บทที่ 360 จงขอโทษภรรยาของผม!
“ถ้าไม่ใช่เพราะแก ลูกชายฉันจะหนีออกจากบ้านเหรอ! ลูกชายฉันจะเกลียดฉันจนถึงขั้นเอามีดทำครัวมาขู่จะฆ่าตัวตายต่อหน้าต่อตาฉันได้ยังไง! ทั้งหมดเป็นเพราะแกคนเดียว! ที่ลูกไม่ยอมกลับบ้านกับฉันก็เพราะแก! บอกมาสิว่าฉันไม่ควรจะสั่งสอนแกหรือไง!”
ผู้เฒ่าซ่งต้องรีบปรี่เข้าไปขวางท่านผู้เฒ่าเฝิงที่ทำท่าจะเข้าไปปกป้องฟางซู่ พอได้ฟังเหตุผลที่อีกฝ่ายยกมาอ้าง เขากับฉีฟางก็โกรธจนควันออกหู อยากจะจับโยนทั้งสามคนออกไปให้พ้นๆ แล้วตัดขาดความสัมพันธ์มันซะเดี๋ยวนี้เลย
เสิ่นอวิ๋นที่ยืนอยู่ตรงประตูห้องโถงถึงกับตกใจจนอธิบายไม่ถูก ในใจพลันรู้สึกเจ็บปวดขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ เธอไม่เคยจินตนาการมาก่อนเลยว่าจะได้เห็นลั่วเยี่ยนชิงในมุมที่ดุดันและโหดเหี้ยมขนาดนี้ เพียงเพื่อปกป้องภรรยาของตัวเอง เขาก็พร้อมจะซัดเด็กหนุ่มคนนั้นไม่ยั้งจนอีกฝ่ายหมดสภาพอย่างที่เห็น
“ตาแก่เฝิง! วันนี้แกตั้งใจจะมาพังบ้านฉันเลยใช่ไหม!” ผู้เฒ่าซ่งตวาดใส่หน้าท่านผู้เฒ่าเฝิงอย่างไม่ไว้หน้า
“หลีเป่าลูกสาวฉันช่วยชีวิตลูกชายแกไว้นะ! แทนที่จะขอบใจ กลับพากันมาหาเรื่องลูกสาวฉันถึงที่นี่! พวกแกทำตัวกันแบบนี้ได้ยังไง!”
ฉีฟางเองก็ทนไม่ไหว จ้องหน้าฟางซู่เขม็งแล้วสวนกลับไปบ้าง “เฝิงอี้เป็นลูกชายของเธอ แต่ก็เป็นเธอไม่ใช่เหรอที่ไล่เขาออกจากบ้าน จนเขาเกือบจะไปตายอยู่ในป่าแถบชานเมืองฝั่งตะวันตกแล้ว!
ถ้าไม่ใช่เพราะหลีเป่าลูกสาวฉันไปเยี่ยมเยี่ยนชิงแล้วบังเอิญได้ยินเสียงคนร้องขอความช่วยเหลือ ป่านนี้เธอคงต้องไปขอลูกชายคืนจากยมบาลแล้วล่ะ!
ลองดูลูกสาวฉันสิ ตัวก็ผอมบางแค่นี้ แต่ต้องมาทำแผลให้ลูกชายเธอ แล้วยังต้องแบกเขาเดินไปไกลเกือบครึ่งกิโลเมตรเพื่อไปส่งโรงพยาบาลอีก
ตอนแรกฉันกะว่าจะโทรไปบอกพวกเธอสองคนให้รู้เรื่อง แต่เฝิงอี้เป็นคนห้ามไว้เอง เขาขู่ว่าถ้าฉันบอกที่อยู่ของเขาให้พวกเธอรู้ เขาจะหนีไปให้ไกลสุดหล้าฟ้าเขียว หรือไม่ก็ไปตายให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย!”
ผู้เฒ่าซ่งพยักหน้ารับแล้วพูดต่ออย่างไม่เกรงใจ “ฉันก็เลยสงสัยว่าเด็กมันไปมีความแค้นฝังใจอะไรกับครอบครัวนักหนา ถึงขั้นมีบ้านแต่ไม่กลับ แถมยังห้ามไม่ให้ฉันโทรไปบอกพวกแกอีก
ถึงเด็กมันจะไม่ยอมปริปากบอก แต่ฉันก็พอจะเดาได้ว่าเรื่องมันต้องเกี่ยวกับการที่พวกนายส่งเขาไปดัดนิสัยที่ฟาร์มเพื่อไอ้ตัวปัญหาเฝิงเซียวแน่ๆ และเพราะกลัวว่าเด็กมันจะคิดสั้นทำอะไรโง่ๆ ลงไปจริงๆ ฉันเลยต้องพับแผนที่จะโทรหาพวกแกไป แล้วรีบให้เมียฉันเอาเงินกับตั๋วปันส่วนที่บ้านให้หลีเป่าเอาไปให้ที่โรงพยาบาลแทน...
เอ้า! ทีนี้มีอะไรจะแก้ตัวอีกไหมล่ะ”
คำพูดของผู้เฒ่าซ่งทำเอาท่านผู้เฒ่าเฝิงอับอายจนอยากจะมุดแผ่นดินหนี
เฝิงเซียวที่นอนกองอยู่กับพื้นค่อยๆ พยุงร่างที่สะบักสะบอมของตัวเองลุกขึ้น เดินโขยกเขยกไปหาพ่อแล้วจ้องเขม็งไปที่ฟางซู่เหมือนจะกินเลือดกินเนื้อ “เรื่องทั้งหมดมันเป็นเพราะผู้หญิงคนนี้คนเดียว! พ่อครับ กลับกันเถอะ ขืนยังอยู่นี่ต่อไป ตระกูลเฝิงเราได้อับอายขายขี้หน้าไปมากกว่านี้แน่!”
ฟางซู่กลับไม่สนใจสถานการณ์ใดๆ ทั้งสิ้น เธอปล่อยโฮออกมาแล้วฟ้องท่านผู้เฒ่าเฝิงเสียงสั่น “คุณคะ! คุณดูอดีตลูกเขยของคุณทำสิคะ! ดูสิว่านอกจา...”
ยังไม่ทันที่ท่านผู้เฒ่าเฝิงจะเอ่ยคำใดออกมา น้ำเสียงเย็นเยียบไร้ความรู้สึกของลั่วเยี่ยนชิงก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน “ไม่ลืมใช่ไหมว่าวันนั้นพวกคุณเซ็นเอกสารอะไรไว้”
คำว่า “อดีตลูกเขย” จุดประกายความทรงจำของลั่วเยี่ยนชิงขึ้นมาทันที... ใช่แล้วสิ แม่ผู้ให้กำเนิดของลูกๆ เขาก็คือคนจากตระกูลเฝิง และเมื่ออีกฝ่ายเอ่ยคำนี้ออกมาอย่างมั่นใจ ก็แสดงว่าไม่ได้จำคนผิดอย่างแน่นอน มันหมายความว่าเขาเคยเกี่ยวดองกับตระกูลเฝิงจริงๆ
เมื่อความคิดตกผลึก ดวงตาของลั่วเยี่ยนชิงก็เย็นชายิ่งกว่าน้ำแข็งในขั้วโลกเหนือ เขาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของฟางซู่แล้วสั่งเสียงเฉียบขาด “ขอโทษภรรยาของผม!”
น้ำตาของฟางซู่ชะงักกึก เธอไม่กล้าพูดเรื่องที่ค้างคาอยู่อีกต่อไป เพราะรู้ดีว่าคงไม่อาจรับมือกับโทสะของสามีได้แน่ หากเธอดึงดันจะพูดต่อ พอกลับถึงบ้าน เธอนี่แหละที่จะโดนไล่ออกจากบ้านเสียเอง
“ทำไมฉันต้องขอโทษด้วย! ฉันไม่ได้แตะต้องตัวภรรยาแกเลยสักนิด แต่เธอกลับตบหน้าฉันฉาดใหญ่ถึงสองครั้งจนฟันร่วงไปสองซี่! คนที่ต้องขอโทษคือภรรยาของแกต่างหาก ไม่ใช่ฉัน!”
[จบบท]