บทที่ 376: คำพูดที่บาดลึก
“คุณน้าเจียง! ได้โปรดมาที่บ้านหนูหน่อยค่ะ ช่วยพี่สาวหนูด้วย ฮือๆๆ ช่วยชีวิตพี่สาวหนูด้วย!”
เสียงร้องไห้ปานจะขาดใจของเหวินอี๋ดังทะลุเข้ามาในบ้าน เจียงหลีที่กำลังง่วนอยู่กับการทำความสะอาดถึงกับหยุดชะงัก ผ้าขี้ริ้วในมือร่วงหล่นลงบนพื้นโดยไม่รู้ตัว เธอไม่มีเวลาแม้แต่จะก้มลงไปเก็บมัน สิ่งแรกที่ทำคือหันขวับเข้าไปในห้องนั่งเล่นที่ลูกๆ ของเธอกำลังต่อตัวต่อกันอยู่อย่างสนุกสนาน
"รุ่ยรุ่ย ดูแลน้องๆ ให้ดีนะ ห้ามออกไปไหนจากบ้านเด็ดขาด เข้าใจไหมคะ" เธอกำชับลูกชายคนโตด้วยประโยคสั้นๆ ก่อนจะรีบผลุนผลันออกจากประตูบ้าน ตรงไปยังบ้านต้นเสียงที่อยู่ติดกันทันที
ภาพที่เห็นเมื่อไปถึงคือกลุ่มเพื่อนบ้านเริ่มจับกลุ่มมุงดูกันอยู่หน้าประตูบ้านของครอบครัวเหวินแล้ว เจียงหลีแทรกตัวเข้าไปด้านใน และพบกับเหวินเยว่ เด็กหญิงคนโตที่กำลังยืนตัวแข็งทื่อ โดยมีน้องสาวทั้งสองคนร้องไห้เกาะแข้งเกาะขาอยู่ข้างๆ
“ตายจริง! เยว่เยว่ มือหนูไปโดนอะไรมาน่ะ นี่มันแผลน้ำร้อนลวกชัดๆ!”
“แล้วแม่ของพวกหนูไปไหนซะล่ะ ทำไมปล่อยให้เด็กๆ อยู่กันตามลำพังแบบนี้”
“โถ น่าสงสาร นี่คงพยายามจะทำอาหารกินกันเองสินะ ถึงได้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้น”
เสียงพูดคุยของเพื่อนบ้านดังเซ็งแซ่ แต่เจียงหลีไม่ได้สนใจ เธอพุ่งตรงเข้าไปหาเหวินเยว่เป็นอันดับแรก สายตาของเธอจับจ้องไปยังมือซ้ายของเด็กหญิงที่แดงก่ำและเริ่มมีรอยพองใสปรากฏขึ้น เธอไม่ได้เอ่ยปากถามอะไรสักคำ แต่ลงมือจัดการปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างรวดเร็ว
เธอค่อยๆ บรรจงพับแขนเสื้อกันหนาวของเด็กหญิงขึ้นอย่างเบามือที่สุด ก่อนจะประคองร่างเล็กๆ นั้นไปยังก๊อกน้ำหลังบ้าน
"ทนหน่อยนะจ๊ะ" เธอพูดกับเด็กหญิงเบาๆ พร้อมกับเปิดน้ำให้ไหลรินลงบนแผลเพื่อช่วยบรรเทาความเจ็บปวด
เหวินเยว่กัดริมฝีปากแน่น แม้ในดวงตาจะเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา แต่เธอก็ไม่ยอมปล่อยให้มันไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว และไม่มีเสียงร้องครวญครางใดๆ หลุดออกจากปากเล็กๆ นั่นเลย
ความเข้มแข็งของเด็กหญิงตัวน้อยทำให้เจียงหลีรู้สึกสงสารจับใจ ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกรังเกียจซูม่านผู้เป็นแม่เลี้ยงก็พุ่งสูงขึ้นมาเช่นกัน
การรับใครสักคนมาเป็นลูก ไม่ใช่แค่การให้ที่ซุกหัวนอนกับอาหาร แต่หมายถึงความรับผิดชอบในชีวิตของพวกเขาด้วย แต่ดูเหมือนว่าซูม่านจะไม่เข้าใจเรื่องนี้เลย
"แม่ไปเยี่ยมญาติค่ะ" เสียงสะอื้นของเหวินอวี๋ดังขึ้นมา "แม่ไม่ยอมพาพวกเราไปด้วย ทิ้งพวกเราไว้ที่นี่"
เมื่อเพื่อนบ้านบางคนเห็นว่าอาการของเหวินเยว่ไม่ได้เลวร้ายอย่างที่คิด และตัวเองก็คงช่วยอะไรไม่ได้มากไปกว่านี้ จึงค่อยๆ ทยอยแยกย้ายกันกลับไป เหลือเพียงลู่ผิง คุณครูที่อยู่บ้านตรงข้ามที่ยังคงยืนกรานที่จะอยู่ต่อ พร้อมกับเริ่มสาธยายพฤติกรรมของซูม่านให้เจียงหลีฟัง
“เธอไม่รู้หรอกเจียงหลี ที่เสี่ยวซูทำแบบนี้ก็เพราะอยากจะเอาชนะเธอ อยากจะอวดว่าตัวเองมีชีวิตที่ดีกว่า เมื่อตอนสิบโมงกว่าๆ ฉันเห็นเธอเรียกรถแท็กซี่ให้มารับถึงหน้าบ้าน บอกว่าจะไปบ้านแม่ตัวเอง ตอนนั้นฉันก็เอะใจแล้วว่าทำไมไม่เห็นเด็กๆ ไปด้วย ที่ไหนได้ เธอตั้งใจทิ้งลูกๆ ทั้งสามคนไว้ที่นี่ เพื่อที่จะไปกินดีอยู่ดีที่บ้านแม่คนเดียวจริงๆ”
ลู่ผิงยังคงพูดต่อไปไม่หยุด “ฉันว่านะ คนแบบนี้จิตใจคงทำด้วยอะไรก็ไม่รู้ ถึงได้มีความสุขบนความทุกข์ของเด็กๆ ได้ลงคอ เรื่องนี้ต้องถึงหูสหายเหวิน ไม่อย่างนั้นเธอไม่มีวันสำนึกผิดแน่ๆ”
“ใจเย็นๆ ก่อนเถอะน่าลู่ผิง” สวีเหมย เพื่อนบ้านอีกคนเอ่ยปราม
“สหายเหวินทำงานอยู่ที่สถาบันวิจัยคงจะยุ่งมาก เธอโทรไปตอนนี้ก็รังแต่จะสร้างปัญหาเปล่าๆ หรือเธออยากจะให้สองคนนั้นเขาหย่ากันรึไง อย่าลืมสิว่าซูม่านกำลังท้องลูกของเขาอยู่นะ”
“เกี่ยวอะไรกับฉันล่ะคะพี่สวี” ลู่ผิงหันไปตอบ
“ฉันก็แค่ทนไม่ได้ที่เห็นเด็กๆ โดนรังแกแบบนี้ พี่ไม่คิดบ้างเหรอว่าขนาดตอนนี้ยังไม่คลอดลูกของตัวเอง เธอยังใจร้ายกับลูกเลี้ยงได้ขนาดนี้ แล้วถ้าวันไหนเธอคลอดลูกออกมา แล้วบังเอิญว่าเป็นลูกชายอีก…”
ขณะที่ลู่ผิงกำลังพูดอย่างออกรส เจียงหลีก็เหลือบไปเห็นการเปลี่ยนแปลงบนใบหน้าของเหวินเยว่ เด็กหญิงตัวน้อยกำหมัดแน่น ดวงตาที่เคยมีแต่น้ำใสๆ บัดนี้กลับฉายแววบางอย่างที่น่ากลัวออกมา มันคือความเกลียดชัง เจียงหลีไม่ปล่อยให้สถานการณ์เลวร้ายไปกว่านี้ เธอสวนคำพูดของลู่ผิงขึ้นมาทันควัน
"คุณครูลู่คะ ในฐานะที่คุณเป็นครู คุณน่าจะรู้ดีว่าคำพูดไหนควรเก็บไว้กับตัว และคำพูดไหนที่ไม่ควรหลุดออกมาจากปาก โดยเฉพาะต่อหน้าเด็ก"
คำพูดของเจียงหลีทำให้ลู่ผิงชะงักงัน เมื่อเธอมองตามสายตาของเจียงหลีไปยังใบหน้าของเหวินเยว่ เธอก็ถึงกับใจหายวาบ กลัวว่าคำพูดพล่อยๆ ของตัวเองจะกลายเป็นยาพิษที่ฝังรากลึกลงในใจของเด็กคนหนึ่ง และอาจนำไปสู่โศกนาฏกรรมในอนาคตได้
[จบบท]