บทที่ 356 เรื่องที่ไม่อยากให้คุณเข้าใจผิด
บรรยากาศในห้องนั่งเล่นเงียบสงบลงไปชั่วขณะหนึ่ง จนกระทั่งแม่เฒ่าฉีเป็นฝ่ายทำลายความเงียบก่อน
เธอหันไปมองเด็กชายตัวน้อยที่นั่งเรียบร้อยอยู่บนโซฟาแล้วเอ่ยถามขึ้น การจะให้เธอเรียกชื่อเด็กน้อยว่าซือชิงหรือชิงชิงนั้นมันช่างไม่คุ้นปากเอาเสียเลย แต่ครั้นจะให้เรียกชื่อฝรั่ง แม่ของเด็กก็ดันไม่ชอบใจอีก สุดท้ายแม่เฒ่าฉีเลยตัดสินใจที่จะไม่เรียกชื่อของหนูน้อยลูกครึ่งคนนี้ไปเลยแล้วกัน
เด็กชายที่อายุยังไม่เต็มสามขวบดีมีหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ผิวขาวสะอาดสะอ้าน เมื่อได้ยินคำถามจากผู้สูงวัย เขาก็เหลือบมองไปทางผู้เป็นแม่และยายของตัวเอง แต่สายตาส่วนใหญ่จับจ้องอยู่ที่แม่ เมื่อเห็นว่าแม่ไม่ได้ให้ความสนใจเขาเลยสักนิด ความผิดหวังก็ฉายวูบขึ้นในแววตา พร้อมกันนั้นก็เผยให้เห็นถึงความระมัดระวังตัว เขาค่อยๆ ส่ายศีรษะปฏิเสธแม่เฒ่าฉีอย่างเชื่องช้า
หลังจากนั้นไม่นาน สีหน้าของอวิ๋นอวิ๋นก็กลับมาเป็นปกติ เธอเม้มริมฝีปากแน่น พยายามปรับอารมณ์ที่ขุ่นมัวให้สงบลง ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยถามในสิ่งที่ค้างคาใจอยู่ออกไป "คุณป้าฉีคะ ผู้หญิงคนที่อยู่ในครัวกับศาสตราจารย์ลั่วมีความสัมพันธ์อะไรกันเหรอคะ"
"ที่หนูอวิ๋นอวิ๋นถามถึง หมายถึงหลีเป่าลูกสาวของป้าใช่ไหมจ๊ะ" แม่เฒ่าฉีตอบกลับด้วยรอยยิ้ม ก่อนจะเน้นย้ำประโยคถัดมาให้ชัดเจนเป็นพิเศษ
"เธอเป็นภรรยาของเยี่ยนชิงจ้ะ"
แม่เฒ่าฉีจงใจประกาศสถานะของเจียงหลีให้ชัดแจ้ง เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจจะตามมาในอนาคต จากนั้นจึงหันไปคุยกับเฉินเสียที่นั่งอยู่ข้างๆ
"จะว่าไปแล้ว ก่อนที่เจ้าเยี่ยนชิงจะได้เจอกับหลีเป่าลูกสาวของฉันนะ ในหัวของเด็กคนนั้นไม่มีเรื่องอะไรเลยนอกจากเรื่องงาน แต่พอได้มาใช้ชีวิตคู่กับหลีเป่า ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ก็ดีวันดีคืน ไม่ว่าจะเป็นวันหยุดหรือวันธรรมดา แค่ไปซื้อกับข้าว จ่ายตลาด หรือรับส่งลูกๆ ที่โรงเรียนอนุบาล เขาก็จะตัวติดกับหลีเป่าตลอดเวลา เหมือนกลัวคนอื่นจะไม่รู้ว่าสองคนนี้เป็นสามีภรรยากัน"
เฉินเสียมีหรือจะฟังเจตนาที่ซ่อนอยู่ในคำพูดของแม่เฒ่าฉีไม่ออก เธอยิ้มรับอย่างเข้าใจและกล่าวเสริมขึ้นมาอย่างเป็นธรรมชาติ "เด็กสองคนนั้นดูเหมาะสมกันมากจริงๆแหละ ถ้าเป็นสมัยก่อนคงต้องเรียกว่าเป็นคู่กิ่งทองใบหยกที่สวรรค์สร้างมาให้กันนะเนี่ย"
"คนที่รู้จักสองคนนั้นก็พูดแบบนี้กันทั้งนั้นแหละจ้ะ" แม่เฒ่าฉีหัวเราะอย่างมีความสุข
บทสนทนาจบลงแค่นั้น อวิ๋นอวิ๋นไม่ได้มีส่วนร่วมในวงสนทนาอีก เธอก้มหน้าลงมองพื้น นั่งเงียบๆ อยู่บนโซฟาโดยไม่มีใครรู้ว่าในใจของเธอกำลังครุ่นคิดเรื่องอะไรอยู่
ส่วนในห้องครัว เจียงหลีกำลังง่วนอยู่กับการเตรียมวัตถุดิบสำหรับมื้ออาหารอย่างขะมักเขม้น โดยมีลั่วเยี่ยนชิงคอยเป็นลูกมืออยู่ข้างๆ อย่างไม่ห่างกาย
"ผมไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้น"
เสียงทุ้มที่ดังขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้เจียงหลีที่กำลังจดจ่ออยู่กับการหั่นผักต้องชะงักมือ "หืม เมื่อกี้คุณพูดว่าอะไรนะคะ"
"ผมบอกว่าผมไม่รู้จักผู้หญิงคนนั้น"
เจียงหลีหันไปมองหน้าสามีของตัวเองพลางหัวเราะออกมาเบาๆ "นี่คุณกำลังทำอะไรอยู่คะ อธิบายให้ฉันฟังเหรอ แล้วจะอธิบายทำไมกันคะ"
ลั่วเยี่ยนชิงตอบกลับด้วยสีหน้าจริงจัง "ผมไม่อยากให้คุณเข้าใจผิด"
คำตอบของเขาทำให้เจียงหลีอดที่จะขำไม่ได้ "แล้วตาข้างไหนของคุณเห็นว่าฉันเข้าใจผิดไม่ทราบคะ หรือว่าในสายตาคุณ ฉันเป็นคนขี้หึงขนาดนั้นเลยเหรอ"
ลั่วเยี่ยนชิงส่ายหน้าปฏิเสธ
"ถ้าอย่างนั้นแล้วจะหาเรื่องมาพูดทำไมกันคะ" เธอนึกค่อนขอดเขาในใจ ถ้าเธอเป็นคนไม่มั่นใจในตัวเอง ป่านนี้คงได้กลายเป็นยัยขี้หึงที่จมอยู่ในกองน้ำส้มสายชูไปแล้ว แค่ด้วยหน้าตาของเขาก็กินขาดแล้ว
อีกอย่าง คนที่มีความสามารถรอบด้านอย่างเขา การที่จะเป็นที่สนใจของเพศตรงข้ามโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรด้วยเลย มันจะเป็นความผิดของเขาไปได้อย่างไรกัน
แล้วถ้าจะให้พูดกันตามตรง ผู้หญิงที่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นคนนั้น ไม่ว่าจะหน้าตาหรือท่าทางก็สู้เธอไม่ได้เลยสักนิด ไม่ต้องไปนับรวมถึงเรื่องที่อีกฝ่ายเคยผ่านการแต่งงานมาแล้ว แถมยังมีลูกติดอีกหนึ่งคน ต่อให้ในใจของเธอคนนั้นจะยังคงมีเยื่อใยกับศาสตราจารย์ลั่วของเธอ หรือจะพูดให้ถูกคือผู้ชายของเธอ แล้วยังไงล่ะ จะทำอะไรได้
"ไม่ว่าจะตอนอยู่ที่นี่ หรือตอนไปเรียนต่อที่ต่างประเทศ ผมก็รักษาระยะห่างกับผู้หญิงทุกคนมาตลอด"
"อย่างนั้นเหรอคะ" เจียงหลียิ้มรับ "ถ้าอย่างนั้น คุณกับแม่ของพวกรุ่ยรุ่ย ไม่ได้มีเรื่องราวความรักอะไรหวานซึ้งกันบ้างเลยเหรอคะ"
เธอถามออกไปตามความอยากรู้ แต่พอพูดจบก็รู้สึกว่าตัวเองอาจจะก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของเขามากเกินไป จึงรีบพูดเสริมขึ้นก่อนที่เขาจะทันได้ตอบ
"แต่ถ้าคุณไม่อยากเล่า ก็ทำเป็นว่าฉันไม่ได้ถามก็แล้วกันค่ะ"
"ผมจำอะไรไม่ได้เลย" ลั่วเยี่ยนชิงตอบตามความจริง "ถึงแม้ว่าชีวิตแต่งงานครั้งนั้นจะนานถึงสามปี แต่ช่วงเวลาที่ผมได้อยู่กับแม่ของลั่วหมิงรุ่ยจริงๆ มีไม่กี่วันเท่านั้น"
คำตอบของเขาทำให้เจียงหลีประหลาดใจอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อนึกถึงลักษณะงานของเขา ความประหลาดใจนั้นก็มลายหายไปจนหมดสิ้น แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังอดที่จะถามต่อไม่ได้ "จำไม่ได้เลยสักนิดจริงๆ เหรอคะ"
"มีแค่ภาพลางๆ เท่านั้น"
"แล้วชื่อล่ะคะ จำได้ไหม"
[จบบท]