บทที่ 424: ไม่ขอยุ่งเกี่ยว
เจียงหลีรู้สึกได้ถึงความอ่อนล้าที่แล่นไปทั่วร่างกาย ก่อนหน้านี้การที่เธอต้องออกแรงเหวี่ยงไม้ฟาดใส่สองพี่น้องนั่น แม้จะไม่ได้ทุ่มสุดแรง แต่ก็เล่นเอาเรี่ยวแรงหดหายไปไม่น้อยเหมือนกัน
แม่เฒ่าฉีสัมผัสได้ถึงความเหนื่อยอ่อนของเธอ จึงเอ่ยปากชวนด้วยความเป็นห่วง “ดูท่าทางจะเพลียๆ นะ กลับไปนอนพักที่บ้านก่อนดีไหมลูก”
“หนูยังอยากคุยกับแม่อยู่เลยค่ะ” เจียงหลีปฏิเสธเบาๆ “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ เดี๋ยวพอไปถึงบ้านแม่แล้ว หนูค่อยหาที่นั่งพักยาวๆ ก็ได้”
เธอตัดสินใจที่จะไปบ้านตระกูลซ่งแทนที่จะชวนแม่เฒ่าฉีมาที่บ้านตัวเอง เหตุผลสำคัญก็เพราะเป็นห่วงซ่งเซวียนที่ถูกทิ้งให้อยู่บ้านตามลำพัง การปล่อยเด็กไว้คนเดียวอาจเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้นได้เสมอ การที่เธอตามไปที่บ้านด้วยอย่างน้อยก็ช่วยให้คลายกังวลไปได้เปลาะหนึ่ง
ภาพของเจียงหลีที่เดินเคียงข้างไปกับแม่เฒ่าฉีจนลับสายตาไปนั้น อยู่ในสายตาของเสิ่นอวิ๋นตลอดเวลา ในใจของเธอเกิดความรู้สึกบางอย่างที่ยากจะอธิบายได้
เธอรู้ในตอนนั้นเลยว่าเรื่องนี้จะปล่อยผ่านไปเฉยๆ ไม่ได้ เธอต้องโทรศัพท์หาพ่อของเธอ และต้องทำเดี๋ยวนี้ด้วย
หากช้าไปกว่านี้…
แค่คิดถึงผลที่อาจจะตามมา เสิ่นอวิ๋นก็ไม่กล้าที่จะปล่อยให้จินตนาการทำงานต่อไปอีกแล้ว
“ว่ายังไงนะ นี่ลูกไปทำอะไรของลูก” เสียงของเสิ่นจื้อกั๋วที่ดังมาจากปลายสายเต็มไปด้วยความตกใจจนเกือบจะปัดแก้วน้ำบนโต๊ะทำงานหล่นแตก เขาลุกพรวดขึ้นยืน มือข้างหนึ่งเท้าเอวเอาไว้ ส่วนอีกข้างกำโทรศัพท์แน่น “ทำไมถึงได้ทำเรื่องบ้าๆ แบบนั้นลงไปได้”
“พ่อคะ… เอาจริงๆ หนูเองก็ยังงงๆ อยู่เลยว่าทำไมตอนนั้นถึงได้ทำอะไรแบบนั้นลงไป” น้ำเสียงของเสิ่นอวิ๋นสลดลงอย่างเห็นได้ชัด
“แต่เรื่องมันเกิดขึ้นแล้วนี่คะ พ่อจะมาว่าหนูตอนนี้ มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้นมาหรอกค่ะ”
“แล้วจะให้พ่อทำยังไง ในเมื่อลูกเป็นคนก่อเรื่อง ถ้าสหายเจียงเขาเอาเรื่องขึ้นมาจริงๆ ลูกก็ต้องเตรียมตัวรับผลที่จะตามมาด้วยตัวเอง”
เสิ่นจื้อกั๋วแทบไม่อยากจะเชื่อ ลูกสาวของเขาคนนี้เป็นเด็กที่ทั้งเรียนดี มีความคิดอ่าน รู้จักอะไรควรไม่ควรมาตลอด ไม่อย่างนั้นประเทศคงไม่ไว้วางใจส่งไปเรียนถึงต่างบ้านต่างเมือง แต่คนที่เคยเป็นความภาคภูมิใจของเขากลับทำเรื่องที่น่าผิดหวังขนาดนี้ลงไปได้ เขาควรจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้ดี
“พ่อคะ หนูไม่กลัวหรอกว่าจะต้องรับผิดชอบอะไร แต่หนูไม่อยากถูกย้ายไปที่อื่น”
นั่นคือสิ่งที่เสิ่นอวิ๋นกลัวที่สุด การกลับมาประเทศครั้งนี้ก็เพื่อจะได้อยู่ใกล้ชิดกับคนในใจของเธอ ถ้าหากเรื่องวุ่นวายในวันนี้เป็นเหตุให้เธอต้องถูกย้ายไปอยู่ที่อื่น การดั้นด้นกลับมาทั้งหมดก็คงจะสูญเปล่า
“พ่อขอเวลาคิดดูก่อน”
เสิ่นจื้อกั๋ววางสายไป ทิ้งไว้เพียงความกลัดกลุ้มที่ถาโถมเข้ามาจนทำให้เขาปวดหัวตุบๆ
อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่ฝูงชนเริ่มสลายตัวกลับไปบ้านใครบ้านมัน ซูม่านซึ่งยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นก็กัดฟันฝืนความอับอายแล้วรีบเดินเข้าประตูบ้านตัวเองไป
สิ่งแรกที่เธอทำคือการต่อสายตรงไปยังสถาบันวิจัย เธอไม่สนใจแล้วว่าเหวินซือหย่วนจะติดธุระสำคัญแค่ไหน เธอบอกกับเจ้าหน้าที่ที่รับสายอย่างเด็ดขาดว่าเธอต้องได้คุยกับสามีของเธอให้ได้ ไม่เช่นนั้นชีวิตแต่งงานของพวกเขาก็คงต้องจบลงแค่นี้
คำขู่ของเธอได้ผลดีเกินคาด เจ้าหน้าที่คนนั้นไม่กล้าปล่อยให้เรื่องบานปลาย รีบวิ่งไปตามตัวเหวินซือหย่วนในทันที
เมื่อเหวินซือหย่วนมารับสาย น้ำเสียงของเขาก็ฉายแววหงุดหงิดอย่างปิดไม่มิด “มีเรื่องอะไร”
“นี่คุณช่วยพูดกับฉันดีๆ หน่อยไม่ได้หรือไง”
ความน้อยใจถาโถมเข้าใส่ซูม่านทันที “ถ้าไม่มีเรื่องสำคัญ ฉันจะโทรไปกวนคุณทำไม การที่ฉันต้องโทรไปก็เพราะมันมีเรื่องเกิดขึ้น แล้วคุณมาใช้น้ำเสียงแบบนี้กับฉัน หรือว่าคุณเบื่อฉันแล้ว”
“ผมกำลังทำงานอยู่ มีอะไรก็รีบพูดมา ถ้าไม่มีผมจะวางแล้วนะ” ในขณะที่เพื่อนร่วมทีมทุกคนรวมถึงสหายลั่วกำลังหัวหมุนอยู่ในห้องทดลอง เขากลับต้องออกมาจากสถานการณ์สำคัญเพราะโทรศัพท์จากภรรยา แค่คิดเหวินซือหย่วนก็อารมณ์เสียขึ้นมา
คำพูดของเขาเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้าย ซูม่านปล่อยโฮออกมาทันที “ฉันโดนตบหน้า ผู้หญิงที่ชื่อเจียงหลีตบฉันตั้งสองครั้ง คุณจะจัดการเรื่องนี้ยังไง ถ้าคุณไม่คิดจะทำอะไรให้ฉัน เราก็เลิกกันไปเลย”
“สหายเจียงตบคุณเหรอ ทำไมล่ะ”
เหวินซือหย่วนยกมือขึ้นนวดขมับ ความเหนื่อยล้าฉายชัดออกมาทางน้ำเสียง “บอกผมมาสิว่าทำไมสหายเจียงถึงต้องตบคุณ”
“ก็ฉันแค่หวังดี…” ซูม่านเริ่มเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้น “คุณบอกมาสิว่าฉันทำอะไรผิด ถ้าไม่ใช่เพราะว่าคนคนนั้น…”
[จบบท]