บทที่ 329: คุณว่าพ่อหนุ่มลั่วคนนั้นเป็นคนยังไง
อาการเขินอายที่แสดงออกอย่างไม่รู้ตัวทำให้ลั่วเยี่ยนชิงต้องรีบเบือนหน้าไปทางอื่นแก้เก้อ เขายกกำปั้นขึ้นมาจรดริมฝีปาก ไอแค่กๆ ออกมาสองสามทีเพื่อกลบเกลื่อนปฏิกิริยาแปลกๆ ของตัวเองที่เกิดขึ้นเพราะคำพูดของเจียงหลี
"คนอะไรหน้าบางเป็นบ้า"
เจียงหลีแอบขำกับท่าทีนั้น ก่อนจะเอ่ยแซวออกมาเบาๆ แล้วเปลี่ยนเรื่องชวนลั่วเยี่ยนชิงที่ยังคงยืนนิ่งอยู่ให้มาช่วยกัน "เอาล่ะๆ มาช่วยกันยกกับข้าวไปที่โต๊ะกันดีกว่าค่ะ ที่คุณทำเสร็จแล้วจะได้ไม่เย็นชืดไปซะก่อน"
***
เมื่อทุกคนมาพร้อมหน้ากันที่ห้องนั่งเล่น บรรยากาศของวันสิ้นปีก็อบอวลไปทั่วทั้งบ้าน
เจียงหลียืนมองอาหารมื้อค่ำวันรวมญาติจานใหญ่ที่ถูกจัดวางเรียงรายจนเต็มโต๊ะ ก่อนจะเริ่มทำหน้าที่เป็นพิธีกรจำเป็นแนะนำเมนูอาหารแต่ละจานให้ย่าอวี๋ เหล่าเซียว ลั่วเยี่ยนชิง เจียงกั๋วอัน และลูกๆ ทั้งสามคนของเธอได้ฟัง
"จานแรกเลยนะคะ ไก่ตุ๋นหม้อนี้ คำว่า 'ไก่' ในภาษาจีนจะออกเสียงว่า 'จี' ซึ่งไปพ้องเสียงกับคำว่า 'จี๋' ที่แปลว่ามงคลค่ะ"
เธอชี้นิ้วไปยังไก่ตุ๋นหม้อใหญ่ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น ดวงตาคู่สวยเป็นประกายระยิบระยับ "คนจีนเลยเชื่อกันว่าถ้าได้กินไก่ในวันปีใหม่ ชีวิตในปีนั้นก็จะพบเจอแต่เรื่องดีๆ เป็นสิริมงคลไปตลอดทั้งปีเลยค่ะ"
พูดจบเธอก็เลื่อนสายตาไปยังจานถัดไป "ส่วนปลานึ่งจานนี้ คำว่า 'ปลา' หรือ 'อวี๋' ก็ไปพ้องเสียงกับคำว่า 'อวี๋' ที่แปลว่าเหลือกินเหลือใช้ ความหมายตรงตัวเลยก็คือขอให้ปีนี้เราทุกคนมีกินมีใช้ตลอดทั้งปี"
จากนั้นเจียงหลีก็ผายมือไปยังกุ้งลวกสีสวยน่าทาน "จานนี้เป็นกุ้งลวกค่ะ ที่เมืองกว่างโจวเขาจะเรียกกุ้งว่า 'ฮา' ซึ่งเสียงมันไปคล้ายกับเสียงหัวเราะ 'ฮาฮา' หนูเลยอยากให้ทุกคนที่อยู่ที่นี่ได้กินกุ้งจานนี้ แล้วจะได้มีแต่ความสุข หัวเราะได้ตลอดทั้งปี สุขภาพร่างกายแข็งแรงกันทุกคนเลยนะคะ"
หลังจากนั้น เจียงหลีก็ไล่แนะนำเมนูอื่นๆ ต่อไปไม่ว่าจะเป็นกุ้งเต้าหู้ไข่ตุ๋น รากบัวชุบแป้งทอด ซี่โครงหมูซานจา เป็ดตุ๋นหน่อไม้แห้ง เนื้อผัดพริกดอง และผัดผักรวมมิตร แต่ละเมนูล้วนมีความหมายดีๆ แฝงอยู่ทั้งสิ้น
ทันทีที่เจียงหลีอธิบายจบ เจ้าก้อนแป้งลั่วหมิงหานที่นั่งใช้สองมือเท้าคางจ้องมองอาหารตาแป๋วก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงสดใส "คุณแม่เก่งที่สุดในโลกเลยครับ กับข้าวทุกอย่างน่ากินแล้วก็หอมมากๆ เลย"
ลั่วหมิงเวยที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็ไม่ยอมน้อยหน้าพี่ชาย "คุณแม่สุดยอดที่สุดเลยค่ะ เวยเวยรักคุณแม่มากๆ เลยนะคะ"
ย่าอวี๋ที่นั่งฟังอยู่ก็ยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู "แค่เห็นหน้าตาก็รู้แล้วว่าต้องอร่อยแน่ๆ พอได้ฟังหลานอธิบายความหมายดีๆ ของแต่ละจานแล้ว ยิ่งทำให้อาหารมื้อนี้ดูพิเศษแล้วก็หอมกว่าเดิมขึ้นไปอีกนะเนี่ย ฝีมือทำกับข้าวของหลีเป่านี่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"
เหล่าเซียวที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็พยักหน้าเห็นด้วยกับทุกคำพูดพร้อมรอยยิ้ม
"ใช่เลยครับคุณย่า น้องสาวของผมน่ะทำอาหารเก่งมากๆ เลยนะครับ ผมว่าพ่อครัวในร้านอาหารของรัฐบางคนยังทำอร่อยสู้ฝีมือน้องสาวผมไม่ได้เลยด้วยซ้ำ"
พอได้ยินคนอื่นชมฝีมือของน้องสาว เจียงกั๋วอันก็รู้สึกปลื้มใจจนแก้มแทบปริ
ถ้าจะให้พูดถึงวัตถุดิบที่นำมาใช้ทำอาหารมื้อใหญ่ในวันนี้ ส่วนหนึ่งเจียงหลีก็ไปหาซื้อมาจากตลาด แต่ก็มีวัตถุดิบบางอย่าง เช่น เนื้อกุ้ง เนื้อวัว หรือเครื่องปรุงรสแปลกๆ ที่หาไม่ได้ตามท้องตลาดทั่วไป ซึ่งเธอแอบใช้แต้มในระบบแลกซื้อมาเพื่อเพิ่มความอร่อยให้กับอาหารมื้อพิเศษนี้โดยเฉพาะ
"คุณพ่อครับ คุณแม่ทำอาหารเยอะขนาดนี้ต้องเหนื่อยมากแน่ๆ เลย"
อยู่ๆ ลั่วหมิงหานก็โพล่งประโยคนี้ขึ้นมาเสียงดังฟังชัด
ลั่วเยี่ยนชิงที่ได้ยินลูกชายพูดแบบนั้นก็พยักหน้ารับเบาๆ "อืม"
ลั่วหมิงเวยเสริมขึ้นมาบ้าง "คุณแม่ต้องกินเยอะๆ นะคะ" ในความคิดของเด็กน้อย คุณแม่เหนื่อยทำอาหารให้ทุกคนกิน คุณแม่ก็ต้องกินเยอะๆ ด้วย
เจียงหลีส่งยิ้มหวานให้ลูกสาว "จ้ะ แม่จะกินเยอะๆ เลย เวยเวยก็ต้องกินเยอะๆ เหมือนกันนะลูก"
"ได้เลยค่า"
หนูน้อยรับคำอย่างแข็งขัน
เวลาผ่านไปเกือบชั่วโมง อาหารค่ำวันสิ้นปีที่แสนจะอบอุ่นและครึกครื้นก็จบลง
"หลีเป่า ย่ากับเหล่าเซียวต้องกลับแล้วล่ะ หนูอย่าลืมเรื่องที่เราคุยกันไว้นะ"
"คุณย่าวางใจได้เลยค่ะ หนูจำได้ขึ้นใจไม่มีวันลืมแน่นอนค่ะ"
หลังมื้อค่ำจบลง ไม่ว่าเจียงหลีจะพยายามรั้งย่าอวี๋ไว้แค่ไหน ท่านก็ยังยืนกรานว่าจะกลับให้ได้ เมื่อเห็นว่าคงเปลี่ยนใจท่านไม่ได้แล้ว เจียงหลีเลยต้องยอมแต่โดยดี
ลั่วเยี่ยนชิงไม่อยากให้ผู้สูงอายุทั้งสองต้องไปยืนรอรถโดยสารประจำทางนานๆ ท่ามกลางอากาศที่หนาวเหน็บ เขาจึงเดินไปยืมรถจี๊ปที่บ้านของผู้เฒ่าซ่งเพื่อจะไปส่งทั้งสองคนให้ถึงบ้านอย่างปลอดภัย
เจียงกั๋วอันเองก็มีน้ำใจ อาสาขอติดรถไปเป็นเพื่อนลั่วเยี่ยนชิงด้วยอีกแรง
"ขับรถดีๆ นะคะ ไม่ต้องรีบ ค่อยๆ ไป"
ตอนที่ลั่วเยี่ยนชิงกำลังจะออกรถ เจียงหลีก็เดินไปที่ประตูฝั่งคนขับแล้วเอ่ยกำชับด้วยความเป็นห่วง
"อืม"
เขาตอบรับในลำคอ ก่อนจะบอกเธอ "ข้างนอกอากาศเย็น คุณรีบเข้าบ้านไปเถอะ"
เจียงหลีพยักหน้ารับเบาๆ ก่อนจะถอยหลังออกมาสองสามก้าว เธอยืนมองไฟท้ายรถจนลับสายตาไปแล้วจึงค่อยหมุนตัวเดินกลับเข้าบ้าน
รถจี๊ปใช้เวลาเดินทางไปกลับราวๆ สี่สิบนาที
หลังจากที่รถของลั่วเยี่ยนชิงเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านของย่าอวี๋ไปแล้ว บรรยากาศเงียบสงบภายในบ้านก็ถูกทำลายลงด้วยคำถามของย่าอวี๋ที่เอ่ยถามเหล่าเซียวขึ้นมา "คุณว่าพ่อหนุ่มลั่วคนนั้นเป็นคนยังไง"
[จบบท]