บทที่ 370: ความลับในซองจดหมาย
เจียงหลียืนกอดอกพลางบ่นอุบอิบอยู่คนเดียวในห้องนั่งเล่น "มีอะไรก็ไม่ยอมพูดออกมาตรงๆ จะมาทำท่าทีอ้ำอึ้งเหมือนมีเรื่องลับลมคมในให้มันได้อะไรขึ้นมานะ"
จริงด้วยสิ คนยิ่งห้ามก็เหมือนยิ่งยุ ไม่รู้หรือไงว่านิสัยพื้นฐานของมนุษย์คือความอยากรู้อยากเห็น
หญิงสาวทำเสียงขึ้นจมูก พลางเชิดหน้าขึ้นน้อยๆ อย่างคนถือดี
ก็ดี! ไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด ถ้าคิดว่าเธอจะเป็นฝ่ายยอมเสียฟอร์มเดินเข้าไปถามก่อนล่ะก็ ฝันไปเถอะ!
เธอตัดสินใจก้มหน้าก้มตาจัดของในกระเป๋าเดินทางต่อ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ชายตามองไปทางห้องหนังสือแม้แต่น้อย แต่เสียงฝีเท้าที่ดังใกล้เข้ามากลับทำให้กำแพงความตั้งใจของเธอพังทลายลง เจียงหลีเงยหน้าขึ้นอย่างเสียไม่ได้ แล้วภาพที่เห็นก็ทำให้เธอต้องนิ่งไป ชายหนุ่มที่เมื่อครู่ยังทำท่ามีลับลมคมใน ตอนนี้กลับเดินถือซองจดหมายตรงมาที่เธอ
เจียงหลีถึงกับยืนตัวแข็งทื่อ นี่มันเรื่องอะไรกัน หรือว่าในมือเขานั่นจะเป็นจดหมายที่เขียนถึงเธอ? ไม่มั้ง! สามีภรรยาที่นอนเตียงเดียวกัน ใช้ชีวิตอยู่ใต้หลังคาเดียวกัน แถมเมื่อไม่กี่นาทีก่อนก็ยังยืนคุยกันอยู่แท้ๆ มีเรื่องอะไรทำไมไม่พูดกันต่อหน้าให้รู้เรื่อง แต่กลับต้องเสียเวลาเดินเข้าห้องหนังสือไปเขียนจดหมายเพื่อเอามายื่นให้กันแบบนี้เนี่ยนะ?
ดวงตาคู่สวยที่ใครๆ ต่างก็ชมว่าเป็นดวงตาหงส์เบิกกว้างขึ้นด้วยความประหลาดใจ เจียงหลีจนปัญญาจริงๆ ที่จะเข้าใจตรรกะความคิดของสามีตัวเอง
เธอค่อยๆ วางกระเป๋าเดินทางในมือลงกับพื้น ลองขยี้ตาตัวเองเบาๆ แล้วเพ่งมองอีกครั้งให้แน่ใจ ภาพที่เห็นก็ยังคงเหมือนเดิม ศาสตราจารย์ลั่วของเธอยืนถือซองจดหมายสีขาวสะอาดที่ยังไม่ได้ปิดผนึกไว้ในมือ บนซองไม่ได้จ่าหน้าถึงใคร ดูท่าคงจะเพิ่งเขียนข้อความบางอย่างเสร็จสดๆ ร้อนๆ แล้วบรรจงใส่เข้าไปข้างใน
การกระทำที่ไม่ยอมพูดกันตรงๆ แต่เลือกที่จะสื่อสารผ่านตัวอักษรแบบนี้มันหมายความว่ายังไงกันนะ หรือว่า...หรือว่าสิ่งที่อยู่ในซองจดหมายฉบับนั้นจะเป็น...จดหมายรัก?
ใช่แน่ๆ ต้องเป็นจดหมายรักที่เขาอุตส่าห์ตั้งใจเขียนให้เธอแน่ๆ!
แค่เพียงความคิดนั้นแวบเข้ามาในหัว เจียงหลีก็รู้สึกได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัวขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นมาดื้อๆ ราวกับมีใครเอาไฟมาลน เส้นประสาททุกเส้นทั่วร่างกายพร้อมใจกันตึงเปรี๊ยะ!
เดี๋ยวนะ นี่เธอกำลังตื่นเต้นกับเรื่องแค่นี้เนี่ยนะ?
ขณะที่กำลังสับสนกับปฏิกิริยาของตัวเอง มือเรียวยาวขาวสะอาดราวกับหยกสลักซึ่งมีข้อนิ้วเด่นชัดสวยงามก็ได้ยื่นมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอ ปลายนิ้วของเขายังคงคีบซองจดหมายนั้นไว้ และในวินาทีเดียวกันนั้นเอง เสียงทุ้มที่ปกติจะราบเรียบเสมอต้นเสมอปลายก็ดังขึ้น แต่คราวนี้กลับเจือความประหม่าไว้อย่างปิดไม่มิด
"คุณ...รับนี่ไว้สิครับ รอให้ผมไปแล้วค่อยเปิดอ่านนะ ย้ำว่าต้องรอให้ผมไปแล้วจริงๆนะครับ!"
เขาย้ำคำพูดจบก็ไม่เปิดโอกาสให้เธอได้ทันพูดอะไรตอบกลับ จดหมายฉบับนั้นก็ถูกยัดใส่มือเธออย่างรวดเร็ว ก่อนที่เจ้าตัวจะคว้ากระเป๋าเดินทางที่วางอยู่บนพื้นแล้วหมุนตัวก้าวฉับๆ ออกจากห้องนั่งเล่นไป ร่างสูงโปร่งของเขาหายลับไปจากสายตาอย่างรวดเร็ว
ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเขามันน่าทึ่งมากจนเจียงหลีเผลอคิดไปว่าตัวเองอาจจะตาฝาดไปชั่วขณะ เธอถึงกับต้องทบทวนกับตัวเองว่าเมื่อครู่นี้มีคนมายืนอยู่ตรงหน้าเธอจริงๆ ใช่ไหม แล้วก็มีคนพูดอะไรบางอย่างกับเธอจริงๆ หรือเปล่า
อาการแบบนี้เขาเรียกว่าเขินใช่ไหมนะ?
เจียงหลีเม้มริมฝีปากกลั้นยิ้ม แต่ประกายความขบขันในดวงตาหงส์กลับส่องสว่างชัดเจน เธอเดินตามเขาออกจากห้องนั่งเล่นไปจนถึงประตูรั้วหน้าบ้าน ในใจก็อดคิดไม่ได้ว่า ที่เขารีบร้อนขนาดนี้คงไม่ใช่เพราะกลัวเธอจะใจร้ายปฏิเสธไม่ยอมรับ "จดหมายรัก" ของเขาหรอกนะ
แต่เรื่องแบบนั้น...มันไม่มีทางเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว!
เมื่อมาถึงหน้าประตูรั้ว ลั่วเยี่ยนชิงก็ก้าวขึ้นไปนั่งบนรถเรียบร้อยแล้ว ทันทีที่เขาเห็นเจียงหลีเดินตามออกมา เขาก็รีบเบือนหน้าหนีไปทางอื่นผ่านกระจกรถยนต์ แต่เจียงหลีกลับไม่ยอมปล่อยโอกาสให้หลุดลอยไปง่ายๆ
เธอยกมือขึ้นเคาะกระจกเบาๆ เมื่อเขาหันมามอง เธอก็ทำปากขยับเป็นคำพูดช้าๆ ชัดๆ ว่า "ลั่วลั่ว ฉันจะตั้งใจอ่านเลย!" พร้อมกับชูซองจดหมายในมือขึ้นโบกไปมาตรงหน้ากระจกเป็นเชิงหยอกล้อ
ภาพนั้นส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลาที่ปกติจะขาวสะอาดอยู่แล้วกลับแดงก่ำขึ้นมาในชั่วพริบตา ลั่วเยี่ยนชิงรีบหลบสายตาเธอเป็นพัลวัน ก่อนจะหันไปสั่งคนขับรถเสียงห้วน "ออกรถ"
เจียงหลี “...” ให้ตายเถอะ จะเขินอะไรกันนักหนา ถึงขั้นต้องหลบหน้าหลบตากันขนาดนี้เลยเหรอ
แถมยังไม่ยอมมองหน้าเธอแล้วยังรีบสั่งให้คนขับรถซิ่งหนีไปอีก ทำอย่างกับว่าเธอเป็นนางมารร้ายที่จ้องจะจับเขากินอย่างนั้นแหละ!
แม้ในใจจะบ่นกระปอดกระแปด แต่บนใบหน้าของเจียงหลีกลับเต็มไปด้วยรอยยิ้มที่สดใสและมีความสุข
เธอหยุดยืนมองตามรถจนลับสายตาไปแล้วจึงค่อยๆ ละสายตากลับมา หันหลังเดินกลับเข้าบ้านไปอย่างอารมณ์ดี พร้อมกับส่ายหัวเบาๆ "เร็วเหมือนพายุ นี่มันความเร็วระดับเทพแล้วนะเนี่ย!"
ตั้งแต่จังหวะที่เขายัดจดหมายใส่มือเธอ วิ่งออกจากห้องนั่งเล่น ทะยานออกจากประตูรั้ว ไปจนถึงขึ้นรถแล้วสั่งให้รถเคลื่อนตัวออกไป ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วเสียจนเธอนึกทึ่งในใจ
เมื่อกลับเข้ามาในห้องนั่งเล่น เจียงหลีก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างสบายอารมณ์ แต่ยังคงไว้ซึ่งท่วงท่าที่สง่างามในแบบของเธอ ยิ่งคิดถึงท่าทีของเขาก็ยิ่งอดขำไม่ได้ จนกระทั่งเธอตัดสินใจคลี่ซองจดหมายออกแล้วดึงกระดาษข้างในออกมาอ่าน ข้อความบนนั้นก็ทำให้รอยยิ้มของเธอค่อยๆ จางหายไป
[จบบท]