บทที่ 297 นี่เธอใจอ่อนกับเขาแล้วหรือไง
หยางจื่อเจวียนชี้มือที่สั่นเทาเล็กน้อยไปยังเจียงหลีเพื่อคาดคั้นเอาคำตอบสุดท้ายจากเจียงกั๋วอัน ในใจของเธอกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง เธอชอบรูปลักษณ์ของเขามากจริงๆ ตั้งแต่จำความได้จนถึงตอนนี้ เขาเป็นผู้ชายที่ดูดีที่สุดเท่าที่เธอเคยพบเจอมาในชีวิต
เขาคือคนที่เธอวาดฝันเอาไว้ อยากจะใช้ชีวิตร่วมกัน อยากจะแต่งงานด้วย!
แต่คำตอบที่ได้รับกลับเป็นการพยักหน้ารับอย่างหนักแน่นโดยปราศจากความลังเลใดๆ จากเจียงกั๋วอัน
“...”
หยางจื่อเจวียนกัดริมฝีปากแน่น แม้จะรู้คำตอบดีอยู่แล้ว และรู้ว่าตัวเองนั้นด้อยกว่าผู้หญิงคนนี้ในทุกๆ ด้าน แต่เธอก็ยังไม่อาจยอมรับความพ่ายแพ้ได้ง่ายๆ เธอหันสายตากลับไปจ้องหน้าเจียงหลีอย่างท้าทาย
“ตราบใดที่พวกเธอยังไม่ได้แต่งงานกัน ฉันก็ยังมีโอกาส!”
เมื่อประกาศเจตนารมณ์ของตัวเองออกไปแล้ว เธอก็ฝืนกลั้นความรู้สึกอัปยศอดสูเอาไว้ แล้วหันกลับไปหาเจียงกั๋วอันอีกครั้ง
“ฉะ...ฉันรู้ว่าใครๆ ก็พูดกันว่าฉันเป็นคนไม่ดี แต่เพื่อคุณแล้วฉันยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองทุกอย่าง เจียงกั๋วอัน ขอร้องล่ะ เชื่อใจฉันสักครั้งได้ไหม ฉันชอบคุณจริงๆนะ อยากจะคบกับคุณอย่างจริงจัง ฉันสาบานได้เลยว่าคุณไม่เหมือนกับผู้ชายคนไหนที่ฉันเคยผ่านมาเลยนะ...”
เจียงกั๋วอันขมวดคิ้วมุ่นด้วยความรำคาญ “สหายหยางจื่อเจวียน คุณไม่จำเป็นต้องมาพูดอะไรแบบนี้กับผม ผมจำได้ว่าผมเคยปฏิเสธคุณไปอย่างชัดเจนหลายต่อหลายครั้งแล้วว่าผมไม่ได้สนใจคุณเลยแม้แต่น้อย ได้โปรดอย่ามายุ่งวุ่นวายกับผมอีก ตอนนี้แฟนของผมก็ยืนอยู่ตรงนี้ทั้งคน ถ้าคุณยังพอมีความละอายใจอยู่บ้าง ก็ควรจะรีบไปจากที่นี่ซะ อย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก”
ผู้หญิงคนนี้ดูท่าจะพูดด้วยดีๆ ไม่รู้เรื่อง
หยางจื่อเจวียนสะดุ้ง ถอยหลังไปสองก้าว เธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่แสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครเห็น เธอเชิดหน้าขึ้น จ้องมองเจียงกั๋วอันด้วยแววตาแข็งกร้าว “นี่คุณไม่กลัวหรือไงว่าฉันจะทำให้คุณถูกไล่ออกได้น่ะ หรือว่าคุณไม่เชื่อว่าฉันมีปัญญาทำแบบนั้นได้จริงๆ”
สีหน้าของเจียงกั๋วอันเรียบสนิท ไม่แสดงความรู้สึกใดๆ “เชิญเลย”
เขาตอบสั้นๆ ก่อนจะหันไปหาน้องสาว “หลีเป่า เราไปกันเถอะ”
“ค่ะ”
เจียงหลีขานรับ แล้วเดินเคียงข้างไปกับพี่ชายของเธอทันที
หยางจื่อเจวียนได้แต่ยืนมองแผ่นหลังของคนทั้งคู่ที่เดินจากไปจนลับสายตา ในที่สุดกำแพงแห่งความอดทนที่สร้างขึ้นก็พังทลายลงมา เธอปล่อยให้น้ำตาแห่งความพ่ายแพ้ไหลอาบแก้มทั้งสองข้างอย่างไม่อาจห้ามได้
“ผู้หญิงคนนั้นดูเหมือนจะชอบพี่ห้าจริงๆ นะคะ”
หลังจากที่เดินออกมาไกลพอสมควรแล้ว เจียงหลีก็เอ่ยขึ้นพลางเหลือบมองใบหน้าหล่อเหลาของพี่ชาย “ถึงนิสัยเธอจะดูไม่ค่อยน่ารัก แถมยังเอาแต่ใจไปสักหน่อย แต่ถ้าลองมองอีกมุมหนึ่ง ฉันว่าเธอก็ดูเป็นคนซื่อๆ คนหนึ่งเลยนะคะ อีกอย่าง ถึงเธอจะเคยมีแฟนมาเยอะ แต่ฉันว่าอย่างมากก็คงแค่จูงมือกันเท่านั้นแหละ...”
“นี่เธอจะสื่ออะไรกันแน่ หรือว่าอยากให้พี่ชายคนนี้กลับไปคืนคำพูดที่เพิ่งพูดไปเมื่อกี้”
เจียงกั๋วอันหันมามองน้องสาวแท้ๆ ของตัวเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความประหลาดใจ
“พี่แน่ใจแล้วจริงๆ เหรอคะ ว่าไม่ได้รู้สึกอะไรกับผู้หญิงคนนั้นเลย”
สายตาของพี่ชายทำให้เจียงหลีรู้สึกเก้อเขินขึ้นมา เธอไอออกมาเบาๆ สองสามครั้งแล้วหัวเราะแก้เก้อ ขณะเดียวกันก็คอยจับสังเกตปฏิกิริยาของเขาไปด้วย
“ถ้าพี่คิดอะไรกับเธอแม้แต่ปลายเล็บ น้องคิดว่าพี่จะลำบากมาขอให้ช่วยทำไมกันล่ะ” เจียงกั๋วอันตอบกลับพลางส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ ก่อนจะย้อนถาม “อะไรกัน นี่น้องใจอ่อนกับเธอคนนั้นแล้วรึไง”
เจียงหลีรีบปฏิเสธทันควัน “จะเป็นไปได้ยังไงกันคะ! เรื่องความรักมันเป็นเรื่องละเอียดอ่อนของคนสองคน คนนอกอย่างเราจะไปเปลี่ยนแปลงอะไรได้ ฉันก็แค่รู้สึกว่าสหายหยางคนนั้นอาจจะจริงใจกับพี่อยู่บ้าง ที่เธอเป็นแบบนี้ก็คงเพราะถูกทางบ้านตามใจจนเคยตัว เลยทำให้ทำอะไรตามใจตัวเองไปหน่อย ออกจะดูไร้เดียงสาและเผด็จการไปบ้างก็เท่านั้นเอง”
“เอาเถอะน่า เรื่องของคนอื่นจะดีจะร้ายยังไงก็ไม่เกี่ยวกับเราทั้งนั้น เลิกพูดถึงคนนั้นได้แล้ว”
‘คนนั้น’ ที่ว่านี้ย่อมหมายถึงหยางจื่อเจวียนอย่างไม่ต้องสงสัย
เจียงหลีรับคำสั้นๆ ว่า “อ้อ”
เจียงกั๋วอันเปลี่ยนเรื่องคุย “โรงอาหารของที่ทำงานพี่ทำอาหารอร่อยใช้ได้เลยนะ เดี๋ยวพี่จะพาไปชิมสักหน่อย ถือโอกาสพาเธอไปเปิดตัวให้พวกที่ชอบพูดจาไร้สาระได้หุบปากไปเลยด้วย”
คำพูดนั้นทำให้เจียงหลีอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “ไม่ยักรู้เลยนะคะว่าพี่ชายของฉันก็เป็นคนเจ้าคิดเจ้าแค้นกับเขาเหมือนกัน”
เจียงกั๋วอันเอื้อมมือมาดีดหน้าผากมนของน้องสาวเบาๆ ทีหนึ่ง “นี่มันไม่ใช่เรื่องเจ้าคิดเจ้าแค้น แต่มันเป็นเรื่องของชื่อเสียงและเกียรติยศของพี่ชายเธอคนนี้ต่างหาก”
[จบบท]