บทที่ 416: อัจฉริยะ
บรรยากาศในสนามฝึกซ้อมของทีมกีฬาเงียบกริบจนน่าอึดอัด ไม่ใช่แค่หัวหน้าหลัวเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงบรรดาหัวหน้าระดับต่างๆ และโค้ชทุกคนที่อยู่ในบริเวณนั้น ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เจียงหลีเป็นตาเดียว พวกเขาต่างพากันตกตะลึงจนแทบจะลืมหายใจ
ส่วนเหล่านักกีฬาที่กำลังฝึกซ้อมอย่างขะมักเขม้นก่อนหน้านี้ ตอนนี้กลับหยุดชะงักไปหมดแล้ว หลายคนถึงกับก้มลงมองมือของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย ความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาในหัวของพวกเขาพร้อมกัน
“นี่ฉันมันห่วยแตกขนาดนี้เลยเหรอ”
พวกเขาอุทิศเวลาฝึกฝนอย่างหนักหน่วงในทุกๆ วัน แต่ผลลัพธ์กลับเทียบไม่ได้เลยกับเด็กสาวคนหนึ่งที่ไม่เคยผ่านการฝึกซ้อมมาก่อน เธอคนนั้นก้าวเข้ามาแล้วทำลายสถิติได้อย่างสบายๆ ราวกับเป็นเรื่องง่ายๆ และที่น่าทึ่งยิ่งกว่าคือ มันไม่ใช่แค่สถิติการแข่งขันระดับประเทศ แต่เป็นสถิติโลก
ให้ตายเถอะ... นี่พวกเขาบังเอิญมาเจอ ‘ปีศาจ’ ในร่างมนุษย์เข้าแล้วหรือไงกัน? เรื่องที่เกิดขึ้นตรงหน้ามันเกินกว่าจะเชื่อได้จริงๆ!
ตั้งแต่ตอนที่เจียงหลีเดินทางมาถึงสนามฝึกซ้อมตามที่หัวหน้าหลัวนัดหมาย เธอก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะใช้วิธีการที่ตุนตุนเสนอมา นั่นคือการแสดงฝีมือให้เป็นที่ประจักษ์เพื่อเป็นข้อต่อรองในการขอยกเว้นการฝึกซ้อมประจำวัน
ดังนั้น เมื่อการทดสอบเริ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการพุ่งแหลน การทุ่มลูกน้ำหนัก หรือการขว้างจักร ในหัวของเธอก็มีแต่ภาพการเคลื่อนไหวของนักกีฬาระดับโลกที่เคยเห็นผ่านการถ่ายทอดสดโอลิมปิกในชาติก่อน เธอนำภาพเหล่านั้นมาเป็นต้นแบบ ทั้งจังหวะการหมุนตัว การใช้แรงส่ง และการปล่อยอุปกรณ์ออกจากมือ
หากจะให้คะแนนความสมบูรณ์แบบของท่าทางเต็ม 10 คะแนน สิ่งที่เจียงหลีแสดงออกมานั้นได้คะแนนสูงเกินกว่า 9 คะแนนอย่างไม่ต้องสงสัย
แต่สิ่งที่หญิงสาวไม่รู้ตัวเลยก็คือ ในมุมมองของคนอื่นๆ ท่าทางของเธอไม่ได้ดูแค่ถูกต้องตามหลักมาตรฐานเท่านั้น แต่มันยังแฝงไปด้วยความสง่างามและความสวยงามอย่างน่าประหลาดใจ
“คนสวยนี่ทำอะไรก็ดูดีไปหมดจริงๆ” นั่นคือความคิดที่ดังก้องอยู่ในใจของนักกีฬาหลายๆ คนในสนามขณะนั้น
ถัดมาที่สนามยิงปืน หลังจากที่โค้ชผู้เชี่ยวชาญทำการสาธิตวิธีการยิงที่ถูกต้องให้ดูเพียงครั้งเดียว เจียงหลีก็ก้าวเข้าไปประจำตำแหน่ง เธอดูไม่ต่างจากคนที่คุ้นเคยกับปืนมาเป็นอย่างดี ทุกนัดที่ลั่นไกออกไปล้วนพุ่งตรงเข้าสู่ใจกลางเป้าสีแดงอย่างแม่นยำราวกับจับวาง
ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว การสาธิตของโค้ชนั้นไม่จำเป็นสำหรับเธอเลย เพราะในโลกเดิมของเธอ การศึกษาที่ได้รับนั้นครอบคลุมกิจกรรมชั้นสูงอย่างการยิงปืน การยิงธนู หรือแม้กระทั่งการขี่ม้ามาตั้งแต่เด็ก เธอไม่ได้แค่เรียนรู้ แต่ฝึกฝนมันจนอยู่ในระดับที่เรียกว่าเชี่ยวชาญ
ในเวลาว่าง กิจกรรมเหล่านี้คือสิ่งที่เธอใช้เพื่อผ่อนคลายและสร้างความบันเทิงให้กับตัวเอง เธอใช้เวลาในสนามฝึกซ้อมเฉพาะทางมานับครั้งไม่ถ้วน
“สหาย... สหายเจียง” น้ำเสียงของหัวหน้าหลัวสั่นสะท้านอย่างเห็นได้ชัด ความตื่นเต้นพุ่งขึ้นสูงจนเขาแทบจะคุมตัวเองไม่อยู่ เขาเดินเข้ามาหาเจียงหลีแล้วเอ่ยถาม “เธอแน่ใจจริงๆ นะ ว่าไม่เคยเรียนกีฬาพวกนี้มาก่อน แล้วก็... ไม่เคยฝึกซ้อมเลยแม้แต่น้อย”
เจียงหลีเริ่มรู้สึกไม่สบายตัวขึ้นมานิดหน่อย แต่เธอก็เก็บอาการไว้ได้อย่างแนบเนียน “ตอนเรียนมัธยมก็เคยได้ลองจับลูกน้ำหนักที่โรงเรียนบ้างค่ะ แต่ถ้าจะให้เรียกว่าเป็นการฝึกซ้อมอย่างจริงจัง อันนั้นไม่เคยเลยค่ะ”
หัวหน้าหลัวยังคงไม่อยากจะเชื่อ “นั่นก็หมายความว่า กีฬาประเภทอื่นที่เธอเพิ่งทดสอบไป เธอไม่เคยสัมผัสมันมาก่อนเลยในชีวิต”
“ฉันก็แค่อาศัยดูว่าโค้ชทำท่าทางยังไง แล้วก็ลองทำตามดูเท่านั้นเองค่ะ” เจียงหลีตอบอย่างเรียบง่าย
ทันใดนั้น ชายวัยกลางคนท่าทางภูมิฐานซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหัวหน้าหลัวก็ก้าวออกมาข้างหน้าพร้อมกับประกาศด้วยความยินดี “นี่แหละคืออัจฉริยะ! คือเพชรเม็ดงามของประเทศเรา! เด็กดี คุณมีเงื่อนไขอะไรอยากจะเสนอก็บอกมาได้เลย ทางหน่วยงานของเราพร้อมจะตอบสนองทุกความต้องการของคุณอย่างเต็มที่
ขอแค่คุณตกลงเข้าร่วมทีมกีฬาของเรา เพื่อไปสร้างชื่อเสียงให้ประเทศชาติในปีหน้า ไม่ว่าเงื่อนไขนั้นจะเป็นอะไรก็ตาม เรายอมรับทั้งหมด!”
คำประกาศของเขาสร้างความฮือฮาไปทั่วทั้งสนาม แต่สิ่งที่ไม่มีใครคาดคิดก็คือคำตอบของเจียงหลี
“ดิฉันเข้าร่วมทีมกีฬาได้ค่ะ แล้วก็ยินดีเข้าร่วมการแข่งขันปีหน้ากับการเก็บตัวฝึกซ้อม แต่มีเงื่อนไขว่าการฝึกซ้อมปกติในทุกวันดิฉันจะไม่เข้าร่วม ส่วนการเก็บตัว ดิฉันขอเข้าร่วมได้มากที่สุดแค่ครึ่งเดือนเท่านั้น เนื่องจากที่บ้านมีสถานการณ์พิเศษบางอย่าง ซึ่งรายละเอียดเรื่องนี้ดิฉันได้แจ้งให้หัวหน้าหลัวทราบแล้ว”
ผู้บังคับบัญชาของหัวหน้าหลัวเลิกคิ้วเล็กน้อย “มีแค่นี้เองเหรอ”
เจียงหลียืนยันอย่างหนักแน่น “ค่ะ มีแค่นี้”
“ไม่มีเงื่อนไขเรื่องอื่นอีกแล้ว?”
“ไม่มีค่ะ”
“แล้วเรื่องสวัสดิการต่างๆ ล่ะ อย่างเช่นที่พักอาศัย หรือผลตอบแทนอื่นๆ ไม่มีข้อเรียกร้องอะไรเลยเหรอ”
“ไม่มีค่ะ นอกจากเงื่อนไขที่ดิฉันได้บอกไป ที่เหลือก็แล้วแต่ทางประเทศจะพิจารณาจัดสรรให้ตามความเหมาะสมเลยค่ะ”
“ยอดเยี่ยม! ตกลงตามนี้!” ผู้บังคับบัญชาสูงสุดของหัวหน้าหลัวตัดสินใจทันที
เจียงหลีเผยรอยยิ้มบางๆ “ถ้าอย่างนั้น ดิฉันขอตัวกลับก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวผมให้คนขับรถไปส่ง พอทางนี้จัดการเรื่องเอกสารเข้าทีมเรียบร้อยเมื่อไหร่ จะโทรศัพท์ไปแจ้งข่าวดีนะ
อ้อ! เรื่องเงินเดือน ทางหน่วยงานจะจ่ายให้คุณตามปกติทุกเดือน ถ้าไม่สะดวกเดินทางมารับด้วยตัวเอง ผมจะให้หัวหน้าหลัวเป็นธุระจัดคนนำไปส่งให้ถึงบ้านเลย”
เจียงหลีรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน “โอ๊ย ไม่ต้องหรอกค่ะ ไม่ต้องจริงๆ ดิฉันไม่ได้มาฝึกซ้อมเหมือนคนอื่น จะให้รับเงินเดือนได้ยังไงคะ”
ในใจเธอนึกภาพนักกีฬาคนอื่นๆ ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจฝึกซ้อมอย่างหนักทุกวัน ในขณะที่เธอแค่ใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านแต่กลับได้รับเงินเดือนเท่ากัน มันคงเป็นเรื่องที่น่าละอายใจไม่น้อย อีกอย่างเธอก็ไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เงินส่วนนั้นเลย
ผู้บังคับบัญชาใหญ่ยืนกราน “นี่เป็นสิทธิ์ที่คุณจะได้รับตามกฎระเบียบของหน่วยงาน ไม่ใช่การให้สิทธิพิเศษแต่อย่างใด”
[จบบท]