บทที่ 332 แผนเด็ดของเจียงหลี
"พี่ล่ะสงสัยจริงๆ ว่าผู้หญิงคนนั้นเขามีสมองรึเปล่า หรือว่าไม่มียางอายกันแน่ ถึงได้ตามตอแยไม่เลิก ทั้งๆ ที่พี่ก็ปฏิเสธไปไม่รู้กี่รอบแล้ว!" เจียงกั๋วอันระบายความอัดอั้นตันใจออกมาอย่างหัวเสีย
เจียงหลีฟังแล้วก็ได้แต่เห็นใจพี่ชาย "ดูท่าแล้ว...พี่ห้าคงจะเจอของแข็งที่เรียกว่า 'คนคลั่งรัก' เข้าให้แล้วล่ะค่ะ"
เจียงกั๋วอันทวนคำด้วยความงุนงง "คนคลั่งรัก?" เป็นคำศัพท์ที่เขาไม่เคยได้ยินมาก่อนในชีวิต แล้วมันมีความหมายว่าอะไรกันล่ะนั่น
เจียงหลีจึงเริ่มอธิบายอย่างใจเย็น "อาการคลั่งรักก็คือ รูปแบบความคิดที่มองว่าความรักคือทุกสิ่งทุกอย่างของชีวิตค่ะ พูดง่ายๆ ก็คือ พอคนประเภทนี้ตกหลุมรักใครเข้าแล้ว เขาจะ 'เทหมดหน้าตัก' ทุ่มเททุกอย่างทั้งกายและใจไปให้กับคนที่ชอบและความรักที่ตัวเองวาดฝันไว้ จนบางครั้งก็เหมือนกับว่าสูญเสียความเป็นตัวของตัวเองไปเลย"
เธอเว้นช่วงให้พี่ชายได้ทำความเข้าใจ ก่อนจะเสริมต่อ "ถ้าจะให้พูดเป็นภาษาทางการหน่อย ในทางจิตวิทยาเขาจะเรียกอาการแบบนี้ว่า 'ภาวะยึดติดทางพยาธิวิทยา' หรือไม่ก็ 'ภาวะยึดติดแบบหมกมุ่น' น่ะค่ะ"
เจียงกั๋วอันถึงกับกุมขมับ "ถ้าเป็นอย่างที่น้องว่า งั้นพี่ก็ต้องทนให้เธอตามรังควานแบบนี้ไปเรื่อยๆ เลยเหรอ"
เจียงหลีปลอบใจ "ก็คงต้องเป็นแบบนั้น...จนกว่าเธอจะคิดได้เองนั่นแหละค่ะ แต่พี่ห้าก็อย่าเพิ่งกลุ้มใจไปเลยนะคะ พี่ก็ใช้ชีวิตของพี่ไปตามปกติ ทำงานไป ไม่ต้องไปให้ค่าหรือสนใจเธอก็สิ้นเรื่อง"
"การต้องทนเห็นคนที่เราเกลียดมาเดินป้วนเปี้ยนให้รกหูรกตาทุกวัน น้องเข้าใจความรู้สึกของพี่ไหม" แววตาของเจียงกั๋วอันฉายชัดถึงความเบื่อหน่ายเต็มประดา
"พี่รำคาญจนแทบทนไม่ไหวแล้วด้วยซ้ำ อยากจะจับเธอโยนออกไปให้ไกลๆ ให้พ้นสายตาไปเลย"
เจียงหลีเผลอหลุดขำออกมาเบาๆ "ฉันเข้าใจความรู้สึกของพี่ดีค่ะ"
เจียงกั๋วอันเหลือบมองอย่างไม่เชื่อสายตา "แน่ใจเหรอว่าเข้าใจความรู้สึกของพี่จริงๆ"
เธอยิ้มพร้อมกับพยักหน้า "ก็พี่เพิ่งจะพูดเองไม่ใช่เหรอคะ ว่ารำคาญจนทนไม่ไหวแล้ว ถ้าจะให้ขยายความก็คือ ผู้หญิงคนนั้นได้เข้ามาสร้างความปั่นป่วนในชีวิตประจำวันของพี่เรียบร้อยแล้ว เธอกำลังสร้างปัญหาใหญ่ให้พี่ หรืออาจจะถึงขั้นทำให้พี่เจ็บปวดใจก็ได้"
"เรื่องเจ็บปวดน่ะไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก พี่ไม่ได้มีใจให้เธอสักนิด จะไปเจ็บปวดเพราะเรื่องไร้สาระแบบนี้ได้ยังไง พี่แค่รู้สึกว่าเธอเป็นตัวปัญหาน่ารำคาญที่เข้ามาสร้างความวุ่นวายในชีวิตพี่เท่านั้นแหละ" เจียงกั๋วอันย้ำชัด เขาไม่มีวันเสียความรู้สึกไปกับเรื่องหยุมหยิมพรรค์นี้แน่นอน
"ถ้าอย่างนั้น...ในเมื่อพี่รำคาญจนสุดจะทนแล้วจริงๆ พี่ก็ลองไปคุยกับทางครอบครัวของเธอดูสิคะ ให้พ่อแม่ผู้ปกครองของเธอช่วยตักเตือนหรือจัดการให้" เจียงหลีเสนอทางออก
"หลีเป่า ...น้องรู้ไหมว่าตอนนี้พี่ไม่ต่างอะไรกับตัวประหลาดในคณะละครสัตว์เลย ไม่ว่าจะเดินไปตรงไหนของที่ทำงาน ก็มีแต่คนมองเป็นตาเดียว พี่ไม่ได้แคร์สายตาพวกนั้นหรอกนะ แต่การต้องตกเป็นเป้าสายตาของคนอื่นตลอดเวลามันไม่ใช่เรื่องน่าพิสมัยเลยสักนิด" เจียงกั๋วอันปรับทุกข์ด้วยสีหน้ากลัดกลุ้ม
เจียงหลียืนยันคำแนะนำเดิม "ถ้าเธอยังกล้าโผล่หน้ามาตอแยพี่ไม่เลิกอีก พี่ต้องเชื่อฉันนะคะ บุกไปที่บ้านของเธอแล้วคุยกับผู้ใหญ่ให้รู้เรื่องไปเลย ถ้าครอบครัวของเธอไม่ได้ผิดปกติกันทั้งบ้าน อย่างน้อยๆ พวกเขาก็ต้องรับผิดชอบพฤติกรรมของลูกสาวตัวเองบ้างล่ะ"
"เอาอย่างนั้นก็ได้ ถ้าเธอยังหน้าไม่อายโผล่มาพูดจาอะไรไม่เข้าเรื่องอีก พี่จะทำตามที่น้องบอก ไปคุยกับพ่อแม่ของเธอให้รู้เรื่อง"
พอมีแผนการในหัว ความกังวลของเจียงกั๋วอันก็คลายลง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ อย่างโล่งอก อย่างน้อยตอนนี้ก็ไม่ต้องกังวลว่าจะต้องทนรำคาญกับการกระทำของหยางจื่อเจวียนอีกต่อไป
เมื่อเดินมาจนถึงประตูทางเข้าหลักของบ้านพักข้าราชการ เจียงหลีอาสาจะเดินไปส่งพี่ชายต่อจนถึงป้ายรถประจำทาง แต่เจียงกั๋วอันก็โบกมือห้ามไว้เสียก่อน "ไม่ต้องไปส่งแล้วน่า พี่โตแล้ว ไม่ใช่เด็ก 3 ขวบนะ"
"ก็ได้ค่ะ" เจียงหลียอมหยุดแต่โดยดี ก่อนจะเอ่ยกำชับ "พี่ห้า อย่าลืมโทรศัพท์กลับไปหาพ่อกับแม่ด้วยนะคะ นี่ก็ช่วงปีใหม่พอดี ท่านทั้งสองกับพวกพี่ๆ ต้องคิดถึงพวกเรามากแน่ๆ"
เจียงกั๋วอันพยักหน้ารับคำ "พี่ไม่ลืมหรอกน่า น้องเองก็อย่าลืมโทรกลับไปล่ะ"
"ฉันไม่ลืมแน่นอนค่ะ กะว่าพอถึงตอนเที่ยงจะโทรไปที่ทำการกองพลน้อย จะได้คุยกับพ่อแม่ให้หายคิดถึงเลย" ความจริงเธอตั้งใจจะโทรตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าตอนกลางคืนคงไม่มีใครอยู่เฝ้าที่ทำการแน่ๆ เลยต้องอดใจไว้ แต่วันนี้เธอต้องโทรไปให้ได้ ถึงตัวจะไม่ได้กลับไปเยี่ยม แต่การโทรไปสวัสดีปีใหม่ก็ยังเป็นสิ่งที่สมควรทำ
[จบบท]