บทที่ 392: ความสุขล้นใจ
เหอเหว่ยพยักหน้ารับอย่างแข็งขัน "ผู้ช่วยหลินเป็นคนมาแจ้งด้วยตัวเองเลยครับ พอเขาเห็นว่าคุณกำลังยุ่งๆ อยู่ ก็เลยฝากผมให้มาเรียนให้ทราบอีกที"
คำขอบคุณสั้นๆ หลุดออกจากปากของลั่วเยี่ยนชิง และโดยไม่รอให้เหอเหว่ยได้ทันเอ่ยคำใดตอบกลับ ร่างสูงโปร่งก็หมุนตัวและก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็วแล้ว ฝีเท้าของเขายาวและสม่ำเสมอ แม้จะเร่งรีบอย่างเห็นได้ชัด แต่ท่วงท่ากลับยังคงไว้ซึ่งความสง่างามเยือกเย็นในแบบฉบับของตัวเอง
"น่าอิจฉาเป็นบ้าเลย!"
เหอเหว่ยได้แต่มองตามแผ่นหลังของลั่วเยี่ยนชิงที่เดินห่างออกไปจนลับสายตา พลางเอ่ยกับตัวเองเบาๆ "ใครๆ ก็มีภรรยากันทั้งนั้น แต่ทำไมถึงมีแค่ภรรยาของศาสตราจารย์ลั่วคนเดียวที่ยอมทนร้อนเดินทางมาไกลขนาดนี้ เพื่อมาเยี่ยมสามีถึงที่ทำงานกันนะ"
ณ ห้องทำงานของผู้เฒ่าซ่ง
"ลูกรออยู่นี่อีกสักแป๊บเถอะ พ่อว่าเจ้าเด็กนั่นต้องมัวแต่ยุ่งอยู่กับงานจนลืมเวลากินข้าวไปแล้วแน่ๆ"
ผู้เฒ่าซ่งเอ่ยแนะนำเจียงหลีพลางหัวเราะเบาๆ เมื่อเห็นลูกสาวลูกขึ้นยืน
"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ"
เจียงหลีส่ายหน้าปฏิเสธ ก่อนจะเผยรอยยิ้มหวาน "อีกอย่าง การที่หนูไปหาก็ถือเป็นโอกาสดีที่จะได้คอยกำกับให้เขากินข้าวกลางวันให้ตรงเวลาด้วยค่ะ"
"ถ้าลูกยืนยันแบบนั้นก็ตามใจแล้วกัน" ผู้เฒ่าซ่งว่าพลางหันไปสั่งผู้ช่วยของตน "เสี่ยวหลิน ช่วยพาหลีเป่าไปทีนะ"
ผู้ช่วยหลินย่อมไม่มีปัญหาอยู่แล้ว เขาพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม ก่อนจะเอื้อมมือไปช่วยเจียงหลีถือกระเป๋าเดินทาง แล้วเดินนำเธอออกไปจากห้อง
ทว่าในจังหวะที่เจียงหลีกำลังจะก้าวเท้าออกจากห้องทำงานนั่นเอง สายตาของเธอก็พลันเหลือบไปเห็นร่างสูงคุ้นตาที่กำลังก้าวเดินตรงมาแต่ไกลด้วยขาคู่ยาวของเขา "พ่อบุญธรรมคะ นั่นลั่วเยี่ยนชิงนี่คะ!"
"อืม เจ้าเด็กนั่นมาเองเลย!"
วินาทีถัดมา เจียงหลีก็ออกตัววิ่งตรงไปยังร่างของชายหนุ่มทันที
ฝ่ายลั่วเยี่ยนชิงเองก็เห็นเธอแล้วเช่นกัน เมื่อเขาเห็นภรรยาตัวน้อยของเขาวิ่งตรงมาหาด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยรอยยิ้มสดใส สองแขนของเขาก็กางออกรอรับโดยอัตโนมัติ
"ลั่วเยี่ยนชิง!"
ราวกับลืมไปชั่วขณะว่าบนทางเดินแห่งนี้ไม่ได้มีเพียงพวกเขาสองคน เธอกระโดดเข้าใส่ร่างของเขาเต็มแรง สองขาตวัดเกี่ยวรอบเอวสอบที่แข็งแรงของเขาไว้แน่น ขณะที่สองแขนก็โอบรอบลำคอของเขาเอาไว้ ดวงตาหงส์คู่สวยทอประกายแห่งความสุขอย่างปิดไม่มิด
"เสี่ยวหลี..."
ลั่วเยี่ยนชิงใช้แขนทั้งสองข้างโอบรับร่างของภรรยาตัวน้อยที่กระโจนเข้ามาในอ้อมกอดของเขาไว้อย่างมั่นคง ลูกกระเดือกของเขาขยับขึ้นลงอย่างเห็นได้ชัด เสียงทุ้มของเขาต่ำลงกว่าปกติเล็กน้อย ราวกับกำลังสะกดกลั้นความรู้สึกบางอย่างเอาไว้สุดความสามารถ
"ผมดีใจมาก!"
เมื่อสิ้นเสียง เขาก็เอ่ยย้ำอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่เปี่ยมล้น "เสี่ยวหลี ผมดีใจมากจริงๆ!" ดีใจเหลือเกินที่คุณอุตส่าห์มาหาผมถึงที่นี่!
เจียงหลีสัมผัสได้ถึงความรู้สึกที่ถ่ายทอดผ่านน้ำเสียงและแววตาอันอ่อนโยนของเขา มุมปากที่งดงามของเธอจึงค่อยๆ โค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มตาม "อืม ฉันรู้แล้วค่ะ"
แต่พอพูดจบ เธอก็รู้สึกว่าคำตอบของตัวเองมันดูจืดชืดไปสักหน่อย เธอจึงโน้มใบหน้าเข้าไปหอมแก้มสากของเขาเสียงดังฟอดใหญ่ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่หวานละมุน "ศาสตราจารย์ลั่ว ฉันก็ดีใจมากเหมือนกันค่ะ!"
คำพูดนั้นส่งผลให้รอยยิ้มในดวงตาของลั่วเยี่ยนชิงยิ่งเด่นชัดขึ้น ความสุขนั้นค่อยๆ แผ่ขยายจากดวงตามายังมุมปาก ก่อนจะแต่งแต้มไปทั่วทั้งใบหน้าของเขาในที่สุด
ณ วินาทีนั้น ร่างกายทุกอณูของเขาต่างเปล่งประกายแห่งความปรีดาออกมาอย่างชัดเจน
ผู้ช่วยหลินถึงกับอ้าปากค้าง "เอ่อ..." นี่ใช่ศาสตราจารย์ลั่วคนเดียวกับที่เขารู้จักจริงๆ หรือเปล่า
ส่วนผู้เฒ่าซ่งก็ได้แต่คิดในใจ: ไอ้เด็กบ้าเอ๊ย รู้จักเกรงใจคนอื่นบ้างสิโว้ย ที่นี่ยังมีคนอื่นยืนอยู่หัวโด่เลยนะ!
เขาตัดสินใจกระแอมในลำคอสองสามครั้งเพื่อเป็นการส่งสัญญาณเตือนหนุ่มสาวทั้งคู่ เพราะในตอนนี้แทบทุกห้องทำงานต่างก็มีคนยืนมองเหตุการณ์อยู่หน้าประตู หากยังปล่อยให้ทั้งสองแสดงความรักกันต่อไปแบบนี้ คนที่จะต้องอับอายในภายหลังก็คือพวกเขาเอง
"ช่วยเกรงใจสายตาคนรอบข้างหน่อยสิ!"
"คะ?"
เมื่อได้ยินเสียงของผู้เฒ่าซ่ง เจียงหลีก็รีบหันไปมองรอบๆ ตัวทันที และในวินาทีที่เห็นสายตาหลายสิบคู่จับจ้องมาที่เธอกับเขา ใบหน้าของเธอก็พลันแดงซ่านขึ้นมาทันที เธอใช้มือตบลงบนไหล่กว้างของเขาเบาๆ "รีบปล่อยฉันลงเดี๋ยวนี้นะคะ คนมองกันเต็มไปหมดแล้ว!"
รอยยิ้มบนใบหน้าของลั่วเยี่ยนชิงจางหายไป เขากวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนที่กำลังให้ความสนใจกับเขาสองคนอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน และไม่ได้แสดงอาการเขินอายออกมาแม้แต่น้อย เขาวางร่างของเจียงหลีลงบนพื้นอย่างนุ่มนวล จากนั้นก็จูงมือเธอเดินตรงไปยังผู้ช่วยหลิน
"ขอบคุณครับ"
หลังจากรับกระเป๋าเดินทางคืนมาแล้ว เขาก็หันไปกล่าวลาผู้เฒ่าซ่ง และท่ามกลางสายตาทุกคู่ที่ยังคงจับจ้องมาที่พวกเขาไม่วางตา เขาก็พาเจียงหลีเดินตรงไปยังหอพักส่วนตัวของเขาทันที
แม้ว่าใบหน้าของเขาในยามนี้จะกลับมาเรียบเฉยสงบนิ่งดังเช่นปกติ แต่ใครเลยจะรู้ว่าใบหูของเขานั้นกำลังร้อนผ่าวไปหมดแล้ว
"ลั่วเยี่ยนชิง?"
"หืม?"
[จบบท]