บทที่ 350 จีนมุง ไม่เคยกลัวเรื่องใหญ่
"พ่อคะ พี่เซวียอิ๋งแกล้งพี่ค่ะ" เสียงเล็กๆ ของเหวินอี๋ดังขึ้นมาฟ้องพ่อของตัวเอง
เซวียอิ๋งที่ถูกกล่าวหาเบิกตากว้างทันที ใครกันแน่ที่หาเรื่องก่อน เธอไม่ได้อยากจะไปยุ่งกับเด็กกะเปี๊ยกนี่สักหน่อย ก็เหวินเยว่ปากดีเปิดประเด็นก่อนเองนี่นา เธอถึงทนไม่ไหวจนอยากจะสั่งสอนให้หลาบจำ พอคิดได้แบบนั้น เด็กหญิงก็เชิดหน้าขึ้นสบตากับเหวินซือหย่วนที่กำลังมองมาพอดี
"ก็ลูกสาวคุณลุงมาพูดกับน้องสาวหนูก่อนเองนี่คะ บอกว่าอยากให้พ่อหนูแต่งงานกับน้าซู ให้มาเป็นแม่เลี้ยงของพวกเราสามคนพี่น้อง แถมยังขู่อีกว่าถ้าน้องสาวหนูไม่ยอมไปบอกพ่อ ก็จะกลายเป็นเด็กไม่ดี! หนูก็เลยโมโหจนผลักยัยนั่นล้มลงไปกองกับพื้น!"
คำอธิบายที่พรั่งพรูออกมาทำให้เหวินซือหย่วนชะงักไปเล็กน้อย ก่อนที่สีหน้าของเขาจะเริ่มบูดบึ้งอย่างเห็นได้ชัด
ทางด้านซูม่านที่ยืนอยู่ห่างจากประตูบ้านไปไม่กี่ก้าว ใบหน้าของเธอตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีคล้ำเหมือนตับหมู โดยเฉพาะตอนที่เหลือบไปเห็นเจียงหลีกับลั่วเยี่ยนชิงกำลังยืนซุบซิบอะไรกันอยู่สองคน ความรู้สึกอยากจะพุ่งเข้าไปตบปากลูกเลี้ยงตัวแสบให้เลือดกบปากก็พลุ่งพล่านขึ้นมาในใจ
"กลับเข้าบ้าน" น้ำเสียงของเหวินซือหย่วนกดต่ำลงอย่างพยายามข่มอารมณ์ที่กำลังเดือดปุดๆ เขามองไปยังลูกสาวทั้งสามคนเป็นเชิงสั่ง
"พ่อจะตีหนูใช่ไหมล่ะ"
เหวินเยว่ยังคงยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับไปไหน เด็กหญิงจ้องหน้าพ่อของตัวเองนิ่ง "ก็หนูเป็นคนพูดจริงๆ แต่ใครใช้ให้เซวียอินมาทำเป็นคนดี พูดว่าผู้หญิงคนใหม่ของพ่อดีอย่างนั้นอย่างนี้ แล้วยังมาบอกอีกว่าหนูไม่ควรเรียกผู้หญิงคนนั้นว่าน้า แต่ต้องเรียกว่าแม่ต่างหาก!"
นิ้วเล็กๆ ชี้ตรงไปยังซูม่าน ดวงตาของเหวินเยว่เอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำใสแห่งความน้อยเนื้อต่ำใจ "ตั้งแต่ปิดเทอมฤดูหนาวจนถึงเมื่อคืนก่อนที่พ่อจะกลับมา ผู้หญิงคนนั้นไม่เคยทำกับข้าวให้หนูกับเหวินอี๋แล้วก็เสี่ยวอวี๋กินเลยสักมื้อ อ้างว่าตัวเองขยับตัวไม่สะดวก แล้วก็ไล่ให้หนูเข้าไปทำกับข้าวในครัวเอง ถ้าไม่ทำ พวกเราสามคนก็ต้องอดโซ"
ในที่สุดน้ำตาที่กลั้นไว้ก็ไหลทะลักออกมา เหวินเยว่ปล่อยโฮพร้อมกับระบายความอัดอั้นตันใจ "หนูโดนฝาหม้อลวกจนมือพอง เธอก็ไม่เคยสนใจ เสี่ยวอวี๋กินอาหารที่หนูทำจนปวดท้อง เธอก็ไม่เคยมาดูแล เธอทำอาหารดีๆ กินอยู่คนเดียวสบายใจเฉิบ!"
ทุกถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาจากปากของเหวินเยว่ทำให้ซูม่านถึงกับตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป กว่าจะดึงสติกลับมาได้ ก็พบว่าบริเวณรอบๆ เริ่มมีเพื่อนบ้านออกมายืนมุงดูเหตุการณ์ด้วยความสนใจกันเต็มไปหมด ซูม่านโกรธจนแทบกระอักเลือด "เหวินเยว่ อย่ามาพูดจาพล่อยๆ แถวนี้!"
"ฉันจะพูด!"
เหวินเยว่ไม่สนใจใบหน้าดำคล้ำของพ่อตัวเองอีกต่อไป เด็กหญิงหันไปเผชิญหน้ากับซูม่านโดยตรง "เธอมันผู้หญิงใจร้าย ฉันตัวแค่นี้ยังบังคับให้ทำกับข้าว เธอกินของอร่อยๆ อยู่คนเดียว ปล่อยให้ฉันกับน้องๆ ต้องกินแค่ข้าวต้มกับผัดผักกาดขาวฝีมือฉันทุกวัน ผู้หญิงใจร้าย! ทั้งชีวิตนี้ของเธอ อย่าได้ฝันเลยว่าฉันจะยอมเรียกเธอว่าแม่!"
"เสี่ยวซู ทำไมเธอถึงทำแบบนี้ได้ลงคอ"
ลู่ผิงที่ชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องชาวบ้านอยู่แล้ว ยืนกอดอกพิงกรอบประตูบ้านตัวเอง ทำตัวราวกับเป็นผู้ผดุงความยุติธรรมแล้วเริ่มชี้นิ้วสั่งสอนซูม่าน
"เหวินเยว่ยังเด็กอยู่เลยนะ เธอปล่อยให้เด็กตัวแค่นี้ทำอาหารเองได้ยังไง แถมยังต้องทำให้ตัวเองกับน้องๆ อีกสองคนกินอีก แต่ดูตัวเธอสิ สบายใจเฉิบ ทำอาหารอร่อยๆ กินอยู่คนเดียว เธอทำแบบนี้ไม่ละอายใจต่ออาจารย์เหวินบ้างเลยเหรอ"
"เธอจะไปรู้อะไรนักหนา ถึงได้มายุ่งเรื่องครอบครัวคนอื่น! ลู่ผิง ฟังให้ชัดๆ นะ อย่ามาทำเป็นรู้ดีอยู่ตรงนี้ ไม่อย่างนั้นฉันจะไปที่โรงเรียนที่เธอทำงานอยู่ แล้วป่าวประกาศให้ทุกคนรู้ถึงความเน่าเฟะของเธอ!"
โธ่เอ๊ย ไม่น่าออกมาเลยจริงๆ! ตอนนี้ไม่ใช่แค่โดนเด็กเปรตเหวินเยว่เล่นงาน แต่ยังต้องมาเจอกับยัยปากเสียลู่ผิงอีก ชื่อเสียงที่สั่งสมมาของเธอ ป่านนี้คงได้พังยับเยินไปกว่าครึ่งแล้ว!
"ฉันบริสุทธิ์ใจซะอย่าง ไม่เห็นจะต้องกลัวอะไร ถ้าอยากจะไปทำให้ฉันเสียชื่อเสียง ก็เชิญไปที่โรงเรียนได้เลย ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะทำอะไรฉันได้! ว่าแต่เธอเถอะนะ ถึงแม้ใครๆ จะพูดกันว่าแม่เลี้ยงส่วนใหญ่มักจะใจร้าย แต่ฉันเพิ่งจะเคยเห็นกับตาตัวเองก็วันนี้แหละ อากาศหนาวๆ แบบนี้"
ยังไม่ทันที่ลู่ผิงจะได้สาธยายจนจบ เหวินซือหย่วนก็ตวาดแทรกขึ้นมาเสียงดัง "คุณครูลู่ ถ้าคุณไม่รู้เรื่องราวทั้งหมด ก็ช่วยกรุณาอย่าเข้ามายุ่งเรื่องในครอบครัวของผมได้ไหมครับ"
พูดจบเขาก็ไม่แม้แต่จะชายตามองสีหน้าของลู่ผิงอีกต่อไป จัดการคว้าแขนเหวินเยว่แล้วหนีบไว้ข้างลำตัว เตรียมจะลากกลับเข้าบ้านไปสะสางเรื่องวุ่นวายกันต่อ
[จบบท]