บทที่ 402: คำขอร้องของเพื่อน
"ไม่ต้องเกรงใจหรอกค่ะ เรื่องสุขภาพของเด็กต้องมาเป็นอันดับแรกอยู่แล้ว งั้นก็ตกลงตามนี้นะคะ สวัสดีค่ะ"
คุณครูหลี่กล่าวสรุปปลายสายก่อนจะเอ่ยคำลา
เมื่อบทสนทนาจบลงเจียงหลีก็วางหูโทรศัพท์ลงบนแป้นตามเดิม แล้วจึงหมุนตัวกลับมายังโต๊ะอาหารซึ่งมีเจ้าตัวน้อยนั่งรออยู่ก่อนแล้ว
"เรียบร้อยจ้ะ แม่โทรไปลาหยุดกับคุณครูให้แล้ว วันนี้ลูกอยู่บ้านพักผ่อนนะ ทุกอย่างต้องเชื่อฟังแม่ ตกลงไหม"
ลั่วหมิงรุ่ยพยักหน้ารับคำเสียงเบาในลำคอ "ครับ"
"ดีมาก งั้นก็กินข้าวต่อให้เสร็จนะ"
"ครับ แม่ก็กินด้วยกันสิครับ"
หลังจากมื้ออาหารผ่านพ้นไป ลั่วหมิงรุ่ยก็ลุกไปเดินย่อยเบาๆ ในบริเวณสวนหน้าบ้านสักสองสามรอบ ก่อนจะกลับเข้ามาเพื่อกินยาน้ำเชื่อมแก้ไอตามด้วยน้ำอุ่นอีกเกือบเต็มแก้ว พอจัดการเรื่องยาเรียบร้อย เขาก็ตรงกลับเข้าห้องนอนของตัวเองทันที เพราะเอาเข้าจริง เขาก็ยังรู้สึกไม่ค่อยมีแรงจะทำอะไรอยู่เหมือนกัน
เจียงหลีจัดการเก็บกวาดทำความสะอาดในครัวจนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นจึงลองแง้มประตูเข้าไปดูลูกชายอีกครั้ง เธอก็พบว่าเจ้าตัวเล็กนอนหลับสนิทอยู่ใต้ผ้าห่มผืนบางไปเสียแล้ว หญิงสาวจึงค่อยๆ ปิดประตูลงอย่างแผ่วเบาที่สุด เพื่อไม่ให้เสียงใดๆ ไปรบกวนการพักผ่อนของเขา
ช่วงบ่ายหลังจากที่สองแม่ลูกทานมื้อกลางวันกันเสร็จเรียบร้อย ลั่วหมิงรุ่ยก็รู้สึกว่าเรี่ยวแรงของตัวเองกลับคืนมาจนเกือบจะเป็นปกติแล้ว เขาจึงเอ่ยปากกับผู้เป็นแม่ว่าไม่ขอพักผ่อนตอนกลางวัน ซึ่งความนัยที่ซ่อนอยู่ในคำพูดนั้นก็คือเขาอยากจะใช้เวลาช่วงบ่ายนี้ไปกับการเรียนหนังสือทบทวนบทเรียน
แน่นอนว่าคนเป็นแม่อย่างเจียงหลีย่อมมองความต้องการของลูกชายออก เธอมองเขาแล้วก็ยิ้มออกมาบางๆ พร้อมกับพยักหน้าให้ "ได้สิ งั้นรอแม่แป๊บนะ ขอเวลา 10 นาที เดี๋ยวเรามาเริ่มเรียนเนื้อหาของวันนี้กัน"
ว่าแล้วเจียงหลีก็ลุกเข้าไปจัดการกับจานชามในครัวก่อนเป็นอันดับแรก ซึ่งก็ใช้เวลาไปเพียง 5-6 นาทีเท่านั้น เธอก็กลับออกมาที่ห้องนั่งเล่นอีกครั้ง
เพียงแค่ไม่กี่นาทีสั้นๆ ลั่วหมิงรุ่ยก็เตรียมทุกอย่างไว้พร้อมแล้ว เขาวางกระเป๋านักเรียนไว้ข้างตัว ภายในนั้นถูกเปิดออกจนเห็นตำราเรียนวิชาภาษาจีนกับคณิตศาสตร์ สมุดคัดลายมือ สมุดคำนวณเลข พร้อมทั้งกล่องดินสอที่ถูกนำออกมาวางเรียงรายอยู่บนโต๊ะอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
"โอ้โห รุ่ยรุ่ยของเราเตรียมตัวพร้อมแล้วนี่เอง เก่งจริงๆ งั้นเรามาเริ่มเรียนกันดีกว่า"
เจียงหลีหยิบหนังสือวิชาคณิตศาสตร์ขึ้นมาก่อน เธอให้ลูกชายชี้บอกว่าเนื้อหาล่าสุดที่คุณครูสอนในห้องเรียนนั้นถึงตรงไหนแล้ว จากนั้นจึงเริ่มต้นด้วยการทบทวนบทเรียนของเมื่อวานให้เขาก่อน แล้วจึงค่อยๆ อธิบายเนื้อหาใหม่ให้ฟัง
เธอถ่ายทอดบทเรียนด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและอ่อนโยน จุดสำคัญต่างๆ ก็ถูกอธิบายขยายความให้เข้าใจได้อย่างง่ายดาย ในความรู้สึกของลั่วหมิงรุ่ยแล้ว แม่ของเขาสอนได้ชัดเจนและละเอียดกว่าที่คุณครูที่โรงเรียนสอนเสียอีก ด้วยเหตุนี้เอง การเรียนการสอนจึงดำเนินไปอย่างราบรื่นจนเจียงหลีเผลอสอนเนื้อหาล่วงหน้าไปถึงสองบทเรียนโดยไม่รู้ตัว
"อุ๊ยตายจริง นี่แม่จะสอนเยอะเกินไปหรือเปล่านะ"
"ไม่เลยครับ ผมเข้าใจทั้งหมดเลย"
"แน่ใจนะ"
"ครับ"
คำตอบรับอย่างมั่นใจทำให้เจียงหลียกนิ้วโป้งชมเปาะ "รุ่ยรุ่ยของแม่เก่งที่สุดเลย คาบเรียนเดียวแต่เก็บเนื้อหาไปได้ตั้งสามคาบ ฉลาดจริงๆ เลยนะเรา"
เจ้าของคำชมยิ้มออกมาอย่างเขินๆ "เป็นเพราะแม่สอนดีต่างหากครับ ผมเลยเข้าใจง่าย"
"ไม่หรอก ยังไงแม่ก็คิดว่าเป็นเพราะรุ่ยรุ่ยของแม่ฉลาดอยู่แล้ว เอาล่ะ ตอนนี้หมดคาบแล้วนะ ได้เวลาพักแล้ว ลูกไปวิ่งเล่นสักหน่อยไหม เดี๋ยวเราค่อยกลับมาเรียนภาษาจีนกันต่อ"
แต่ใครจะคิดว่าลั่วหมิงรุ่ยจะส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่ครับ ผมจะทำแบบฝึกหัดท้ายบท"
"ไม่อยากเล่นเหรอ"
"ครับ"
"ทำไมล่ะ"
"มันไม่สนุกนี่ครับ"
คำตอบของลูกชายทำเอาเจียงหลีได้แต่ยิ้มอ่อนใจ "แต่ว่าเด็กวัยนี้ทุกคนก็ชอบเล่นกันทั้งนั้นนะ รุ่ยรุ่ยอย่าจริงจังกับการเรียนมากจนเกินไปสิลูก เราต้องรู้จักผ่อนคลายบ้างนะ การเรียนจะได้มีประสิทธิภาพ"
ลั่วหมิงรุ่ยได้ฟังก็เม้มริมฝีปากแน่น แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา
"โอเคๆ ถ้าลูกไม่อยากเล่นจริงๆ แม่ก็ไม่บังคับ แต่มีข้อแม้นะว่าเวลาอยู่ที่โรงเรียน ช่วงพักลูกต้องออกไปทำกิจกรรมกับเพื่อนๆ บ้าง ไม่อย่างนั้นถ้ากลายเป็นหนอนหนังสือขึ้นมาจริงๆ มันจะไม่ดีต่อตัวลูกเองนะ" เจียงหลีให้คำแนะนำแก่ลูกชาย
เด็กน้อยพยักหน้ารับคำ "ครับ"
หลังจากพักไปได้ราวสิบนาที เจียงหลีก็หยิบหนังสือภาษาจีนขึ้นมา และเริ่มสอนบทเรียนถัดไปจากที่ลั่วหมิงรุ่ยชี้บอก ซึ่งก็เช่นเคย เธอเริ่มต้นด้วยการทบทวนของเก่าให้ก่อน แล้วจึงค่อยๆ อธิบายเนื้อหาบทใหม่
เข็มนาฬิกาเดินหน้าไปอย่างไม่หยุดพัก ในที่สุดเจียงหลีก็สอนวิชาต่างๆ ตามตารางเรียนของวันนี้ให้ลูกชายจนครบถ้วน เมื่อเธอลองเหลือบมองนาฬิกา ก็พบว่าใกล้จะได้เวลาเลิกเรียนของเด็กๆ ที่โรงเรียนอนุบาลแล้ว
"ลูกนั่งทำการบ้านรออยู่ที่นี่นะ เดี๋ยวแม่ขอตัวไปรับน้องๆ ก่อน"
"ครับผม"
"อ้อ เกือบลืม ในแก้วมีน้ำต้มสุกอยู่นะ อย่าลืมดื่มด้วยนะคะ"
"ครับ"
เมื่อกำชับลูกชายคนโตเรียบร้อยแล้ว เจียงหลีก็จัดแจงเก็บของเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกจากบ้านเพื่อมุ่งหน้าไปยังโรงเรียนอนุบาล
"เจียงหลี"
เสียงเรียกที่คุ้นเคยดังขึ้นจากด้านหลัง ทำให้เธอต้องหันกลับไปมอง
"อ้าว อู๋เยว่ มีอะไรรึเปล่า"
อู๋เยว่ยืนอยู่คนเดียว เจียงหลีจึงเดินเข้าไปต่อแถวรอรับเด็กๆ ข้างหลังเพื่อนพอดี ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเพื่อนรักเอ่ยขึ้นมาด้วยประโยคที่เหมือนเป็นคำสั่งกึ่งบังคับ "ฉันมีเรื่องอยากจะให้เธอช่วยหน่อย และเรื่องนี้ห้ามปฏิเสธเด็ดขาด เธอต้องช่วยฉันเท่านั้น ไม่อย่างนั้นล่ะก็ ถือว่าเราไม่ได้เป็นเพื่อนกัน"
[จบบท]