าการแต่งตัวของตัวเองอาจจะมีอะไรไม่เรียบร้อย เขาจึงก้มหน้าลงสำรวจตัวเองอย่างรวดเร็ว แต่ก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ชายหนุ่มจึงเงยหน้าขึ้นสบตากับภรรยาอีกครั้ง ดวงตาสีนิลคมกริบฉายแววสงสัยอย่างปิดไม่มิด
เจียงหลีส่ายหน้าช้าๆ ดวงตาคู่สวยเปล่งประกายสดใส เธอเอ่ยชมจากใจจริง “หล่อมากค่ะ”
ดูเหมือนคำชมเพียงสั้นๆ จะยังไม่จุใจ เธอจึงไล่สายตามองสำรวจเขาตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนอีกรอบ ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มสวยจะคลี่ยิ้มกว้าง พร้อมกับเอ่ยประโยคต่อมา “สามีของฉันหล่อจริงๆ ไม่ว่าจะใส่ชุดไหนก็ดูดีไปหมดเลย”
คำพูดของเธอทำให้ลั่วเยี่ยนชิงชะงักไปเล็กน้อย และในจังหวะนั้นเอง เจียงหลีก็ไม่รอช้า เธอรีบก้าวเท้าฉับๆ เข้าไปหาเขาในระยะประชิด แล้วเขย่งปลายเท้าขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะเอื้อมแขนทั้งสองข้างไปโอบรอบลำคอของเขาเอาไว้ จากนั้นก็ออกแรงรั้งเบาๆ ให้ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาหา ก่อนจะประทับจูบลงบนหน้าผากของเขาเสียงดัง “จุ๊บ” หนึ่งที
ลั่วเยี่ยนชิงตั้งใจจะเบี่ยงตัวหลบตามสัญชาตญาณ แต่การกระทำที่ต่อเนื่องและรวดเร็วของเจียงหลีทำให้เขาไม่มีโอกาสได้ทำอย่างที่คิด
“คุณรังเกียจฉันเหรอคะ”
แววตาน้อยใจฉายชัดขึ้นมาในดวงตาคู่สวยของเธอทันที เจียงหลีถอยหลังออกมาสองก้าว พลางทำหน้าบึ้งจ้องมองการกระทำของเขาอย่างคาดคั้น
“ไม่ ไม่ใช่ครับ...”
สัญชาตญาณการเอาตัวรอดของลั่วเยี่ยนชิงทำงานในเสี้ยววินาที เขาปฏิเสธเสียงหลงพร้อมกับโบกไม้โบกมือเป็นพัลวัน “ผมแค่กลัวว่าจะทำให้คุณติดหวัด” เขาอธิบายด้วยน้ำเสียงร้อนรน เพราะกลัวเหลือเกินว่าภรรยาคนสวยจะเข้าใจผิดไปไกล
เจียงหลีเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “แต่คุณใส่หน้ากากอนามัยอยู่นะคะ แล้วอีกอย่าง ฉันก็แค่จูบหน้าผากคุณเองนะ”
“ผมขอโทษครับ” ลั่วเยี่ยนชิงยอมรับผิดแต่โดยดี
ถึงแม้จะมีหน้ากากอนามัยบดบังใบหน้าอยู่ แต่ใบหูที่แดงก่ำราวกับลูกตำลึงสุกก็ฟ้องทุกอย่าง มันเผยให้เห็นความรู้สึกในใจของเขาได้อย่างชัดเจนว่ากำลังประหม่าและร้อนรนมากแค่ไหน
เจียงหลีไม่ได้ตอบรับคำขอโทษนั้น แต่กลับพูดด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจว่า “คุณกำลังเขินอยู่” นี่ไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริง
ดวงตาหางหงส์ของเธอโค้งงอจนกลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี เธอก้าวเข้าไปหาเขาอีกครั้ง ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่แฝงความนัยบางอย่างว่า “คุณเป็นของฉัน ไม่ว่าฉันจะจูบคุณ หรือทำอะไรคุณ มันก็เป็นสิทธิ์ของฉัน จริงไหมคะ”
ยังไม่ทันที่ลั่วเยี่ยนชิงจะได้ประมวลผลคำพูดของเธอ เจียงหลีก็หัวเราะออกมาเบาๆ แล้วหมุนตัวเดินนำเข้าไปในสวน พร้อมกับทิ้งท้ายไว้ว่า “อย่าลืมเข็นรถเข็นไปด้วยนะคะ”
ลั่วเยี่ยนชิงยืนนิ่งแข็งทื่ออยู่กับที่ เขามองตามแผ่นหลังที่บอบบางอรชรของเธอไป พลางทบทวนคำพูดเมื่อสักครู่ในหัว ‘คุณเป็นของฉัน’ ใบหน้าของเขาก็ยิ่งร้อนผ่าวขึ้นกว่าเดิม
หัวใจของเขาเต้นรัวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ ความรู้สึกอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วทั้งใจ... ใช่แล้ว พวกเขาเป็นสามีภรรยากัน ความสัมพันธ์ของพวกเขาได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย เพราะฉะนั้น เขาจึงเป็นของเธอ และเธอก็เป็นของเขาเช่นกัน
เมื่อคิดได้แบบนั้น รอยยิ้มจางๆ ก็ปรากฏขึ้นในดวงตาที่เคยเรียบเฉยของเขา มุมปากที่ซ่อนอยู่ใต้หน้ากากอนามัยยกสูงขึ้นเล็กน้อย ลั่วเยี่ยนชิงสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะก้าวขายาวๆ เข็นรถเข็นเดินตามภรรยาสุดที่รักของเขาไปทันที
ณ หน้าประตูโรงเรียนอนุบาล
“เจียงหลี! วันนี้เธอมาสายนะเนี่ย”
เจียงหลีเหลือบไปเห็นอู๋เยว่ยืนอยู่ไม่ไกล จึงหันไปบอกลั่วเยี่ยนชิงให้ไปต่อแถวรอรับลูกทางฝั่งผู้ปกครองของห้องเรียนเล็ก 1 ส่วนตัวเองก็เดินตรงไปหาเพื่อนพร้อมกับตอบว่า “พอดีที่บ้านมีธุระนิดหน่อยน่ะ เลยออกมาช้ากว่าปกติไปเกือบ 10 นาที”
อู๋เยว่ชะเง้อมองตามแผ่นหลังของลั่วเยี่ยนชิงไปแวบหนึ่ง ก่อนจะหันกลับมากระซิบกระซาบกับเจียงหลี เธอเอามือป้องปาก ทำตาโตอย่างมีเลศนัย “แหม สงสัยมัวแต่สวีทกับสามีอยู่ที่บ้านจนลืมเวลาล่ะสิท่า”
เจียงหลีแสร้งทำเป็นงง “สามีฉันเนี่ยนะ เธอแน่ใจเหรอว่าพูดไม่ผิดคน”
[จบบท]