บทที่ 358 รวดเร็ว เฉียบขาด และแม่นยำ
"ถ้าแม่ยุ่งจนทำไม่ไหวจริงๆ เดี๋ยวแม่เรียกหนูเองนั่นแหละ" แม่เฒ่าฉีโบกไม้โบกมือเป็นเชิงบอกว่าไม่ต้องกังวล
"ก็ได้ค่ะ" เจียงหลียิ้มรับอย่างว่าง่าย เธอรู้ดีว่าแม่บุญธรรมของเธอเป็นคนที่ไม่ชอบอยู่นิ่งเฉย
แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงเจื้อยแจ้วของเจ้าก้อนแป้งน้อยดังขึ้นมาทำลายความเงียบ "แม่ครับ! แม่ครับ! ดูนี่เร็วเข้า!"
ลั่วหมิงหานชี้นิ้วป้อมๆ ของตัวเองไปยังชายคาที่อยู่เหนือศีรษะ ก่อนจะหันกลับมาหาแม่ด้วยดวงตาเป็นประกาย
"นั่นแท่งน้ำแข็งครับแม่! เป็นแท่งน้ำแข็งจริงๆ ด้วย!"
"ใช่แล้วจ้ะ นั่นคือแท่งน้ำแข็ง" เจียงหลีตอบกลับลูกชายด้วยรอยยิ้มเอ็นดู
ซ่งเซวียนที่ยืนอยู่ใกล้ๆ เอื้อมมือขึ้นไปหักแท่งน้ำแข็งที่ดูจะยาวเป็นพิเศษลงมาอันหนึ่ง แล้วยื่นไปตรงหน้าเด็กน้อยทั้งสามคน "ดูสิ มันใสกิ๊งเลย"
ลั่วหมิงรุ่ยพยักหน้าหงึกๆ เห็นด้วย "ใสแจ๋วเหมือนแก้วเลยครับ"
ส่วนลั่วหมิงเวยก็จินตนาการไปไกลกว่านั้น "เหมือนทวนในหนังสือนิทานเลยค่ะ! แล้วก็เหมือนดาบยาวๆ ด้วย แถมยังดูคล้ายเขาของตัวอะไรสักอย่าง ข้างบนจะอ้วนๆ หน่อย ส่วนข้างล่างก็แหลมๆ ผิวของมันก็ดูเรียบลื่นจังเลยค่ะ!"
"ไหนหมิงหานขอลองจับหน่อยได้ไหมครับ" เจ้าก้อนแป้งน้อยรีบถอดถุงมือข้างหนึ่งออกอย่างรวดเร็ว เตรียมจะยื่นมือไปสัมผัสแท่งน้ำแข็งที่อยู่ในมือของซ่งเซวียน
"ไม่ได้นะ มันเย็นมาก!" ซ่งเซวียนรีบชักมือกลับแล้วส่ายหน้า ก่อนจะโยนแท่งน้ำแข็งในมือทิ้งไปบนกองหิมะนุ่มฟูที่อยู่ด้านล่างอย่างไม่ใยดี
เจียงหลีไม่ได้เดินเข้าไปสมทบกับกลุ่มเด็กๆ ที่กำลังสำรวจโลกกว้างกันอย่างสนุกสนาน เธอยังคงยืนนิ่งๆ อยู่บนขั้นบันไดหน้าห้องครัว ปล่อยให้แสงแดดอุ่นๆ ของฤดูหนาวสาดส่องลงมาอาบร่างกาย ในขณะที่สายตาก็จับจ้องไปยังภาพของลูกๆ ทั้งสามและซ่งเซวียนที่กำลังคุยเล่นกันอย่างออกรสอยู่ใต้ชายคา เป็นภาพที่ทำให้หัวใจของเธอพองฟูอย่างบอกไม่ถูก
แต่บรรยากาศอันแสนสงบสุขก็คงอยู่ได้ไม่นาน เมื่อมีกลุ่มคนเดินเข้ามาในบริเวณลานบ้าน เป็นชายชราและหญิงวัยกลางคนที่ดูคุ้นหน้าคุ้นตา โดยมีชายหนุ่มอีกคนเดินตามหลังมาติดๆ ซึ่งชายหนุ่มคนนั้นก็ไม่ใช่ใครที่ไหน เขาคือเฝิงเซียว ลูกชายคนเล็กสุดที่รักของท่านผู้เฒ่าเฝิงเอง
ในวินาทีที่สายตาของฟางซู่เหลือบไปเห็นเจียงหลี ความทรงจำอันเลวร้ายเกี่ยวกับเฝิงอี้ ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของเธอก็ผุดขึ้นมาในหัวเป็นฉากๆ ทั้งภาพที่เขาแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อเธอ และภาพที่เขากำลังจะใช้มีดทำครัวทำร้ายตัวเองเพื่อประท้วงเธอ ทุกอย่างยังคงชัดเจนราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน
ในความคิดของเธอ ต้นเหตุของโศกนาฏกรรมทั้งหมดนี้ล้วนมาจากสองสามีภรรยาตระกูลซ่ง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลูกสาวบุญธรรมของพวกเขานั่นแหละคือตัวการสำคัญ!
แน่นอนว่าเธอคงไม่กล้าไปมีเรื่องกับคนระดับผู้เฒ่าซ่งและภรรยาอยู่แล้ว ดังนั้นความโกรธแค้นทั้งหมดจึงถูกส่งตรงมายังเจียงหลีแต่เพียงผู้เดียว ฟางซู่เร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นจนทิ้งห่างท่านผู้เฒ่าเฝิงที่เดินตามมาข้างหลัง เธอปรี่เข้าไปหาเจียงหลีด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง ก่อนจะเงื้อมือขึ้นสูงเตรียมจะฟาดลงมา
เจียงหลีที่รับรู้ได้ถึงจิตสังหารที่พุ่งตรงมายังตัวเธอจึงรีบหันไปมอง แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะบุกเข้ามาถึงตัวโดยไม่พูดพร่ำทำเพลงแบบนี้
การจู่โจมครั้งนี้เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและไม่คาดฝัน แต่โชคยังดีที่สัญชาตญาณของเจียงหลีนั้นว่องไวกว่า
ก่อนที่ฝ่ามือของฟางซู่จะทันได้ประทับลงบนใบหน้าของเธอ เจียงหลีก็คว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ได้ทันควัน ในแววตาของเธอปราศจากความหวาดกลัวใดๆ มีเพียงความเย็นชาที่ส่งไปถึงขั้วหัวใจ ก่อนที่มืออีกข้างของเธอจะตบสวนกลับไปอย่างรวดเร็วและเฉียบขาด
เสียง "เพียะ! เพียะ!" ดังขึ้นสองครั้งซ้อนอย่างชัดเจน
จากนั้นเจียงหลีก็สะบัดมือของฟางซู่ออกไปราวกับกำลังปัดเป่าสิ่งปฏิกูลที่น่ารังเกียจ!
"คนใจร้าย! อย่ามารังแกแม่ของพวกเรานะ!"
เด็กๆ ทั้งสามคนเมื่อเห็นว่าแม่ของตัวเองกำลังตกอยู่ในอันตรายก็ไม่รอช้า พวกเขาไม่สนใจด้วยซ้ำว่าอาจจะล้มคะมำได้ทุกเมื่อ ทั้งสามคนพุ่งทะยานเข้าไปเหมือนลูกกระสุนปืนใหญ่ที่ถูกยิงออกมาจากปากกระบอก แล้วใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีช่วยกันผลักร่างของฟางซู่
ฟางซู่ที่เพิ่งจะโดนเจียงหลีตบสวนกลับไปถึงสองครั้งซ้อนจนหน้าชา แถมยังโดนสะบัดแขนอย่างแรงจนเซถอยหลังไปสองก้าว ทำให้ร่างกายยังไม่ทันจะตั้งหลักได้ดี พอมาโดนพลังของเด็กน้อยทั้งสามคนที่พุ่งเข้ามาชนอย่างจัง ก็ทำให้เธอเสียการทรงตัวและล้มลงไปนั่งกองกับพื้นในที่สุด
ท่านผู้เฒ่าเฝิงที่เพิ่งจะเดินตามมาถึง เมื่อเห็นภาพตรงหน้า สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปในทันใด เขารีบตะโกนสั่งให้เฝิงเซียวเข้าไปช่วยพยุงฟางซู่ขึ้นมา ส่วนตัวเองก็หันไปเผชิญหน้ากับเจียงหลีโดยตรง
"นี่หนู! ทำตัวแบบนี้มันจะมากเกินไปแล้วนะ!"
ท่านผู้เฒ่าเฝิงชี้นิ้วใส่หน้าเจียงหลี ใบหน้าของเขาแดงก่ำด้วยความโกรธ หรือจะให้พูดให้ถูกก็คือ เขากำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะระงับอารมณ์ของตัวเองไม่ให้ระเบิดออกมา
"เพียะ" เจียงหลีใช้หลังมือปัดนิ้วที่ชี้หน้าเธออยู่ออกไปอย่างไม่ไว้หน้า
เธอยิ้มมุมปาก "ฉันเหรอคะที่ทำตัวมากเกินไป? คุณลุงน่าจะลองถามผู้หญิงที่นอนแผ่อยู่บนพื้นดูใหม่นะคะ ว่าใครกันแน่ที่เป็นฝ่ายเดินดุ่มๆ เข้ามาหาเรื่องคนอื่นก่อน"
เฝิงเซียวไม่ได้ขยับตัวเข้าไปช่วยพยุงฟางซู่ตามคำสั่งของผู้เป็นพ่อแม้แต่น้อย อันที่จริงแล้ว ตั้งแต่ตอนที่เขาเดินเข้ามาในลานบ้านแห่งนี้ สายตาของเขาก็ถูกตรึงไว้ด้วยร่างของเจียงหลีจนไม่สามารถละไปมองทางอื่นได้
เขารู้สึกว่าเธอคือผู้หญิงที่งดงามที่สุดเท่าที่เขาเคยพบเจอมาในชีวิต แต่แล้วในขณะที่เขากำลังดื่มด่ำกับความงามตรงหน้าและครุ่นคิดว่าจะหาทางทำความรู้จักกับเธอได้อย่างไร เขาก็ต้องตกตะลึงเมื่อเห็นแม่เลี้ยงของตัวเองปรี่เข้าไปจะตบหน้าหญิงสาวคนนั้นอย่างไม่มีเหตุผล
แต่สิ่งที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าก็คือปฏิกิริยาของเธอ หญิงสาวไม่เพียงแต่จะหยุดการกระทำของแม่เลี้ยงเขาไว้ได้ทันท่วงที แต่ยังสามารถตบสวนกลับไปได้อย่างรวดเร็วและเด็ดขาดถึงสองครั้งซ้อน
[จบบท]