บทที่ 428: ไม่เชื่อ
ความรู้สึกแสบร้อนแล่นปราดขึ้นมาบนแก้มซีกซ้ายอย่างรุนแรง เสิ่นอวิ๋นยกมือขึ้นกุมใบหน้าข้างที่ถูกตบไว้ตามสัญชาตญาณ ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความตกตะลึงที่ฉายชัดในแววตา เธอมองหน้าลั่วเยี่ยนชิง ชายที่เธอเฝ้าใฝ่ฝันถึงมาตลอดราวกับไม่เคยรู้จักเขามาก่อน น้ำเสียงของเธอสั่นเครือ
“ฉันก็แค่ชอบคุณ เรื่องแค่นี้มันเป็นความผิดที่เลวร้ายจนให้อภัยไม่ได้เลยหรือไง”
“แต่ความชอบของคุณมันน่ารังเกียจ!”
ลั่วเยี่ยนชิงสวนกลับทันควันโดยไม่คิดจะรักษาน้ำใจกันแม้แต่น้อย วาจาของเขาเฉียบคมราวกับมีดที่กรีดลงบนหัวใจ ขณะที่แววตาคู่นั้นก็เย็นชาเหมือนน้ำแข็งขั้วโลกที่พร้อมจะแช่แข็งทุกสรรพสิ่ง
“ผู้หญิงที่ไม่รู้จักรักนวลสงวนตัว คิดถึงแต่ความต้องการของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่เคยสนใจว่าการกระทำของตัวเองจะสร้างความเดือดร้อนให้ชีวิตคนอื่นแค่ไหน ต่อให้คุณเที่ยวเอาตัวไปเสนอให้ผู้ชายคนไหนบนโลก ก็ไม่มีใครหน้าไหนเขาต้องการหรอก!”
คำพูดที่พรั่งพรูออกมาแสดงให้เห็นว่าภายใต้ท่าทีสุขุมเยือกเย็นนั้น ลั่วเยี่ยนชิงก็ซ่อนความปากร้ายกาจเอาไว้ได้อย่างแนบเนียน
“คุณ...คุณมันจะมากเกินไปแล้ว!” หยาดน้ำใสๆ เริ่มเอ่อคลอขึ้นมาในดวงตาของเสิ่นอวิ๋น เธอรู้สึกราวกับถูกเขาเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจนแหลกละเอียดไม่มีชิ้นดี เป็นความรู้สึกที่ยากจะยอมรับได้จริงๆ
ผู้เฒ่าซ่งเห็นท่าไม่ดีจึงต้องรีบเข้ามาห้ามทัพ อย่างไรเสิ่นอวิ๋นก็เป็นผู้หญิง การที่ลั่วเยี่ยนชิงทำรุนแรงขนาดนี้ก็ดูจะไม่เหมาะสมเท่าไหร่ เขาขมวดคิ้วแล้วปรามเสียงเข้ม “มีอะไรทำไมไม่ค่อยๆ พูดค่อยๆ จากัน”
“กับคนอย่างเธอจำเป็นต้องพูดดีๆ ด้วยเหรอครับ” ลั่วเยี่ยนชิงแค่นเสียง สีหน้ายังคงเรียบเฉยแต่แฝงไปด้วยความเย็นชา
“ในเมื่อรู้ว่าผมมีครอบครัวแล้ว ผมเองก็เคยบอกไปแล้วว่าเราไม่ได้รู้จักหรือสนิทสนมอะไรกัน แต่เธอกลับทำอะไรลงไป การเขียนจดหมายส่งที่อยู่บ้านพักข้าราชการไปให้ผู้หญิงคนนั้น คนที่ทิ้งผมไปตั้งแต่ยังเด็ก แล้วยังบอกด้วยว่าจะหาผมเจอได้ที่นั่น สำหรับคนที่จงใจปล่อยข้อมูลส่วนตัวของคนอื่นแบบนี้ ผมไม่มีอะไรจะพูดด้วยทั้งนั้น!”
ประโยคสุดท้ายเต็มไปด้วยความเด็ดขาด ลั่วเยี่ยนชิงเม้มปากแน่น ก่อนจะหันไปทางผู้เฒ่าซ่งอีกครั้ง “ผมยังมีงานค้างอยู่ เดี๋ยวผมจะเข้าไปพบท่านที่ห้องทำงานนะครับ”
เขาบอกเพียงเท่านั้นแล้วก็หมุนตัวเดินกลับเข้าไปในห้องทดลองทันที ไม่แม้แต่จะชายตามองเสิ่นอวิ๋นอีกเลย
“ตามฉันมาที่ห้องทำงาน” สีหน้าของผู้เฒ่าซ่งกลับสู่ภาวะปกติ เขาเป็นฝ่ายเดินนำออกไป เสิ่นอวิ๋นไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากเดินตามไปเงียบๆ มือยังคงกุมใบหน้าข้างที่บวมแดงเอาไว้ไม่ยอมปล่อย หยดน้ำตาแห่งความอัปยศอดสูร่วงหล่นลงมาไม่ขาดสาย
ผู้ช่วยหลินที่อยู่ในห้องทำงานตลอดเวลาสังเกตเห็นบรรยากาศมาคุ เขาจึงรีบหาจังหวะปลีกตัวออกไปจากสมรภูมินี้อย่างแนบเนียน
ภายในห้องทำงานของผู้เฒ่าซ่ง ความเงียบเข้าปกคลุมจนน่าอึดอัด
“นั่งก่อนสิ”
ผู้เฒ่าซ่งผายมือไปยังโซฟารับแขก ก่อนจะรินน้ำอุ่นแก้วหนึ่งมาวางไว้ตรงหน้าเสิ่นอวิ๋น แล้วจึงเปิดฉากสนทนา “เรื่องที่ฉันเคยเตือนเธอไป คงยังไม่ลืมใช่ไหม”
เสิ่นอวิ๋นยังคงนิ่งเงียบ เธอไม่รู้จะสรรหาคำพูดใดมาแก้ต่างให้ตัวเองได้ในตอนนี้
“ฉันรู้ว่าเธอจำได้ แล้วในเมื่อจำได้ ทำไมถึงยังจงใจสร้างเรื่องขึ้นมาอีก” น้ำเสียงของผู้เฒ่าซ่งราบเรียบแต่แฝงไปด้วยแรงกดดัน
“ฉัน...” เสิ่นอวิ๋นอึกอัก
“เธออิจฉา ใช่ไหมล่ะ” ผู้เฒ่าซ่งพูดแทงใจดำ “เห็นลูกสาวกับลูกเขยฉันมีความสุขดี เลยทนไม่ได้ที่ผู้ชายโปรไฟล์ดีอย่างลูกเขยฉันต้องมาลงเอยกับลูกสาวฉันใช่หรือเปล่า
เธออิจฉาลูกสาวฉัน เลยอยากสร้างปัญหาให้ชีวิตคู่ของพวกเขา อยากเห็นพวกเขาโดนครอบครัวฝั่งแม่แท้ๆ ของลูกเขยฉันตามรังควานเหมือนปลิงที่คอยดูดเลือดไม่ยอมปล่อยอย่างนั้นใช่ไหม”
“ไม่ใช่นะคะ! ฉันไม่เคยคิดว่าพวกเขาจะทำตัวเป็นปลิงเกาะลั่วเยี่ยนชิง!”
เสิ่นอวิ๋นปฏิเสธเสียงหลงออกมาแทบจะในทันที
ผู้เฒ่าซ่งหรี่ตามองเธออย่างรู้ทัน “ตอนที่ส่งจดหมายฉบับนั้นไป ไม่ได้ไปสืบประวัติของครอบครัวนั้นมาก่อนเลยเหรอ”
คำถามนี้ทำให้เสิ่นอวิ๋นถึงกับลิ้นแข็ง “...” แน่นอนว่าเธอต้องไปสืบมาอย่างละเอียดแล้ว และเพราะรู้ซึ้งถึงนิสัยของคนพวกนั้นดี เธอถึงได้ตัดสินใจส่งจดหมายฉบับนั้นออกไป
“ในเมื่อไปสืบมาแล้ว ก็อย่าบอกนะว่าเธอไม่รู้ว่าคนพวกนั้นเป็นคนยังไง”
แววตาของผู้เฒ่าซ่งฉายแววผิดหวังอย่างชัดเจน “นั่นหมายความว่า เธอรู้ทั้งรู้ว่าครอบครัวนั้นมีปัญหา แต่ก็ยังจงใจชี้เป้าให้พวกเขาไปที่บ้านพัก นี่มันไม่ใช่แค่การหาเรื่องใส่ตัวลูกสาวฉัน แต่มันคือความตั้งใจที่จะให้คนพวกนั้นไปสูบเลือดสูบเนื้อจากเยี่ยนชิงโดยตรง”
“ฉัน...”
เมื่อถูกต้อนจนจนมุม ในที่สุดสติของเสิ่นอวิ๋นก็กลับคืนมา เธอเพิ่งจะตระหนักได้อย่างเต็มอกว่าได้ทำเรื่องที่โง่เขลาและเลวร้ายลงไปมากเพียงใด แต่ไม่ว่าตอนนี้เธอจะรู้สึกผิดหรือเสียใจแค่ไหน มันก็สายเกินไปเสียแล้ว ครอบครัวนั้นได้ที่อยู่ของลั่วเยี่ยนชิงไปแล้ว การที่พวกเขาจะบุกไปถึงที่พักในอนาคตจึงกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายอย่างยิ่ง
เมื่อความคิดแล่นมาถึงจุดนี้ ความโกรธแค้นที่ถูกลั่วเยี่ยนชิงตบหน้าก็พลันจางหายไปเกินกว่าครึ่ง
ใช่แล้ว เธอสมควรโดนแบบนี้จริงๆ การกระทำของเธอมันน่ารังเกียจเกินไป จนบีบให้ผู้ชายอย่างเขาต้องลงมือกับผู้หญิง
เห็นได้ชัดว่าเขาคงจะโกรธจนขาดสติไปแล้วจริงๆ
[จบบท]