บทที่ 338: ขัดใจเหรอ ก็ทนเอาสิ
หลังจากส่งลูกชายและลูกสาวตัวน้อยทั้งสองคนออกจากห้องหนังสือเป็นที่เรียบร้อย เจียงหลีก็ทิ้งตัวลงบนโซฟา ปล่อยกายปล่อยใจให้ว่างเปล่าสมกับเป็นปลาเค็มชั้นเลิศ แต่แล้วความสงบสุขของเธอก็ถูกทำลายลงด้วยเสียงกริ๊งกร๊างของโทรศัพท์แบบตั้งโต๊ะที่ดังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย เธอเอื้อมมือไปหยิบหูโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหูอย่างไม่รีบร้อนนัก
"สวัสดีค่ะ"
"พี่เจียงหลี นั่นพี่เจียงหลีใช่ไหมครับ ผมเฝิงอี้เองนะ ส่วนพี่เหยียนก็ยืนหล่ออยู่ข้างๆ ผมนี่แหละครับ พวกเราสองหนุ่มขอมาสวัสดีปีใหม่พี่สาวคนสวยถึงที่เลย! ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่นี้ ผมขอให้พี่เจียงหลีมีสุขภาพที่แข็งแรงสุดๆ ไปเลยนะครับ ขอให้หัวเราะได้ทุกวี่ทุกวัน คิดหวังสิ่งใดก็ขอให้สมปรารถนาทุกประการ และที่สำคัญที่สุด ขอให้พี่สวยวันสวยคืน สวยจนนางฟ้าบนสวรรค์ยังต้องอิจฉา สวยให้ทะลุจักรวาลไปเลยครับ!"
คำอวยพรที่มาพร้อมลูกยอชุดใหญ่ของเฝิงอี้ทำเอาเจียงหลีที่กำลังเบื่อๆ อยู่ถึงกับหลุดขำออกมา นี่เจ้าเด็กคนนี้ไปสรรหาคำพูดมาจากไหนกันนะ
"แหม ปากหวานเชียวนะเรา แล้วที่พี่เป็นอยู่ทุกวันนี้มันยังสวยไม่พออีกหรือไง"
"โอ้โห สวยสิครับ สวยมากๆ เลยด้วย แต่ที่ผมอวยพรไปน่ะ หมายถึงขอให้พี่เจียงหลีคนสวยของพวกเราสวยแบบนี้ตลอดไปไม่มีวันสร่างซาเลยต่างหากล่ะครับ!"
ลีลาและน้ำเสียงที่โอเวอร์เกินเบอร์ของเฝิงอี้ ทำให้เจียงหลีระเบิดหัวเราะออกมาดังลั่นจนตัวโยน แต่แล้วเสียงทุ้มๆ ที่คุ้นเคยของใครอีกคนก็แทรกเข้ามาในสาย ทำลายความสนุกของเฝิงอี้ลง
"เฝิงอี้ นายพอจะทำตัวให้มันมีสาระกว่านี้หน่อยได้ไหม"
"อ้าว ผมทำอะไรผิดล่ะพี่เหยียน ทำไมผมจะไม่มีสาระ ก็เห็นๆ อยู่ว่าพี่เจียงหลีกำลังขำจนท้องคัดท้องแข็งมีความสุขจะตายไป" เฝิงอี้เถียงกลับ
"ฉันขี้เกียจเถียงกับนายแล้ว ส่งโทรศัพท์มานี่เลย"
มั่วเหยียนคว้าหูโทรศัพท์มาจากมือเฝิงอี้ ก่อนจะกรอกเสียงลงไป "พี่เจียงหลี สวัสดีปีใหม่นะครับ ผมกับเฝิงอี้ตั้งใจออกมาโทรหาพี่เพื่อจะอวยพรปีใหม่โดยเฉพาะเลยครับ อ้อ แล้วก็ถ้าที่บ้านพี่มีงานหนักๆ ที่ต้องใช้แรงงานเมื่อไหร่ล่ะก็ ตั้งแต่นี้ต่อไปอย่าได้เกรงใจนะครับ เรียกใช้บริการพวกเราสองคนได้ทุกเมื่อ รับรองว่าไปถึงที่ในพริบตาเดียวเลยครับ”
“แล้วนี่...พี่เจียงหลีช่วยจดเบอร์โทรศัพท์สาธารณะของสำนักงานเขตเราไว้หน่อยได้ไหมครับ ถ้าพี่โทรมาเบอร์นี้ ขอแค่ผมกับเฝิงอี้อยู่บ้าน พี่ก็จะเจอตัวพวกเราแน่นอน"
"ได้สิ รอแป๊บนะ" เจียงหลีเปิดลิ้นชัก คว้าสมุดปกแข็งเล่มเล็กกับปากกาคู่ใจออกมาเตรียมพร้อม "บอกมาได้เลย ฉันพร้อมจดแล้ว"
เมื่อมั่วเหยียนบอกชุดตัวเลขจนครบ เจียงหลีก็จดมันลงในสมุดอย่างเรียบร้อย เธอยิ้มบางๆ ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไป "เรียบร้อยแล้วจ้ะ ในโอกาสนี้ฉันก็ขอให้พวกเธอทั้งสองคนมีความสุขมากๆ ในวันปีใหม่เหมือนกันนะ ขอให้ปีใหม่ที่กำลังจะมาถึงนี้เป็นปีที่ดี มีแต่ความสุขสมหวัง สุขภาพร่างกายแข็งแรงสมบูรณ์ การงานก็ขอให้เจริญก้าวหน้าไม่มีอุปสรรคใดๆ เลยนะ"
"ขอบคุณมากครับพี่เจียงหลี พวกเราจะพยายามทำให้เป็นแบบนั้นให้ได้เลยครับ"
"แล้วนี่...อยากแวะมาเล่นที่บ้านพี่ก่อนไหมล่ะ"
"คงไม่ดีกว่าครับพี่ หลังจากวันนี้ไป ผมตั้งใจว่าจะต้องหางานดีๆ ให้ได้ แล้วก็จะตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างหนักเลยครับ จะได้รีบเก็บเงินไปคืนพี่ให้เร็วที่สุด"
"โธ่เอ๊ย พี่บอกไปกี่ครั้งแล้วว่าเรื่องเงินน่ะไม่เป็นไรเลย ไม่ต้องรีบร้อนขนาดนั้นก็ได้ พวกเธอสะดวกเมื่อไหร่ค่อยเอามาคืนฉันก็ยังไม่สาย อย่าเก็บเรื่องขี้ผงแบบนี้มาทำให้ตัวเองลำบากใจเลยนะ"
"ครับ...ผมเข้าใจแล้วครับ งั้นก็คงต้องรบกวนพี่แค่นี้ก่อนนะครับ สวัสดีครับพี่เจียงหลี!"
"จ้ะ ไว้คุยกันนะ"
"พี่เจียงหลี สวัสดีคร้าบ!" เสียงของเฝิงอี้ดังแทรกเข้ามาก่อนที่สายจะตัดไป
การสนทนาจบลงแล้ว แต่สงครามระหว่างสองหนุ่มเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น ขณะที่ทั้งคู่เดินเคียงกันไปตามถนน เฝิงอี้ก็เป็นฝ่ายเปิดฉากก่อน
"พี่นี่มันร้ายจริงๆ เลยนะพี่เหยียน พี่คุยกับพี่เจียงหลีนานกว่าที่ผมคุยอีก"
มั่วเหยียนปรายตามองน้องอย่างระอา "แน่ใจเหรอว่าพูดความจริง ไม่รู้ว่าไอ้หนุ่มคนไหนกันแน่ที่แย่งโทรศัพท์ไปพูดจ้อไม่ยอมปล่อย"
"ก็จริง แต่ถ้านับตามเวลาแล้ว พี่ก็ยังใช้เวลานานกว่าผมอยู่ดีนั่นแหละน่า" เฝิงอี้ยังคงไม่ยอมแพ้ง่ายๆ
"แล้วยังไงต่อล่ะ ไม่พอใจหรือไง ถ้าขัดใจนักก็ทนเอาแล้วกัน" มั่วเหยียนยักไหล่ไม่ยี่หระ
"โห พี่เหยียน! พี่ยังมีความรักให้ผมในฐานะพี่น้องหลงเหลืออยู่บ้างไหมเนี่ย" เฝิงอี้โอดครวญ
"ความรักฉันในฐานะพี่น้องเหรอ ระหว่างเราสองคนมีของพรรค์นั้นอยู่ด้วยรึไง" มั่วเหยียนทำหน้าแหยๆ "อย่าพูดอะไรที่มันน่าขนลุกได้ไหม"
"พี่เหยียน! พี่ทำร้ายจิตใจอันบอบบางของผม ผมจะเกลียดพี่ไปจนวันตายเลยคอยดู!"
เฝิงอี้แกล้งทำท่าทางบีบน้ำตา กุมอกราวกับนางเอกละครที่ถูกพระเอกหักอกอย่างน่าสงสาร
มั่วเหยียนเบือนหน้าหนี ทำท่าเหมือนจะอาเจียนกับความเล่นใหญ่
"พี่เหยียน...พี่นี่มัน...พี่นี่มันคนใจร้าย!" เฝิงอี้ตะโกนลั่น ก่อนจะระดมหมัดทุบเข้าที่ไหล่ของมั่วเหยียนไปหนึ่งที แล้วอาศัยจังหวะนั้นวิ่งหนีสุดฝีเท้าตรงไปยังบ้านของมั่วเหยียนทันที
มั่วเหยียนทั้งขำทั้งด่า ก่อนจะออกตัววิ่งไล่ตามไปติดๆ
"ไอ้เด็กเวร! แกกล้าดียังไงมาทำร้ายฉัน หยุดเดี๋ยวนี้นะโว้ย ไม่งั้นฉันจะซัดแกให้ฟันร่วงหมดปากเลย!"
"แบร่ๆๆ ไม่กลัวหรอกน่า!"
เฝิงอี้ยังอุตส่าห์หันกลับมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่เป็นการทิ้งท้าย
"เด็กไม่รู้จักโตจริงๆ!"
มั่วเหยียนบ่นพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะตัดสินใจเลิกไล่ตามแล้วเปลี่ยนมาเดินทอดน่องสบายๆ กลับบ้านแทน
แต่ในจังหวะที่ทั้งสองคนเดินมาถึงหน้าประตูรั้วบ้านคนละเวลานั่นเอง แสงไฟหน้ารถก็สาดส่องมาจากไกลๆ รถจี๊ปคันหนึ่งกำลังเคลื่อนตัวใกล้เข้ามา ก่อนจะชะลอความเร็วแล้วจอดสนิทลงตรงข้างๆ พวกเขาทั้งสองคนพอดิบพอดี
เสียงเรียกชื่อที่คุ้นเคยดังออกมาจากในรถ
"เฝิงอี้!"
[จบบท]