บทที่ 409: แผนการ
หวังกุ้ยหลานใช้มือข้างหนึ่งยกขึ้นมาบีบจมูกของตัวเองแน่น ขณะที่มืออีกข้างก็โบกสะบัดไปมาในอากาศเพื่อขับไล่ลูกชายตัวดีให้ถอยห่างออกไป
"ไปให้พ้นเลยนะ ไปเดี๋ยวนี้! ไม่รู้จักไปล้างไม้ล้างมือให้มันสะอาดสะอ้านก่อนจะโผล่หน้ามาให้เห็นหรือไง
ตัวเองจะสกปรกมอมแมมแค่ไหนก็เรื่องของแก แต่อย่ามาทำให้ฉันต้องพลอยรู้สึกขยะแขยงไปด้วย!"
จริงอยู่ที่เธอใช้ชีวิตอยู่ในแถบชนบทมานานนับสิบยี่สิบปี แต่ใครเลยจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเธอคือคนเมืองโดยกำเนิด เรื่องสุขอนามัยจึงเป็นสิ่งที่เธอให้ความสำคัญมาเป็นอันดับหนึ่งเสมอ
แต่ก็น่าเสียดายที่ลูกชายแต่ละคนที่เกิดมากลับไม่มีใครได้เชื้อเธอมาสักคน วันๆ เอาแต่ทำตัวมอมแมม ไม่เคยคิดจะช่วยแบ่งเบาภาระงานบ้าน แล้วยังไม่ใส่ใจดูแลความสะอาดของตัวเองอีก ช่างเป็นเรื่องที่ทำให้เธอต้องปวดหัวอยู่ทุกวันจริงๆ!
สภาพแบบนี้อย่าว่าแต่จะมีหญิงสาวที่ไหนอยากได้เป็นคู่ครองเลย ขนาดตัวเธอเองถ้าต้องไปนัดดูตัวกับผู้ชายที่มีลักษณะซกมกเช่นนี้ เธอก็คงจะรีบเดินหนีไปให้ไกลตั้งแต่แรกเห็น
เมิ่งซิงผิงได้แต่หัวเราะแห้งๆ แก้เก้อ เขาใช้มือข้างที่ไม่ได้เกาท้ายทอยอยู่ยกขึ้นมาเกาแก้มตัวเองเบาๆ "โธ่แม่ครับ ผมไม่ได้ตัวสกปรกสักหน่อย"
"สรุปว่าจะไปล้างมือดีๆ หรือจะให้ฉันต้องออกแรง"
สิ้นคำพูด หวังกุ้ยหลานก็เอื้อมมือไปคว้าหมอนหินที่วางอยู่ใกล้ตัวขึ้นมาทันที หมอนใบนั้นผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชนจนผิวของมันขึ้นเงาแวววาวเพราะคราบไขมันจากเส้นผม เธอกัดฟันแน่นจนกรามขึ้นเป็นสันนูน ดวงตาทรงสามเหลี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์เบิกโพลงจ้องเขม็งราวกับยักษ์ในวัด ประหนึ่งเป็นการประกาศกร้าวว่า ‘ถ้าแกยังดื้อดึงไม่ยอมไปล้างมือ แม่คนนี้จะใช้หมอนหินในมือฟาดหัวแกให้ได้เลือดแน่’
"ไปแล้วครับ! ผมไปล้างเดี๋ยวนี้แหละ"
เมื่อรู้ดีว่าผู้เป็นแม่มีนิสัยอย่างไร พูดคำไหนคำนั้น ไม่เคยมีคำว่าล้อเล่น ไม่เหมือนกับแม่บ้านอื่นที่ตามใจลูกชายราวกับเทวดา การขัดขืนต่อไปคงไม่ใช่ความคิดที่ดีแน่ เพราะมีโอกาสสูงที่หมอนหินก้อนนั้นจะลอยมาประทับอยู่บนหัวของเขาจริงๆ
เมิ่งซิงผิงไม่อยากจะจินตนาการถึงภาพสยดสยองนั้น เขาจึงรีบหันหลังแล้ววิ่งออกจากห้องไปที่ลานบ้านทันที
เวลาผ่านไปเพียง 2-3 นาที เมิ่งซิงผิงก็กลับเข้ามาในห้องของแม่อีกครั้งพร้อมกับรอยยิ้มที่ฉีกกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ เขายกมือทั้งสองข้างที่ยังเปียกโชกขึ้นมาโบกไปมาตรงหน้าของเธอ "แม่ดูสิครับ ผมล้างมือแล้วนะ สะอาดเอี่ยมเลย!"
"เอาไอ้มือเปียกๆ ของแกออกไปให้พ้นหน้าฉัน!"
หวังกุ้ยหลานตวาดเสียงดังด้วยความโมโห "บ้านเราไม่มีผ้าให้เช็ดมือหรือยังไงกัน ล้างเสร็จแล้วก็ไม่รู้จักเช็ดให้มันแห้ง"
"แม่ใจเย็นๆ ก่อนสิครับ ไม่เห็นจะต้องใช้ผ้าเลย ผมแค่สะบัดมือสองสามทีเดี๋ยวเดียวมันก็แห้งแล้ว"
ไม่พูดเปล่า เมิ่งซิงผิงสาธิตให้ดูด้วยการสะบัดมือทั้งสองข้างอย่างแรงจนหยดน้ำที่เกาะอยู่กระเด็นกระดอนไปทั่วบริเวณ
"ให้ตายเถอะ ทำไมฉันถึงมีลูกที่ทำตัวซกมกได้ขนาดนี้นะ" หวังกุ้ยหลานรู้สึกเหนื่อยใจจนอยากจะกุมขมับ
"เอาล่ะ ตอนนี้แกตั้งใจฟังที่ฉันจะพูดให้ดี ไม่รู้ว่าใครเป็นคนส่งจดหมายฉบับนี้มาที่บ้านของเรา แต่เนื้อหาข้างในมันเกี่ยวกับพี่ใหญ่ของแก..."
เมิ่งซิงผิงทำหน้างง เขาขมวดคิ้วแล้วสวนกลับไป "พี่ใหญ่เหรอครับแม่ พี่ใหญ่เมิ่งซิงว่างก็ยังทำงานอยู่ในไร่นาไม่ใช่เหรอครับ ทำไมต้องลำบากคนส่งจดหมายมาจากปักกิ่งเพื่อบอกข่าวเขาด้วย"
"สงสัยตอนที่คลอดออกมา ฉันคงลืมใส่สมองมาให้แกแน่ๆ" หวังกุ้ยหลานจ้องหน้าลูกชายตัวเองนิ่งๆ พลางครุ่นคิดว่าเด็กคนนี้ใช่ลูกของเธอจริงๆ หรือเปล่า ก่อนจะเอ่ยต่อ
"ฟังให้ดีนะ พี่ใหญ่ที่ฉันกำลังพูดถึงอยู่ตอนนี้ คือลูกชายคนโตสุดที่ฉันเป็นคนให้กำเนิด"
ในที่สุดเมิ่งซิงผิงก็เข้าใจเรื่องราวทั้งหมด เขาพยักหน้ารับช้าๆ "อ๋อ ผมรู้แล้ว แม่กำลังพูดถึงพี่ใหญ่ที่เกิดจากตระกูลลั่ว ไม่ใช่พี่ใหญ่เมิ่งซิงว่างของผม"
"เฮอะ ก็แค่เรื่องง่ายๆ ยังต้องให้ขยายความ ดูท่าทางโง่ๆ ของแกสิ ยังมีหน้ามาทำเป็นอวดฉลาดต่อหน้าฉันอีก เสียดายข้าวที่แกกินเข้าไปจริงๆ" หวังกุ้ยหลานเหลือบมองลูกชายด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเอือมระอา
"ฉันตัดสินใจแล้ว พรุ่งนี้ฉันจะออกเดินทางไปที่ปักกิ่ง..."
ยังไม่ทันที่หวังกุ้ยหลานจะทันได้พูดจนจบประโยคดี เมิ่งซิงผิงก็รีบพูดแทรกขึ้นมาอย่างตื่นเต้น "แม่ต้องพาผมกับพี่รองไปด้วยอยู่แล้วใช่ไหมครับ แม่ก็รู้นี่ว่าถ้าพูดถึงเรื่องความฉลาดหลักแหลมในบ้านของเรา ก็คงไม่มีใครเกินผมกับพี่รองไปได้แล้ว!"
"ใช่ ฉันจะพวกแกสองคนไปด้วย แต่มีข้อแม้ว่าแกจะต้องจำสิ่งที่ฉันจะพูดต่อไปนี้ให้ขึ้นใจ พอไปถึงบ้านของพี่ใหญ่แกเมื่อไหร่ ห้ามทำตัวเป็นพวกบ้านนอกเข้ากรุงที่เห็นอะไรก็ตื่นตาตื่นใจไปหมด ไม่อย่างนั้นชาวบ้านเขาจะมองว่าเราเป็นพวกที่ตั้งใจจะไปเกาะเขากิน"
หวังกุ้ยหลานรีบออกปากเตือนลูกชายของเธอไว้ตั้งแต่เนิ่นๆ
"อ้าว ก็เรากำลังจะไปขออาศัยอยู่กับเขาจริงๆ ไม่ใช่เหรอครับ" เมิ่งซิงผิงยังคงไม่เข้าใจ "หรือว่าแม่แค่อยากจะแวะไปเยี่ยมพี่ใหญ่ตระกูลลั่วเฉยๆ แล้วหลังจากนั้นก็จะพาผมกับพี่รองกลับบ้านเลย"
[จบบท]