บทที่ 293 มีเรื่องอยากให้น้องช่วย
แม้ในใจจะอาลัยอาวรณ์อยู่บ้าง แต่เจียงหลีก็รู้ดีว่าหน้าที่การงานของคนตรงหน้านั้นสำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด เขาต้องกลับไปทำงานที่หน่วยงานซึ่งเป็นภารกิจที่ยิ่งใหญ่ เธอจึงเลือกที่จะเก็บความรู้สึกส่วนตัวเอาไว้ ไม่แสดงออกทั้งทางคำพูดและการกระทำที่จะเป็นการเหนี่ยวรั้งเขา
เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปไวเสมอ เสียงรถยนต์ที่แล่นมาจอดเทียบหน้าประตูบ้านพัก ตามด้วยเสียงเคาะประตูที่ดังขึ้นเป็นสัญญาณเตือนว่าถึงเวลาจากกันแล้ว ลั่วเยี่ยนชิงหยิบกระเป๋าเดินทางที่วางเตรียมไว้ขึ้นมาถือ เอ่ยลาภรรยาสั้นๆ
"ผมไปแล้วนะครับ"
เจียงหลีพยักหน้ารับเบาๆ "ค่ะ"
ทั้งสองคนเดินเคียงกันออกจากห้องนั่งเล่น บรรยากาศเงียบสงบมีเพียงเสียงฝีเท้าที่ดังคลอเบาๆ แต่เมื่อใกล้จะถึงประตูรั้ว เจียงหลีก็ตัดสินใจหยุดเดินแล้วเรียกชื่อเขาเอาไว้ "ลั่วเยี่ยนชิง"
"ครับ?"
ร่างสูงสง่าหยุดชะงักตามเสียงเรียก เขาหันกลับมาเผชิญหน้ากับเธอ ดวงตาคมกริบสีรัตติกาลฉายแววไม่เข้าใจอย่างชัดเจน
เจียงหลีส่งยิ้มหวานให้เขา ก่อนจะค่อยๆ เขย่งปลายเท้าขึ้นจนสุดความสูง แล้วประทับรอยจูบแผ่วเบาลงบนแก้มสากของชายหนุ่ม หลังจากนั้น เธอก็ถอยกลับมายืนตามเดิมแล้วใช้นิ้วชี้ไปที่แก้มขวาของตัวเอง มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่ม แววตาที่ส่งไปนั้นเต็มไปด้วยความคาดหวังโดยไม่ต้องเอ่ยคำใด
ลั่วเยี่ยนชิงยืนนิ่งไปชั่วครู่ กว่าจะตั้งสติได้ ความร้อนก็เริ่มแผ่ซ่านจากใบหู ลามไปทั่วลำคอ ก่อนที่ทั้งใบหน้าหล่อเหลาจะขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างเห็นได้ชัด
"มันต้องแลกกันสิคะ"
เมื่อเห็นเขายังคงนิ่งอึ้ง เจียงหลีจึงแกล้งชี้นิ้วไปที่แก้มของตัวเองอีกครั้ง เป็นการเร่งเร้าอย่างน่ารัก
ในที่สุด ลั่วเยี่ยนชิงก็ยอมขยับตัว เขากลั้นความรู้สึกประหม่าเอาไว้แล้วก้มหน้าลงไปหอมแก้มนวลเนียนของภรรยาเบาๆ หนึ่งครั้ง ก่อนจะผละออกมาแล้วกำชับ "ดูแลตัวเองดีๆ นะ มีเรื่องอะไรต้องโทรหาผมนะ"
ดวงตาคู่สวยของเจียงหลีหรี่ลงจนโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว "รับทราบค่ะ คุณเองก็ต้องดูแลสุขภาพให้ดีเหมือนกัน ห้ามหักโหมจนป่วยอีกเด็ดขาดนะคะ"
เธอเดินไปส่งเขาที่ประตู ยืนมองรถจี๊ปคันสีเขียวทหารเคลื่อนตัวออกไปจนลับสายตาแล้วจึงหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้านพัก
"แม่ครับ พ่อไม่อยู่แล้วเหรอครับ กลับไปทำงานแล้วใช่ไหม"
พอเด็กๆ กลับจากโรงเรียนอนุบาลในช่วงบ่าย สองฝาแฝดก็ไม่เห็นเงาของพ่อ ลั่วหมิงหานจึงเป็นคนเอ่ยปากถามขึ้นก่อน
เจียงหลีตอบรับในลำคอ "ใช่จ้ะ"
"พ่อกลับมาคราวนี้ อยู่บ้านกับพวกเราแค่ 3 วันเอง" หนูน้อยลั่วหมิงเวยกางนิ้วเล็กๆ ของตัวเองออกมานับทวนไปมา สีหน้าและแววตาบ่งบอกถึงความผิดหวังอย่างไม่ปิดบัง
"ใช่แล้วจ้ะ อยู่แค่ 3 วันเท่านั้น แต่ที่พ่อกลับมาครั้งนี้ก็เพราะไม่สบาย ต้องมาพักรักษาตัว ตอนนี้พ่อหายดีแล้ว ก็ต้องกลับไปทำงานของพ่อตามเดิม ถ้าพ่อไม่กลับไป งานสำคัญหลายอย่างก็จะไม่มีคนทำ แล้วจะส่งผลกระทบกับเรื่องใหญ่ๆ ได้นะลูก"
เมื่อได้ฟังคำอธิบายจากแม่ สองฝาแฝดก็พยักหน้าเข้าใจแต่โดยดี "หานหาน (เวยเวย) เข้าใจแล้วครับ/ค่ะ!" ที่แท้พ่อก็มีภารกิจสำคัญต้องไปจัดการ ไม่ใช่ว่าไม่อยากอยู่เล่นกับพวกเขาสองคน
***
ยิ่งนานวันอากาศก็ยิ่งหนาวเหน็บ เจียงหลีจึงเริ่มเตรียมการสำหรับฤดูหนาวที่กำลังจะมาถึง เธอซื้อผักกาดขาวกับหัวไชเท้ามาเก็บตุนไว้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ยังสั่งซื้อถ่านหินอัดก้อนอีกหลายร้อยลูกและถ่านหินสำหรับให้ความร้อนอีกมากพอที่จะใช้ได้ตลอดทั้งฤดู
"หลีเป่า เรียบร้อยแล้วนะ"
เจียงกั๋วอันเลือกมาหาน้องสาวในวันหยุดสุดสัปดาห์ จริงๆ แล้วเขาตั้งใจจะมาขอความช่วยเหลือเรื่องที่ค่อนข้างลำบากใจ แต่พอมาถึงก็เห็นว่าเจียงหลีกำลังง่วนอยู่กับการติดตั้งเตาผิงพอดี ด้วยความที่เป็นห่วงน้องสาวและหลานๆ เขาจึงอาสารับหน้าที่นี้มาทำเองอย่างแข็งขัน
หลังจากง่วนอยู่กับการติดตั้งนานกว่าชั่วโมง ในที่สุดเตาผิงทรงอ้วนกลมที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางห้องนั่งเล่นก็เริ่มทำงาน ท่อส่งความร้อนที่เชื่อมต่อไปยังห้องนอนของเด็กทั้งสามและห้องนอนใหญ่ก็ค่อยๆ อุ่นขึ้นทีละน้อย
เพื่อความปลอดภัย เจียงกั๋วอันจัดการพันเทปตรงข้อต่อทุกจุดของท่อส่งความร้อนซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบจนแน่นหนา เขาตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนจนแน่ใจว่าจะไม่มีแก๊สรั่วไหลออกมาได้ ก่อนจะหันมายิ้มกว้างอวดฟันขาวสะอาดให้น้องสาว เป็นสัญญาณว่าภารกิจนี้สำเร็จลุล่วงด้วยดี
สองฝาแฝดตบมือแปะๆ เลียนแบบแมวน้ำ ส่งเสียงเจื้อยแจ้วชื่นชม "ว้าว! ลุงห้าสุดยอดไปเลย!"
"เหนื่อยหน่อยนะคะพี่ห้า นั่งพักดื่มอะไรอุ่นๆ ก่อนสิ"
เจียงหลียื่นแก้วเหล็กเคลือบบรรจุนมมอลต์สกัดอุ่นๆ ให้พี่ชาย "พอมีเตาผิงนี่แล้ว พวกเราสี่แม่ลูกก็สบายแล้ว ไม่ต้องทนหนาวอีกต่อไป"
"บ้านที่มีเด็กเล็กยังไงก็ต้องติดเตาผิง ไม่อย่างนั้นอากาศในบ้านจะเย็นเกินไป เดี๋ยวเด็กๆ จะป่วยเอาได้ง่ายๆ" เจียงกั๋วอันรับแก้วไปดื่มแก้กระหาย ก่อนจะนึกถึงจุดประสงค์ที่มาในวันนี้ขึ้นได้ "ที่พี่แวะมาวันนี้ จริงๆ แล้วมีเรื่องอยากจะให้น้องช่วยหน่อย"
"ถ้าอย่างนั้นเราเข้าไปคุยกันในห้องหนังสือดีกว่าค่ะ"
พูดจบเจียงหลีก็หันไปกำชับลูกชายคนโต "รุ่ยรุ่ย ดูแลน้องๆ เล่นกันอยู่ในห้องนั่งเล่นนะลูก แล้วก็จำที่แม่บอกไว้ให้ดี ห้ามเข้าไปใกล้เตาผิงเด็ดขาดเลยนะ มันร้อนมาก เดี๋ยวจะโดนลวกมือเอาได้"
[จบบท]