บทที่ 36: ลั่วเยี่ยนชิงจะต้อนรับเธอไหมนะ
แสงแดดยามเช้าสาดส่องลงมายังบ้านสกุลเจียง อากาศวันนี้สดใส แต่บรรยากาศกลับอบอวลไปด้วยความอาลัยอาวรณ์ หลังมื้อเช้าจบลง พ่อเจียงกับลูกชายคนโตและเจียงกั๋วอัน ก็ช่วยกันหิ้วสัมภาระพะรุงพะรังออกมาเตรียมตัวที่หน้าประตู เพื่อเดินทางไปส่งเจียงหลีที่ปักกิ่ง
“หลีเป่า... ถึงปักกิ่งแล้วต้องเขียนจดหมายกลับมาหาแม่บ่อยๆ นะลูก อย่าลืมเด็ดขาด”
ไช่ซิ่วเฟินกำมือลูกสาวไว้แน่น ดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงสั่นเครือ แม้ในใจจะรู้สึกเหมือนถูกควักเอาไปทั้งดวง แต่เมื่อถึงเวลาที่ต้องปล่อย เธอก็ทำได้เพียงคลายมือออกอย่างเชื่องช้า มองดูแก้วตาดวงใจกำลังจะจากบ้านเกิดไปไกลแสนไกล
“ค่ะแม่... หนูไม่ลืมแน่นอน”
เจียงหลีพยักหน้ารับคำหนักแน่น กลืนก้อนสะอื้นลงคอไปอย่างยากลำบาก เธอหมุนตัวเดินออกมาได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็ต้องหยุดฝีเท้าแล้วหันกลับไปมองแผ่นหลังของผู้เป็นแม่และเงาร่างของคนในครอบครัวที่ยืนเรียงรายกันเพื่อส่งเธอเป็นครั้งสุดท้าย ภาพตรงหน้าทำให้ขอบตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมา
“ไปกันได้แล้วหลีเป่า เดี๋ยวจะสายเอา”
เสียงของเจียงกั๋วอันดังขึ้นเพื่อเตือนสติ
“ค่ะพี่ห้า มาแล้วค่ะ”
หญิงสาวขานรับพลางยกมือขึ้นโบกให้ทุกคน ก่อนจะรีบหันหลังกลับเพื่อซ่อนหยดน้ำตาที่กำลังจะร่วงหล่น แล้วก้าวเท้าเดินตามพ่อกับพี่ชายทั้งสองไปอย่างแน่วแน่
การเดินทางสู่เมืองหลวงนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย พวกเขาต้องเริ่มจากการนั่งรถเทียมวัวที่โยกเยกไปตามทางดินของกองพลน้อยเพื่อเข้าไปยังตัวตำบล จากนั้นก็ต้องไปเบียดเสียดกับผู้คนเพื่อขึ้นรถโดยสารไปยังตัวอำเภอ และยังต้องนั่งรถบัสอีกทอดหนึ่งเพื่อมุ่งหน้าสู่สถานีรถไฟในตัวเมืองซึ่งเป็นจุดหมายสุดท้ายของวันนี้
รถไฟขบวนยาวสีเขียวเข้มจอดสงบนิ่งอยู่บนรางเหล็ก มองดูเก่าแก่แต่ก็แฝงไปด้วยมนต์ขลังของยุคสมัย เจียงหลีเลือกที่นั่งริมหน้าต่าง เอนศีรษะพิงกับกระจกที่เย็นเฉียบ มองดูทิวทัศน์ด้านนอกที่เคลื่อนผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งต้นไม้ ทุ่งนา และบ้านเรือน ทุกอย่างค่อยๆ เลือนหายไปจากสายตา พร้อมกับเสียง ‘ฉึกฉัก’ ที่ดังเป็นจังหวะสม่ำเสมอคอยขับกล่อมตลอดการเดินทาง
ความคิดของเจียงหลีล่องลอยไปไกลจนถึงภาพถ่ายของผู้ชายคนหนึ่งที่ชื่อลั่วเยี่ยนชิง ยิ่งคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตคนเรานี่มันน่าเหลือเชื่อจริงๆ
คนสองคนที่ไม่เคยแม้แต่จะเห็นหน้ากัน ไม่เคยได้ยินเสียงของกันและกัน กลับถูกจับให้มาเป็นสามีภรรยากัน เพียงเพราะรูปถ่ายใบเดียวกับโทรศัพท์ไม่กี่ครั้งที่คนอื่นเป็นธุระจัดการให้ทั้งหมด ตอนนี้เธอกำลังจะเดินทางไปหาเขา เพื่อเริ่มต้นชีวิตในฐานะภรรยาและแม่ของลูกๆ อีกสามคนของเขา
ประกายระยิบระยับฉายชัดขึ้นในดวงตางามราวกับสุนัขจิ้งจอกของเธอ ‘สหายลั่วเยี่ยนชิงคนนั้น... เขาจะต้อนรับคู่ชีวิตคนใหม่ที่กำลังจะก้าวเข้าไปปั่นป่วนชีวิตของเขาหรือเปล่านะ’
แล้วเด็กๆ ทั้งสามคนของเขาล่ะ พวกเขาจะรู้สึกอย่างไรที่จู่ๆ ก็มีคนแปลกหน้าอย่างเธอก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบ้าน
“หลีเป่า คิดอะไรอยู่เหรอ เห็นเงียบไปเลย”
เจียงกั๋วอันที่นั่งอยู่ข้างๆ อดเอ่ยปากถามไม่ได้ เมื่อเห็นน้องสาวสุดที่รักเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างนานสองนาน
“ฉันกำลังคิดว่าปักกิ่งจะหน้าตาเป็นแบบไหนน่ะสิคะ” เจียงหลีหันกลับมายิ้มหวาน เธอตอบคำถามอย่างสดใสเพื่อกลบเกลื่อนความคิดที่ซ่อนอยู่ “แล้วพี่ห้าล่ะคะ คิดอยู่เหมือนกันหรือเปล่า”
“เอ่อ... ก็” เจียงกั๋วอันไอแก้เก้อเล็กน้อย ใบหน้ามีสีระเรื่อจางๆ “ก็คิดอยู่บ้าง แต่พี่ก็นึกภาพไม่ออกจริงๆ ว่ามันจะเป็นยังไง”
“ปักกิ่งต้องเป็นเมืองที่ใหญ่โตแล้วก็มีชีวิตชีวามากๆ แน่เลยค่ะ” ในฐานะเมืองหลวงของประเทศ จะเป็นอย่างอื่นไปได้อย่างไร เจียงหลีพูดด้วยรอยยิ้มตาหยี “พอพวกเราจัดการเรื่องต่างๆ เข้าที่เข้าทางแล้ว ต้องไปเดินเที่ยวให้ทั่วปักกิ่งเลยนะคะ”
เจียงกั๋วอันไม่ได้ตอบรับหรือปฏิเสธ
เจียงหลีจึงหันไปหาพ่อกับพี่ชายคนโตที่นั่งอยู่อีกฝั่ง “พ่อคะ พี่ใหญ่ เราไปเที่ยวกันนะคะ”
พ่อเจียงส่ายหน้าเบาๆ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่หนักแน่น “เรื่องเที่ยวเอาไว้ทีหลังเถอะลูก ครั้งนี้พ่อกับพี่ตั้งใจมาส่งลูกให้ถึงที่ จัดการเรื่องบ้านพักให้เรียบร้อย แล้วก็ต้องอยู่ดูให้แน่ใจว่าพี่ห้าของลูกเข้ารายงานตัวที่ทำงานใหม่เสร็จสิ้นไม่มีปัญหาอะไร หลังจากนั้นพ่อกับพี่ก็ต้องรีบกลับบ้านเราแล้ว”
ปักกิ่งอาจจะเป็นเมืองที่น่าตื่นตาตื่นใจ แต่สำหรับพวกเขาแล้ว มันก็เป็นแค่ที่อื่น ที่ที่ทุกย่างก้าวคือรายจ่าย อีกอย่างงานที่คอมมูนก็ยังรออยู่ จะทิ้งไปนานๆ ไม่ได้
“น้องเล็ก พ่อพูดถูกแล้วล่ะ” พี่ชายคนโตเสริมขึ้นด้วยรอยยิ้ม “เอาไว้คราวหน้าเรามาเยี่ยมใหม่ ตอนนั้นอยากจะเที่ยวที่ไหนพี่จะพาไปเอง แต่ตอนนี้งานที่นากำลังยุ่งจริงๆ มันรอไม่ได้”
เจียงหลีทำแก้มป่องเล็กน้อยอย่างน่ารัก ก่อนจะพยักหน้ารับ “ก็ได้ค่ะ”
“ถ้าลูกอยากเที่ยวจริงๆ รอให้เจ้าห้าได้วันหยุดแล้วค่อยให้เขาพาไปก็ได้” พ่อเจียงกล่าวเสริม “แต่มีเรื่องหนึ่งที่ลูกต้องจำให้ขึ้นใจนะ ตอนนี้ลูกมีเด็กๆ ที่ต้องดูแลแล้ว จะเที่ยวเล่นเพลินจนลืมความรับผิดชอบไม่ได้ ปล่อยให้พวกเขาเป็นอะไรไปไม่ได้เด็ดขาด เข้าใจไหม”
[จบบท]