บทที่ 419: คุณตั้งใจมาดูละครใช่ไหม
เจียงหลีค่อยๆ ยันตัวลุกขึ้นยืน สองเท้าก้าวเดินอย่างเชื่องช้าแต่สม่ำเสมอ ทิศทางที่มุ่งไปคือประตูรั้วหน้าบ้านของเธอ ยังไม่ทันจะถึง เสียงเจื้อยแจ้วอันคุ้นเคยของใครบางคนก็ดังแว่วเข้ามาในโสตประสาท เป็นเสียงของซูม่านที่ดังขึ้นอีกระลอก
“คุณป้าคะ ไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ สบายใจได้เลย สหายเจียงน่ะเป็นคนอัธยาศัยดีจะตายไป เดี๋ยวพอเธอออกมาเห็นคุณป้าซึ่งเป็นแม่สามีของเธอมายืนรออยู่ตรงนี้ รับรองว่าเธอต้องดีใจมากแน่ๆ เลยค่ะ”
เสียงประจบประแจงที่ดังลอดเข้ามา ทำให้เจียงหลีต้องหยุดฝีเท้าลงชั่วครู่ ก่อนที่เสียงของคนกลุ่มใหม่จะดังขึ้นมาสมทบ
“พี่สะใภ้ผมมัวทำอะไรอยู่ ทำไมยังไม่ยอมมาเปิดประตูรั้วอีกนะ” เสียงของเมิ่งซิงว่างฟังดูร้อนรนอยู่ไม่น้อย
“นั่นสิครับ หรือว่าพี่สะใภ้จะไม่ต้อนรับพวกเรา” เมิ่งซิงผิงรับลูกต่อทันที “ไม่น่าจะเป็นไปได้เลยนะ นี่ก็นับว่าเป็นการเจอกันครั้งแรกของเรา... หรือว่า... หรือว่าพี่สะใภ้กำลังโกรธแม่ของเราอยู่”
ประโยคสุดท้ายนั้นเขาจงใจลากเสียงให้ยาว ก่อนจะหันไปหาหญิงชราที่ยืนอยู่ข้างๆ แล้วเริ่มบทละครที่เตรียมกันมาเป็นอย่างดี
“แม่ครับ ตอนแรกผมก็ค้านแล้วว่าไม่ต้องมา แต่แม่ก็ยังดึงดันจะเดินทางมาไกลขนาดนี้ บอกว่าจะมาเยี่ยมพี่ใหญ่ให้ได้ แต่แม่ไม่ทันได้คิดหรือไงครับว่าพี่ใหญ่ไม่ได้เจอหน้าแม่มาตั้ง 21-22 ปีแล้ว ป่านนี้เขาคงปักใจเชื่อไปแล้วว่าแม่เป็นคนทอดทิ้งเขา ไม่ต้องการให้เขาเป็นลูกอีกต่อไปแล้ว...”
“ไอ้สามแกอย่ามาพูดจาอะไรไม่เข้าเรื่องนะ!”
เมิ่งซิงว่างรีบปรามน้องชายทันควัน “ตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้ แม่ไม่เคยเลยสักวันที่จะล้มเลิกการตามหาพี่ใหญ่ แล้วแม่ก็เอาแต่ร้องไห้ทุกวันทุกคืนด้วยความปวดใจ อยากจะเจอหน้าพี่ใหญ่ใจจะขาด ดูสิตอนนี้ตาของแม่พวกเราจะบอดอยู่แล้ว ถ้าพี่ใหญ่ได้รู้ว่าที่แม่ต้องมีสภาพแบบนี้ก็เพราะมัวแต่ตามหาเขา เขาไม่มีวันใจแข็งไม่ยอมรับแม่อย่างแน่นอน!”
สองพี่น้องสวมบทบาทกันอย่างเต็มที่จนขอบตาเริ่มแดงก่ำ เรื่องราวที่แต่งขึ้นมาช่างน่าสะเทือนใจเสียจนพวกเขาเองยังเกือบจะเคลิบเคลิ้มไปกับมัน
หวังกุ้ยหลานเองก็ไม่น้อยหน้า เธอแสดงความร่วมมือได้อย่างยอดเยี่ยม หญิงชรายกแขนเสื้อขึ้นมาซับน้ำตาที่ไม่มีอยู่จริงเป็นระยะ พร้อมกับคร่ำครวญออกมา “เยี่ยนชิง... ลูกรักของแม่ แม่คิดถึงลูกเหลือเกิน...”
เจียงหลียืนฟังบทสนทนาทั้งหมดอยู่หลังประตูรั้ว ในดวงตาคู่สวยฉายแววเย็นเยียบอย่างไม่ปิดบัง
อุตส่าห์แสดงละครน้ำเน่ากันถึงหน้าประตูบ้านเลยเชียวหรือ หึ... เธอล่ะไม่เชื่อเลยจริงๆ ว่าผู้หญิงที่แต่งงานใหม่ไปตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อนอย่างแม่ของลั่วเยี่ยนชิง จะมีความสามารถตามหาพวกเขาเจอถึงที่นี่ได้ด้วยตัวเอง
หากจะให้พูดอีกแบบ เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวันนี้จะต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังซ่อนอยู่อย่างแน่นอน
เมื่อคิดได้ดังนั้น เจียงหลีจึงหมุนตัวกลับเข้าไปในห้องนั่งเล่นอย่างรวดเร็ว เธอตรงไปยกหูโทรศัพท์แบบตั้งโต๊ะขึ้นมาต่อสายไปยังที่แห่งหนึ่งเพื่อแจ้งข่าว ก่อนจะวางสายแล้วเดินกลับออกมาที่ลานหน้าบ้านตามเดิม ระหว่างทางกลับออกมา มือเรียวของเธอก็คว้าเอาท่อนไม้ขนาดกำลังเหมาะมือที่พิงอยู่ข้างฝาติดมาด้วย ไม้ท่อนนี้มีความหนาพอๆ กับข้อมือของผู้ชายตัวโตคนหนึ่งเลยทีเดียว จากนั้นเธอจึงเดินไปเปิดประตูรั้วออก
ทว่าเจียงหลีกลับไม่ได้มีความคิดที่จะเชิญแขกไม่ได้รับเชิญกลุ่มนี้ให้เข้ามาในบ้าน เธอยืนนิ่งอยู่ตรงบานประตูที่เปิดออกเพียงครึ่งเดียว ใช้ตัวเองเป็นปราการขวางทางเข้าเอาไว้
แค่ช่วงเวลาสั้นๆ บริเวณหน้าบ้านของเธอก็กลายเป็นศูนย์รวมจีนมุงไปเสียแล้ว ชาวบ้านในละแวกต่างพากันออกมายืนจับกลุ่มซุบซิบกับเรื่องที่เกิดขึ้น และในบรรดาฝูงชนนั้นเอง เจียงหลีก็สังเกตเห็นใบหน้าของใครคนหนึ่งที่กำลังแสดงความรู้สึกยินดีกับความโชคร้ายของผู้อื่นออกมาอย่างชัดเจน
เสิ่นอวิ๋น...
ภาพในอดีตที่หญิงสาวคนนี้เคยเอ่ยถึงแม่ผู้ให้กำเนิดของศาสตราจารย์ลั่วขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยผุดขึ้นมาในความคิดของเจียงหลี ทำให้เธอมีเหตุผลที่น่าเชื่อถือมากพอที่จะสงสัยว่า... ละครฉากใหญ่ว่าด้วยเรื่องการตามหาญาติในวันนี้ อย่างน้อยแปดถึงเก้าในสิบส่วนต้องมีเสิ่นอวิ๋นเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง
แต่แน่นอนว่าเรื่องนี้ย่อมมีผู้สมรู้ร่วมคิดอีกคนที่น่ารังเกียจไม่แพ้กัน
ซึ่งก็คือซูม่าน!
ดวงตาหงส์ของเจียงหลีหรี่ลงเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของซูม่าน “คุณนี่เตรียมตัวมาดูละครดีๆ เลยใช่ไหม”
“สหายเจียง คุณจะมากล่าวหาคนอื่นแบบนี้ไม่ได้นะ ฉันก็แค่มีน้ำใจพาคุณแม่สามีกับน้องชายสามีของคุณจากหน้าบ้านพักข้าราชการเข้ามาส่งถึงที่เท่านั้นเอง ทำไมเรื่องดีๆ แบบนี้ถึงกลายเป็นเรื่องแย่ๆ ในปากของคุณไปได้ล่ะ”
อันที่จริงเธอก็ตั้งใจมาดูละครนั่นแหละ แต่ใครจะไปยอมรับกันเล่า
ไม่มีทาง! เธอไม่มีวันยอมรับเรื่องนี้เด็ดขาด!
“ที่นี่เป็นเขตบ้านพักข้าราชการ ไม่มีกฎระเบียบหรืออย่างไร คุณถึงได้พาคนนอกเข้ามาเดินเพ่นพ่านตามใจชอบ แถมยังอุตส่าห์มีน้ำใจพามาส่งถึงหน้าประตูรั้วบ้านของฉันอีก สหายซู คุณช่วยบอกเป้าหมายที่แท้จริงของคุณให้ฉันฟังสักหน่อยได้ไหม”
น้ำเสียงของเจียงหลีราบเรียบ แต่แววตาที่จ้องมองซูม่านนั้นกลับคมกริบ
“คุณป้าที่ไหนกันจะเป็นคนนอก ท่านเป็นแม่ของศาสตราจารย์ลั่ว เป็นแม่สามีแท้ๆ ของคุณเลยนะสหายเจียง!” ซูม่านเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย เธอเชื่อว่าตัวเองเป็นฝ่ายกุมเหตุผลเอาไว้ จึงไม่มีอะไรต้องเกรงกลัวเจียงหลี
“ใครเป็นคนบอกคุณกัน ว่าผู้หญิงคนนี้คือแม่สามีของฉัน”
ท่อนไม้ในมือของเจียงหลีเคาะลงบนฝ่ามืออีกข้างเป็นจังหวะช้าๆ “สามีของฉันเป็นเด็กกำพร้า เรื่องนี้ใครต่อใครก็รู้กันทั้งนั้น แต่ดูคุณทำเข้าสิ วันนี้ไม่เพียงแต่จะไปหาแม่มาให้สามีของฉัน แต่ยังใจดีช่วยหาแถมเป็นน้องชายมาให้อีกตั้งสองคน สหายซู ตอนนี้ฉันเริ่มจะสงสัยในความหวังดีของคุณแล้วนะ”
“ก็พวกเขาเป็นแม่กับน้องชายของศาสตราจารย์ลั่วจริงๆ นี่นา ทำไมถึงกลายเป็นว่าฉันเป็นคนไปหามาให้ได้ล่ะ”
เลือดในกายของซูม่านเหมือนจะสูบฉีดขึ้นมาที่ใบหน้าจนร้อนผ่าว เธอเถียงกลับไป
[จบบท]