บทที่ 365: สามแสบไม่วางใจ
เสียงที่เจือความห่วงใยของผู้เฒ่าซ่งและแม่เฒ่าฉีดังแว่วอยู่ข้างหูไม่ขาดสาย ทำให้เจียงหลีที่นั่งพิงหัวเตียงอยู่ต้องส่งยิ้มบางๆ ออกไปอย่างจนใจ เธอไม่อยากให้ผู้ใหญ่ทั้งสองต้องกังวลใจไปมากกว่านี้ เลยลองเสนอทางออก
"ตอนนี้พ่อกับแม่ลองมองดูหน้าหนูดีๆ นะคะ เห็นไหมว่ามันดูดีขึ้นกว่าเมื่อกี้หน่อยหนึ่งแล้ว"
คำพูดของเธอทำให้ผู้เฒ่าซ่งและแม่เฒ่าฉีหันมาพิจารณาใบหน้าของเธออย่างละเอียด ก่อนจะพยักหน้าพร้อมกันเป็นเชิงยอมรับ
"เห็นไหมล่ะคะ หนูไม่ได้โกหกสักหน่อย" เจียงหลีเผยรอยยิ้มสดใสเต็มดวงหน้า ก่อนจะหันไปมองเจ้าตัวเล็กทั้งสามที่เกาะขอบเตียงตาแป๋ว ในแววตาของเด็กๆ ฉายชัดถึงความกังวลและความกลัว เธอจึงเอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนที่สุด "เด็กดีของแม่ ไม่ต้องห่วงนะ เดี๋ยวแม่ก็หายแล้วจ้ะ"
"จริงเหรอครับ/คะแม่" แฝดหญิงชายประสานเสียงถามพร้อมกัน
เจียงหลีอมยิ้ม เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยแทนคำตอบ "แล้วแม่เคยหลอกพวกหนูด้วยเหรอ"
เด็กทั้งสองส่ายหน้าพร้อมกัน "ไม่เคยเลยครับ/ค่ะ"
"แล้วตอนนี้เชื่อใจแม่ได้หรือยังคะ"
เจ้าก้อนแป้งหมิงหานพยักหน้ารับ "หานหานเชื่อแม่ครับ แต่หานหานก็ยังอดห่วงแม่ไม่ได้อยู่ดี"
เสี่ยวหมิงเวยรีบเสริม "เวยเวยก็เหมือนกันค่ะ"
"โอเคๆ แม่ไม่เป็นอะไรมากจริงๆ พวกหนูไปเล่นที่ห้องนั่งเล่นกันก่อนนะ" เจียงหลีพูด ก่อนจะหันไปทางซ่งเซวียนกับลั่วหมิงรุ่ย "ไปเถอะลูก พาน้องๆ ไปเล่นรอที่ห้องนั่งเล่นนะ"
เมื่อเด็กโตทั้งสองเห็นว่าสีหน้าของแม่ดูสดใสและมีเรี่ยวแรงขึ้นมาบ้างแล้วจริงๆ จึงพยักหน้ารับคำ แล้วจูงมือออกจากห้องนอนไปอย่างว่าง่าย
"น้ำอุ่นพอดีแล้ว" ลั่วเยี่ยนชิงที่เงียบอยู่นานเอ่ยขึ้น บนโต๊ะข้างเตียงมีแก้วเคลือบใบนึงตั้งอยู่ ภายในบรรจุน้ำขิงผสมน้ำตาลทรายแดงที่เขาชงไว้เมื่อไม่กี่นาทีก่อน เขาใช้หลังมือแตะที่ผิวแก้วเพื่อเช็กอุณหภูมิอีกครั้ง เมื่อเห็นว่าดื่มได้แล้วจึงลุกขึ้นเดินมาส่งให้ภรรยาถึงข้างเตียง
เจียงหลีรับแก้วมาถือไว้ในมือ ก่อนจะยกขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดเกลี้ยงท่ามกลางสายตาของสามีที่มองอยู่ไม่วางตา
"ที่บ้านแม่ทำกับข้าวไว้ตั้งหลายอย่างนะ เดี๋ยวพอลูกดีขึ้นแล้ว เราทั้งครอบครัวจะได้กินข้าวพร้อมหน้ากันสักที" แม่เฒ่าฉีเอ่ยขึ้นด้วยรอยยิ้ม เจียงหลีฟังแล้วก็นิ่งไปนิดหน่อย ก่อนจะพยักหน้ารับ "ค่ะ"
แต่แล้วสีหน้าของเธอก็เปลี่ยนเป็นรู้สึกผิด "แม่บุญธรรม พ่อบุญธรรมคะ เรื่องวันนี้หนูทำอะไรไม่คิดไปหน่อย แต่ตอนนั้นมันเป็นสัญชาตญาณจริงๆ"
ผู้เฒ่าซ่งส่ายหน้า "ไม่ใช่ความผิดของลูกเลยสักนิด คนที่ผิดคือฟางซู่ต่างหาก พ่อรู้เรื่องทั้งหมดแล้ว"
แม่เฒ่าฉีเสริมต่อ "ก่อนที่พ่อกับแม่จะเข้ามาในบ้าน พ่อของเฝิงอี้ก็ถูกเยี่ยนชิงห้ามไม่ให้เข้ามา เขาเลยฝากให้พวกเรามาขอบคุณและขอโทษลูกแทน แล้วก็บอกอีกว่าอีกไม่นานเขาจะให้เฝิงอี้เอาเงินกับตั๋วปันส่วนมาคืนให้"
"เรื่องขอบคุณกับขอโทษน่ะไม่จำเป็นหรอกค่ะ แต่เรื่องเงินกับตั๋วปันส่วน หนูจะรับไว้แน่นอน ในเมื่อมันออกมาจากกระเป๋าของบ้านสกุลเฝิง ก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องปฏิเสธน้ำใจนี่คะ"
เรื่องของเฝิงอี้ก็เรื่องหนึ่ง แต่เรื่องของบ้านสกุลเฝิงก็อีกเรื่องหนึ่ง ในเมื่อทางนั้นแสดงความรับผิดชอบด้วยการจะคืนเงินกับตั๋วปันส่วนให้ ก็มีแต่คนไม่เต็มเต็งเท่านั้นแหละที่จะปฏิเสธ
หลังจากพูดคุยกันอีกเล็กน้อย ผู้เฒ่าซ่งและแม่เฒ่าฉีก็ขอตัวกลับ เพราะรู้ดีว่าเจียงหลีต้องการเวลาพักผ่อน ลั่วเยี่ยนชิงเดินตามไปส่งทั้งสองถึงหน้าประตูรั้ว ผู้เฒ่าซ่งจึงบอกกับเขา "พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับไปที่สถาบันวิจัยก็ได้นะ"
ลั่วเยี่ยนชิงนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะพยักหน้ารับ "ผมก็ตั้งใจไว้อย่างนั้นครับ" ภรรยาตัวน้อยของเขากำลังป่วยไข้ ถ้าจะให้เขากลับไปทำงานตอนบ่ายวันนี้ตามกำหนดการเดิมจริงๆ เขาก็คงไม่มีสมาธิทำงานแน่
"ถ้างั้นก็ตามนี้แหละ" ผู้เฒ่าซ่งโบกมือเบาๆ เป็นเชิงลา ก่อนจะเรียกซ่งเซวียนให้เดินตาม แล้วทั้งสามก็ค่อยๆ เดินห่างออกไปจนลับสายตา
ลั่วเยี่ยนชิงเดินกลับเข้ามาในบ้านแล้วตรงไปยังห้องนอนใหญ่ทันที
"นอนพักซะนะ ผมจะนั่งอยู่เป็นเพื่อนคุณตรงนี้เอง"
"ถ้าอย่างนั้น ฉันของีบสักแป๊บนะคะ"
เจียงหลีรู้สึกอ่อนเพลียไปทั้งตัว มันไร้เรี่ยวแรงจนแทบจะขยับตัวไม่ไหว เธอจำเป็นต้องนอนพักสักงีบจริงๆ หญิงสาวยิ้มบางๆ ให้สามี ก่อนจะค่อยๆ ปิดเปลือกตาคู่สวยที่มีเสน่ห์ของเธอลงช้าๆ
ไม่นานนัก เสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอและแผ่วเบาก็ลอยมาให้ได้ยิน ลั่วเยี่ยนชิงรู้ใว่าภรรยาตัวน้อยของเขาหลับไปแล้ว เขาจึงค่อยๆ ย้อนนึกถึงเหตุการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นระหว่างที่ครอบครัวของพวกเขาไปเยี่ยมบ้านสกุลซ่งในวันนี้อย่างละเอียดอีกครั้ง
[จบบท]