บทที่ 441: นี่คุณไม่รู้สึกใจหายบ้างเลยเหรอ
“แค่รู้ว่าหลีเป่าของเราสบายดี แม่ก็ดีใจแล้ว”
ไช่ซิ่วเฟินเอ่ยขึ้นหลังจากวางสายโทรศัพท์จากลูกสาว บทสนทนาที่เพิ่งจบไปทำให้หัวใจของคนเป็นแม่ชุ่มชื่นขึ้นมาไม่น้อย
“ปีที่แล้วลูกก็ชวนให้เราไปปักกิ่ง แต่ตอนนั้นฉันดันมาป่วยเสียก่อน เลยต้องหาข้ออ้างปฏิเสธลูกไป ปีนี้เราต้องไปเยี่ยมแกให้ได้นะคุณ นี่มันก็ผ่านมาตั้งปีกว่าแล้ว ฉันน่ะ...คิดถึงลูกจนเก็บไปฝันทุกคืนเลย”
ขณะที่พูด ความรู้สึกคิดถึงก็เอ่อล้นจนขอบตาของไช่ซิ่วเฟินร้อนผ่าว เธอรีบยกมือขึ้นป้ายหยาดน้ำที่คลอหน่วย ก่อนจะหันไปมองสามีด้วยแววตาคาดหวัง
“เราไปกันช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนดีไหมคะคุณ? ไปหาลูกกันนะ”
พ่อเจียงใช้ความคิดเพียงครู่สั้นๆ ก่อนจะพยักหน้าตอบรับ
“เอาสิ ตกลงตามนั้น”
***
ณ บ้านพักข้าราชการในปักกิ่ง บรรยากาศกลับแตกต่างออกไป
“นี่คุณไม่รู้สึกใจหายบ้างเลยเหรอ?”
น้ำเสียงที่เจือความน้อยใจอย่างปิดไม่มิดดังขึ้นจากลั่วเยี่ยนชิง เขามองภรรยาที่กำลังยืนพับเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางให้เขาอย่างขะมักเขม้น ในใจพลันรู้สึกเหมือนมีกรดเปรี้ยวๆ กัดกินอยู่บางเบา
“คะ?”
เจียงหลีหันขวับมาตามเสียงเรียก คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้นเป็นเชิงถาม “ใจหาย? แน่นอนสิคะว่าฉันต้องใจหายที่คุณจะต้องกลับไปที่สถาบันวิจัยแล้ว แต่มันจะช่วยอะไรได้ล่ะคะ? ความรู้สึกของฉันจะรั้งให้คุณอยู่ที่นี่กับฉันตลอดไปได้หรือเปล่า หรือจะต่อเวลาให้คุณอยู่บ้านเพิ่มอีกสักวันสองวันได้ไหม?”
เธอวางมือจากเสื้อผ้าแล้วเดินตรงเข้ามาหาเขา ดวงตาคู่สวยที่ใครๆ ต่างชมว่าเป็นดวงตาหงส์นั้นจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเขาอย่างไม่มีการหลบเลี่ยง
“ตอบฉันมาสิคะ...คุณจะยอมทิ้งงานเพื่ออยู่กับฉันได้หรือเปล่า?”
ลั่วเยี่ยนชิง “...”
ทั้งๆ ที่คนเริ่มเรื่องคือเขาเอง ความรู้สึกน้อยใจที่เห็นภรรยาดูจะมีความสุขกับการที่เขาต้องจากไป มันทำให้เขาอดที่จะเอ่ยปากตัดพ้อไม่ได้ แต่พอโดนเธอย้อนถามกลับมาด้วยคำถามติดๆ กันหลายข้อแบบนี้ สมองของเขากลับว่างเปล่า ไม่รู้จะสรรหาคำพูดไหนมาตอบเธอได้เลย
“เห็นไหมล่ะคะ...มันไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากให้คุณไปแล้วคุณจะไม่ไปได้สักหน่อย แต่เป็นตัวคุณเองต่างหากที่รักงานจนทิ้งไม่ได้ ถึงได้กลับมาอยู่บ้านแค่ไม่กี่วันก็ต้องรีบกลับไปอีกแล้ว...ศาสตราจารย์ลั่วคะ จำไว้นะ...คราวหน้าห้ามมาโยนความผิดให้ฉันแบบนี้อีกนะ!”
เจียงหลีขยิบตาอย่างมีจริต ก่อนจะคลี่ยิ้มหวานละมุน “ถ้ามันพอจะเป็นไปได้แม้สักนิดเดียว ฉันก็อยากให้คุณอยู่บ้านนานๆ อยู่ไปรับไปส่งลูกกับฉันทุกวัน ไปจ่ายตลาด เดินช้อปปิ้งเป็นเพื่อนฉัน หรือไม่ก็แค่เดินเล่นด้วยกันเงียบๆ ในสวนของบ้านพัก...ทำทุกอย่างที่ฉันอยากทำ โดยมีคุณอยู่ข้างๆ”
คำพูดของเธอเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงมากลางใจของลั่วเยี่ยนชิง ความรู้สึกผิดถาโถมเข้าใส่เขาทันที
“ผมขอโทษ...เสี่ยวหลี ผมขอโทษจริงๆ ที่ไม่มีเวลาอยู่ข้างๆ คุณมากพอ”
“โธ่คุณ! จะมาขอโทษทำไมกันคะ” เจียงหลีส่ายหน้าเบาๆ “คุณไปทำงานเพื่อชาติ เพื่อความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีของประเทศเรานะคะ คุณไม่ได้ทำอะไรผิดต่อฉันเลยสักนิดเดียว”
สิ้นคำพูดนั้น เจียงหลีก็หมุนตัวกลับไปจัดการกับเสื้อผ้าในกระเป๋าเดินทางต่อ ทิ้งให้ชายหนุ่มยืนนิ่งอยู่กับความรู้สึกที่หลากหลาย แต่แล้วจู่ๆ สองแขนแข็งแรงก็รวบตัวเธอเข้าไปกอดจากทางด้านหลังอย่างไม่ทันให้ตั้งตัว
“ทำอะไรของคุณคะ ศาสตราจารย์ลั่ว ฉันกำลังเก็บของให้คุณอยู่นะ ปล่อยก่อนค่ะ เดี๋ยวคนขับรถจะรอนาน มันดูไม่ดีนะคะ” เธอเอ่ยปรามเสียงอ่อน พลางใช้มือตบลงบนแขนของเขาเบาๆ แต่ในน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไว้ด้วยความจนใจระคนเอ็นดู
“ไม่เอา” เขาตอบสั้นๆ เหมือนเด็กเอาแต่ใจ
เจียงหลีถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ก่อนจะเอียงคอมองเสี้ยวหน้าของเขา “แล้วคุณจะเอายังไงคะ?” แววตาของเธอดูอ่อนโยนและพร้อมจะตามใจเขาในทุกเรื่องอย่างที่เธอเองก็คงไม่รู้ตัว
“พูดมาสิคะ...ว่าจริงๆ แล้วคุณต้องการอะไรกันแน่”
ลั่วเยี่ยนชิงเม้มริมฝีปากแน่น ไม่ยอมตอบอะไรออกมา เวลาผ่านไปครู่ใหญ่จนเจียงหลีคิดว่าเขาคงกำลังจะยอมปล่อยเธอแล้ว แต่ความคิดนั้นก็ผิดถนัด เมื่อเขากลับช้อนตัวเธอขึ้น กดร่างเธอลงบนเตนอนนุ่ม แล้วทาบทับริมฝีปากลงมาอย่างรวดเร็ว สัมผัสนั้นเริ่มต้นอย่างนุ่มนวล ก่อนจะค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นลึกซึ้งและเรียกร้องมากขึ้น
ทว่า...ในจังหวะที่ร่างกายของเขาเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองอย่างชัดเจน ใบหน้าของศาสตราจารย์หนุ่มก็พลันแดงก่ำ เขาผละออกจากเธอแล้วลุกพรวดพราดเดินหายออกจากห้องไปทันที
ไม่นานนัก เจียงหลีก็ได้ยินเสียงน้ำไหลซ่าดังมาจากสวนหลังบ้าน
เธอลุกขึ้นนั่งพลางจัดเสื้อผ้าหน้าผมให้เข้าที่ แล้วจึงมองลอดผ่านบานหน้าต่างกระจกใสออกไป ก็เห็นภาพของสามียืนอยู่ข้างอ่างน้ำ เขากำลังก้มหน้าก้มตาวักน้ำเย็นจัดราดรดใบหน้าของตัวเองไม่หยุด
ที่แท้...ก็ไม่ได้กำลังล้างหน้า แต่กำลังพยายามใช้น้ำเย็นดับไฟร้อนในกายตัวเองอยู่นี่เอง!
เจียงหลีหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ...ตราบใดที่เขาไม่ได้คิดจะไปบวชเป็นพระจริงๆ ก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง!
[จบบท]