บทที่ 349 จุดเริ่มต้นของความวุ่นวาย
บทสนทนาไร้เดียงสาของเด็กๆ ยังคงดำเนินต่อไป เฝิงลู่เอียงคอถามเหวินเยว่อย่างสงสัย "แต่ว่า... แม่ของพี่ไม่กลัวพี่โดนน้ำร้อนลวกหรือโดนมีดบาดมือบ้างเหรอ ที่บ้านฉันนะ แม่ไม่ยอมให้เข้าใกล้ห้องครัวเลยสักนิดเดียว ท่านบอกว่าในนั้นมีแต่ของอันตราย ถ้าไม่ระวังตัวอาจจะได้แผลกลับมา"
เสี่ยวหมิงเวยที่นั่งฟังอยู่ข้างๆ รีบสมทบทันที "แม่ของฉันก็พูดแบบนี้เหมือนกันเป๊ะเลย!"
คำพูดของเฝิงลู่ดูเหมือนจะไปสะกิดโดนปมในใจของเหวินเยว่เข้าอย่างจัง "เฝิงลู่! ฉันบอกไปกี่ครั้งแล้วว่าคุณน้าซูไม่ใช่แม่ของฉัน!"
เหวินเยว่รู้สึกเหมือนเพื่อนตั้งใจจะกวนประสาท ทั้งที่เธอก็พูดไปชัดแล้วว่าผู้หญิงใจร้ายคนนั้นไม่ใช่แม่ แต่เฝิงลู่ก็ยังย้ำคำว่า "แม่ของเธอ" ไม่เลิก นี่มันจงใจหาเรื่องกันชัดๆ
เฝิงลู่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก "อ้าว แล้วทำไมเธอไม่เรียกคุณน้าซูว่าแม่ล่ะ"
"ก็ฉันมีแม่ของฉันอยู่แล้วน่ะสิ!" เหวินเยว่ตอบกลับเสียงแข็ง
"อ๋อ... ขอโทษนะพี่เยว่เยว่ ฉันเข้าใจแล้ว ต่อไปฉันจะไม่พูดผิดอีกแล้วนะ" เฝิงลู่รีบกล่าวขอโทษขอโพย
เรื่องราวเหมือนจะจบลงด้วยดี แต่แล้วเหวินอวี๋ น้องสาวคนเล็กที่เงียบมานานก็พูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงใสซื่อ "พี่สาวคนโตกับพี่สาวคนรองไม่ชอบแม่ แต่เสี่ยวอวี๋ชอบแม่นะ กับข้าวฝีมือแม่อร่อยที่สุดเลย แต่กับข้าวที่พี่สาวคนโตทำ... กินทีไรเสี่ยวอวี๋ปวดท้องทุกที"
หนูน้อยพูดพลางย่นจมูก เอามือน้อยๆ กุมท้องตัวเอง แล้วประกาศก้อง "แม่ใจดีที่สุดในโลก แม่รักเสี่ยวอวี๋ที่สุด!"
"นังเด็กอกตัญญู!" คำพูดนั้นราวกับเป็นเชื้อไฟที่ราดลงบนกองเพลิง เหวินเยว่หน้าตาบึ้งตึง ยกนิ้วขึ้นจิ้มหน้าผากน้องสาวตัวน้อยอย่างแรง "ฉันเตือนเธอไปกี่รอบแล้วว่าผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่แม่ของเรา ทำไมไม่เคยจำเลยนะ! แล้วยังจะมาบอกว่ากับข้าวฉันไม่อร่อย ถ้าคิดว่าฝีมือผู้หญิงคนนั้นดีนัก ก็ไปให้เขาทำให้กินเลยไป!"
เหวินอี๋เห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้ามาห้ามทัพ ดึงมือพี่สาวออกแล้วโอบน้องคนเล็กไว้ "พี่อย่าไปว่าเสี่ยวอวี๋เลย น้องยังเด็กขนาดนี้ จะไปเข้าใจที่พี่พูดได้ยังไง"
เซวียอินซึ่งเป็นเพื่อนร่วมชั้นของเหวินเยว่และอยู่ในเหตุการณ์มาตลอด อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว "เหวินเยว่ เธอไม่ชอบแม่เลี้ยงตัวเองก็เรื่องของเธอสิ จะมาพาลใส่น้องสาวทำไม ฉันว่าคุณน้าซูก็ดูเป็นคนดีออก ทำไมเธอต้องตั้งแง่กับท่านขนาดนั้นด้วย"
"อินอิน! นี่มันไม่ใช่เรื่องของเธอ อย่ามายุ่งได้ไหม!" เซวียอิ๋งผู้เป็นพี่สาวรีบดึงน้องของตนไปหลบอยู่ด้านหลัง พร้อมกับปรามเสียงเข้ม
แต่ดูเหมือนเหวินเยว่จะไม่ได้สนใจคำเตือนนั้นเลยแม้แต่น้อย ดวงตาของเธอกลับลุกวาวราวกับมีเปลวไฟ จ้องเขม็งไปที่เซวียอิน "ถ้าเธอคิดว่าผู้หญิงคนนั้นดีนัก ก็บอกให้พ่อเธอยกขันหมากไปขอสิ! เอาไปเป็นแม่เลี้ยงให้เธอ ให้พี่ชายพี่สาวเธอด้วยเลย! ถ้าไม่ยอมทำตามที่ฉันบอก เธอก็เป็นคนนิสัยไม่ดีเหมือนกันนั่นแหละ!"
"เหวินเยว่! นี่เธอพูดจาเหลวไหลอะไรของเธอ!" คราวนี้เป็นเซวียอิ๋งที่หมดความอดทน เธอไม่รอให้น้องสาวได้ตอบโต้ แต่กลับเป็นฝ่ายปรี่เข้าไปกระชากคอเสื้อของเหวินเยว่ ลากออกมาจากวงล้อมของเด็กคนอื่นๆ ก่อนจะผลักจนล้มกลิ้งลงไปกับพื้น แล้วทำท่าจะเข้าไปเตะซ้ำ
"พี่เซวียอิ๋ง! อย่าทำร้ายพี่สาวฉันนะ!" เหวินอี๋ตกใจจนหน้าซีดเผือด รีบปล่อยมือน้องเล็กแล้ววิ่งเอาตัวเข้าไปบังพี่สาวไว้ พร้อมกับขู่เสียงสั่น "ฉันจะไปฟ้องคุณน้าฟางให้มาจัดการเธอ!"
"ไปเลยสิ! รีบไปฟ้องเลย! แล้วคอยดูนะว่าแม่ฉันจะเชื่อเธอ หรือจะเชื่อฉันกับน้อง! พี่สาวเธอเป็นคนปากเสียหาเรื่องก่อนเอง ฉันจะต้องสั่งสอนให้ได้!"
ว่าแล้วเซวียอิ๋งก็ผลักเหวินอี๋จนเสียหลักล้มลงไปอีกคน เสียงร้องไห้จ้าของเด็กหญิงจึงดังระงมขึ้นมาทันที และเมื่อเห็นพี่สาวคนรองร้องไห้ เหวินอวี๋ที่ยังงงๆ อยู่ก็พลอยร้องตามไปด้วยเสียงดังไม่แพ้กัน
ท่ามกลางความโกลาหลนั้น เฝิงลู่กระซิบกับเสี่ยวหมิงเวยเบาๆ "เวยเวย พี่เซวียอิ๋งดูเก่งแล้วก็เท่มากเลยเนอะ!"
"อื้อ! อื้อ! อื้อ!" เสี่ยวหมิงเวยพยักหน้าเล็กๆ ของเธอเห็นด้วยอย่างเต็มที่
เสียงร้องไห้ดังระงมไปทั่วบริเวณจนเจียงหลีกับลั่วเยี่ยนชิงที่อยู่ในบ้านยังได้ยิน ทั้งสองจึงรีบเดินออกมาดู ขณะเดียวกัน ประตูบ้านข้างๆ ก็เปิดออกเช่นกัน เหวินซือหย่วนเดินนำออกมาโดยมีซูม่านเดินตามหลังมาติดๆ
"นี่มันเกิดเรื่องอะไรกันขึ้น" เหวินซือหย่วนรีบตรงเข้าไปประคองลูกสาวทั้งสองคนที่นั่งอยู่บนพื้นขึ้นมา เขาใช้มือตบเบาๆ ตามเสื้อผ้าเพื่อปัดเศษหิมะออก ก่อนจะหันไปถามเหวินเยว่ผู้เป็นต้นเรื่อง
[จบบท]