บทที่ 446: คิดถึงพี่เขยใช่ไหมครับ?
"หนูรักแม่ที่สุด ! ที่หนูลืมก็เพราะมัวแต่เล่นเพลินต่างหาก ไม่ได้ตั้งใจจะลืมสักหน่อย!" ลั่วหมิงเวยรีบแก้ตัวเสียงแจ้ว
"ปัญญาอ่อน"
ลั่วหมิงรุ่ยสวนกลับมาแค่ 2 คำ เด็กชายเดินเลี่ยงไปอยู่หน้าแฝดน้อง แล้วก็ก้มหน้าก้มตาเดินเล่นย่อยอาหารของตัวเองต่อไปอย่างไม่สนใจใคร
ลั่วหมิงเวยเห็นพี่ชายไม่เล่นด้วย เลยหันไปแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ลั่วหมิงหานแทน "พี่ใหญ่ว่าพี่นั่นแหละปัญญาอ่อน!"
"แบร่... น้องต่างหากที่ปัญญาอ่อน น้องเป็นเด็กผู้หญิงที่ปัญญาอ่อนที่สุดในโลก!" ลั่วหมิงหานไม่ยอมแพ้ แลบลิ้นกลับคืนบ้าง จากนั้นก็รีบวิ่งเตาะแตะขาสั้นๆ ไปเดินตามหลังพี่ชายคนโต เดินวนไปวนมาเพื่อย่อยข้าวเย็นเหมือนกัน
"เชอะ! หนูไม่ปัญญาอ่อนสักหน่อย!"
เด็กหญิงกระทืบเท้าเบาๆ อย่างขัดใจ มองตามแผ่นหลังของพี่ชายทั้งสองที่เดินนำหน้าไปลิ่วๆ ก่อนจะรีบสับขาสั้นๆ ของตัวเองตามไปติดๆ
ตกดึกก่อนจะได้เวลาเข้านอน แม้ว่าสองแฝดจะง่วงซึมจนเปลือกตาหนักอึ้ง แทบจะลืมตาไม่ขึ้นอยู่แล้ว แต่ทั้งคู่ก็ยังอุตส่าห์จำได้ พากันหยิบดอกไม้สีแดงดอกเล็กๆ ที่ได้มาจากโรงเรียนออกจากกล่องดินสอ แล้วยื่นส่งไปให้แม่
"แม่ครับ... อะผมให้!" เสียงนี้เป็นของลั่วหมิงหาน
"...แม่คะ เวยเวยเอาดอกไม้มาฝากแม่ค่ะ!"
ลั่วหมิงเวยหาววอด สอดดอกไม้สีแดงดอกเล็ก 3 ดอกใส่มือแม่ที่ยื่นมารับ "ของหนูได้เยอะกว่าพี่รองตั้ง 1 ดอกแน่ะ แม่รู้ไหม คุณครูให้ดอกไม้หนูมาเพียบเลยค่ะ ที่เหลือแปะอยู่ที่ผนังห้องเรียนหมดเลย ส่วนดอกไม้ที่เอามาวันนี้ หนูตั้งใจเก็บกลับบ้านมาให้แม่คนเดียวเลยนะ!"
"แม่ครับ! ลั่วหมิงเวยทำตามผมชัดๆ! ผมต่างหากที่เป็นคนคิดจะเก็บดอกไม้มาให้แม่ก่อน!" ลั่วหมิงหานรีบฟ้องทันควัน
"ขี้ฟ้อง!" ลั่วหมิงเวยแหวกลับเสียงสูง
"ขี้ประจบ!" ลั่วหมิงหานเถียงไม่ลดละ
เจียงหลีหัวเราะออกมาเบาๆ ทั้งเอ็นดูทั้งอ่อนใจกับความช่างเถียงของลูกๆ "พอแล้วๆ แม่ดีใจมากๆ เลยที่ได้ดอกไม้แดงจากพวกหนูทั้งคู่ แต่เด็กดีเขาไม่ทะเลาะกันเพราะเรื่องแค่นี้หรอกนะ"
"แม่ครับ ผมเปล่าทะเลาะกับลั่วหมิงเวยนะ แม่หูฝาดไปเองหรือเปล่า!" ลั่วหมิงหานปฏิเสธเสียงแข็งหน้าตาย
"ใช่ค่ะแม่ เด็กดีต้องไม่ทะเลาะกัน หนูไม่ทะเลาะกับพี่รองอยู่แล้ว" ลั่วหมิงเวยรีบพยักหน้าเสริมคำพูดพี่ชาย
ฝาแฝดทั้งสองต่างปีนขึ้นเตียงเล็กๆ ของตัวเองอย่างรู้งาน ทำตัวเป็นเด็กดีว่าง่าย ห่มผ้าเรียบร้อย แล้วก็พากันหลับตาพริ้มเตรียมเข้านอน เจียงหลีมองภาพนั้นแล้วก็อมยิ้ม เธอเริ่มเล่านิทานก่อนนอนกล่อมเด็กๆ ไปเรื่อยๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
คืนนี้พระจันทร์ข้างนอกสว่างนวลเหมือนมีเกล็ดน้ำค้างบางๆ เคลือบไว้ทั่วบริเวณ เจียงหลีกลับเข้ามาในห้องนอนใหญ่ ทิ้งตัวลงบนเตียงนุ่มอย่างผ่อนคลาย ก่อนจะเรียกตุนตุนออกมาคุยเล่น
[พี่สาวเรียกหาผม คิดถึงผมแล้วใช่ไหมครับ?]
"อืม... คิดถึงน่ะสิ"
เจียงหลียกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย "ฉันดันนอนไม่หลับซะงั้น ออกมาคุยเป็นเพื่อนฉันหน่อย"
ตุนตุนบินวนไปรอบๆ ตัวเธอหนึ่งรอบ แล้วก็ถามด้วยเสียงใสแป๋ว [พี่สาวอยากให้ตุนตุนเล่าเรื่องอะไรให้ฟังเหรอครับ?]
"อะไรก็ได้ เล่ามาเถอะ"
ตุนตุนกะพริบตาปริบๆ [เอ... แล้วทำไมพี่สาวถึงนอนไม่หลับล่ะครับ?]
"ไม่รู้เหมือนกัน"
[อ้าว ทำไมไม่รู้ล่ะครับ? หรือว่า... พี่สาวกำลังคิดถึงพี่เขยอยู่? ต้องใช่แน่ๆ เลย! ตุนตุนดูออก! ไม่อย่างนั้นพี่สาวไม่มีทางตาค้างแบบนี้หรอก!]
"ฉันยังไม่ได้พูดสักคำเลยนะว่าฉันตาค้าง"
ตุนตุนหัวเราะคิกคัก [นั่นไง! พี่สาวคิดถึงพี่เขยจริงๆ ด้วย! เมื่อกี้ตุนตุนทายถูก พี่สาวยังไม่เถียงเลยสักนิด!]
เจียงหลีถอนหายใจออกมาเบาๆ "...ก็... ก็คิดถึงนิดหน่อยนั่นแหละ เธอบอกฉันทีได้ไหม ว่าทำไมคนคนนั้นถึงได้ยุ่งวุ่นวายอยู่ตลอดเวลาเลย?"
[พี่สาวไม่เคยได้ยินหรือไงครับ ว่าพวกนักวิทยาศาสตร์น่ะ ส่วนใหญ่ก็เป็นพวกคลั่งงานกันทั้งนั้น?]
"แต่ต่อให้จะคลั่งงานแค่ไหน... คนเราก็ต้องพักผ่อนให้พอไม่ใช่เหรอ!"
[นั่นก็จริงนะครับ... อืม งั้นเอาแบบนี้ไหมครับ ให้ตุนตุนไปช่วยพี่เขยเอง!]
"ช่วย? ช่วยยังไง?"
[ตุนตุนคนนี้มาจากโลกอารยธรรมขั้นสูงเชียวนะครับ! แค่งานวิจัยที่พี่เขยกำลังทำอยู่ ไม่น่าจะยากเกินมือตุนตุนหรอก!]
"หยุดความคิดนั้นเลยนะ ฉันว่าเขาไม่น่าจะอยากได้ผลงานที่มาจากการโกง"
[ไม่เรียกว่าโกงสักหน่อยครับ! อย่างมากตุนตุนก็แค่... ไปช่วยชี้แนะนิดๆ หน่อยๆ...]
"เขาไม่รู้หรอกว่าเธอคือ 'ตัว' อะไร ขืนเธอโผล่พรวดพราดไปหาเขา ดีไม่ดีเขาอาจจะหาวิธีจับเธอขังไว้ แล้วก็ผ่าเธอออกเป็น 8 ส่วน ชำแหละดูให้รู้แล้วรู้รอดไปเลยว่าเธอคืออะไร!"
"..."
ตุนตุนเงียบไปเลย ดูเหมือนจะโดนขู่จนกลัวไปแล้วจริงๆ ผ่านไปอึดใจใหญ่ เสียงใสๆ นั้นก็สั่นเครือ [ไม่จริงมั้งครับ... พี่เขยจะโหดร้ายขนาดนั้นเชียวเหรอครับ? ตุนตุนออกจะน่ารักขนาดนี้... พี่เขย... พี่เขยเขาจะกล้าลงมือทำเหรอครับ?]
[จบบท]