บทที่ 374: คำเตือน
"เธอมีความรู้สึกพิเศษกับลั่วเยี่ยนชิงอย่างนั้นเหรอ" ผู้เฒ่าซ่งเปิดประเด็นขึ้นมาตรงๆ ทำลายความเงียบในห้องทำงานลง
"ไปเริ่มชอบพอเขากันตั้งแต่เมื่อไหร่"
"คุณท่านฉีไม่ได้เรียนท่านให้ทราบหรอกหรือคะ" เสิ่นอวิ๋นถามกลับไปอย่างใจเย็น
ผู้เฒ่าซ่งเพียงแค่ส่ายหน้าเป็นคำตอบ
ความเงียบเข้าปกคลุมอีกครั้ง เสิ่นอวิ๋นยืนนิ่งไปพักใหญ่ก่อนจะยอมเปิดปากในที่สุด "ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันจะปฏิบัติตามที่สถาบันจัดสรรให้ทุกอย่างค่ะ ฉันจะเข้าไปอยู่ในทีมโปรเจกต์ของศาสตราจารย์หวัง"
สิ้นเสียงของเธอ ร่างนั้นก็หมุนตัวเตรียมจะก้าวออกจากห้องไป
"เดี๋ยวก่อนเสี่ยวเสิ่น" ผู้เฒ่าซ่งเรียกให้เธอหยุด
เสิ่นอวิ๋นจึงหันกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง "ท่านหัวหน้ายังมีเรื่องอะไรจะพูดอีกหรือเปล่าคะ"
"สหายเสิ่นอวิ๋น ฉันไม่สนใจหรอกนะว่าเธอจะรู้สึกยังไงกับเยี่ยนชิง แต่เธอต้องจำไว้อย่างหนึ่งว่าเขามีครอบครัวแล้ว ฉันไม่อยากได้ยินข่าวลืออะไรก็ตามในสถาบันวิจัยที่จะมาทำลายความสัมพันธ์ระหว่างลูกเขยกับลูกสาวของฉัน เข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม"
เสิ่นอวิ๋นเม้มริมฝีปากแน่น แต่ก็ยังไม่ยอมปริปากพูดอะไรออกมา
"ที่ฉันพูดไปทั้งหมดเมื่อกี้ ฉันพูดในฐานะพ่อของลูกสาวคนหนึ่ง แต่ถ้าคุณยังปล่อยให้ความรู้สึกส่วนตัวมาอยู่เหนือเหตุผล จนสร้างความเดือดร้อนให้กับสหายลั่วเยี่ยนชิงและงานในทีมโปรเจกต์ที่คุณรับผิดชอบ ฉันคงไม่มีทางเลือกนอกจากจะต้องรายงานเรื่องของคุณให้เบื้องบนรับทราบ เพื่อให้พวกเขาเป็นคนตัดสินใจเองว่าคุณควรจะอยู่ที่นี่ต่อไปหรือไม่"
"นี่ท่านหัวหน้ากำลังมองฉันในแง่ร้ายเหรอคะ"
"จะมองในแง่ร้ายหรือไม่อยู่ที่คุณเป็นคนพิสูจน์ตัวเองในวันข้างหน้า เอาล่ะ ไม่มีอะไรแล้ว คุณไปทำงานต่อได้" ผู้เฒ่าซ่งโบกมือไล่เบาๆ
เสิ่นอวิ๋นเผยรอยยิ้มที่ดูเจื่อนๆ ออกมา "ท่านหัวหน้าไม่ต้องเป็นห่วงค่ะ ฉันรู้ว่าอะไรสำคัญกว่าอะไร และแยกแยะเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวออกจากกันได้" เธอพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะหันหลังเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว
ถึงแม้จะได้รับคำยืนยัน แต่ในใจของผู้เฒ่าซ่งก็ยังคงไม่สงบลงอยู่ดี เรื่องราวต่างๆ เริ่มประติดประต่อกันในหัวของเขา หญิงสาวคนนี้ได้รับทุนไปเรียนต่อต่างประเทศสามปี พอครบกำหนดกลับไม่ยอมกลับประเทศ อ้างว่าจะเรียนต่อโดยออกค่าใช้จ่ายเอง เวลาล่วงเลยมาเกือบสี่ปีหลังจากกำหนดการเดิม จู่ๆ เธอก็ตัดสินใจกลับมาโดยไม่สนใจสถานการณ์วุ่นวายภายในประเทศ แถมยังเจาะจงขอเข้ามาทำงานในสถาบันวิจัยที่เขาเป็นผู้ดูแลอีก
ที่แท้... เป้าหมายที่แท้จริงของเธอก็คือลูกเขยของเขานั่นเอง
ความประทับใจดีๆ ที่เคยมีต่อเสิ่นอวิ๋นจางหายไปเกือบหมด คุณค่าเพียงหนึ่งเดียวที่หลงเหลืออยู่ในสายตาของเขาก็คือความสามารถในฐานะนักวิจัยของเธอเท่านั้น แต่ถ้าคนคนนี้มีเจตนาแอบแฝง ต่อให้เก่งกาจมาจากไหน เขาก็พร้อมจะหาทางส่งเธอไปให้ไกลที่สุด เพราะไม่ว่าใครหน้าไหน ก็ไม่มีสิทธิ์มาทำลายชีวิตคู่ของหลีเป่าลูกสาวสุดที่รักของเขาได้ทั้งนั้น
"หลีเป่า พวกหนูมากันแล้ว ย่าเพิ่งจะพูดถึงหนูกับหลานๆ ให้เหล่าเซียวฟังอยู่เลย" เสียงของย่าอวี๋ดังขึ้นอย่างยินดีทันทีที่เห็นร่างของเจหญิงสาวและเด็กๆ ทั้งสามคนก้าวเข้ามาในบริเวณบ้าน วันนี้ท่านลงมือเข้าครัวเตรียมอาหารด้วยตัวเองเพื่อรอต้อนรับแขกคนสำคัญ ระหว่างนั้นก็คอยชะเง้อคอมองและส่งเหล่าเซียวให้ไปด้อมๆ มองๆ ที่หน้าประตูอยู่หลายรอบ
"หนูบอกคุณย่าแล้วนี่คะว่าจะมาสวัสดีปีใหม่วันนี้ ยังไงก็ไม่ลืมอยู่แล้วค่ะ" เจียงหลีส่งยิ้มให้
"ดีจริงๆ เข้ามาในบ้านก่อนนะจ๊ะ มานั่งคุยกันในบ้านให้อุ่นๆ" ย่าอวี๋หัวเราะอย่างมีความสุข พร้อมกับจูงมือเด็กๆ เดินนำเข้าไปในตัวบ้านหลัก
เหล่าเซียวช่วยยกของฝากที่เจียงหลีนำมาไปวางไว้บนโต๊ะริมผนัง ก่อนจะหันไปบอกย่าอวี๋ "คุณหนูอยู่เป็นเพื่อนคุยกับหลีเป่าไปนะ เดี๋ยวผมขอตัวไปทำกับข้าวในครัวก่อน"
"ได้จ้ะ ไปเถอะ ของทุกอย่างฉันล้างหั่นเตรียมไว้ให้หมดแล้ว แค่เอาลงกระทะผัดก็พอ" ย่าอวี๋บอก ก่อนจะหันกลับมาคุยกับเจียงหลีหลังจากเหล่าเซียวเดินออกไปแล้ว
"ฝีมือทำอาหารของคุณปู่เซียวของหนูเนี่ย เขาเรียนมาจากเชฟใหญ่ในภัตตาคารสมัยก่อนเลยนะ ปล่อยให้เขาโชว์ฝีมือให้พวกเราชิมหน่อยเถอะ"
ย่าอวี๋เล่าให้ฟังต่อว่า แต่ก่อนบ้านของย่าิวี๋เคยเปิดภัตตาคารใหญ่สองแห่งในปักกิ่ง แล้วเหล่าเซียวก็เคยไปเรียนรู้วิชาจากเชฟใหญ่ในนั้นมาหลายปี ส่วนหนึ่งก็เพราะทางบ้านจัดแจงให้ แต่อีกส่วนก็เป็นความตั้งใจของเขาเอง เพราะตอนหนุ่มๆ เหล่าเซียวก็อยากจะทำอาหารอร่อยๆ ให้คุณหนูที่เขาแอบชอบได้กินบ้าง
[จบบท]