บทที่ 455: เธออิจฉาฉันมากแค่ไหนกันแน่
“แค่ตอนเที่ยงมีเพื่อนแวะมาหาฉันที่บ้าน 2 คน ทำไมพอผ่านปากเธอออกมา มันถึงกลายเป็นว่าฉันไปทำเรื่องเสียๆ หายๆ มาอย่างนั้นล่ะ”
เรื่องของเรื่องคือตอนเที่ยงเจียงหลีพามั่วเหยียนกับเฝิงอี้กลับมาที่บ้าน แล้วบังเอิญโดนซูม่านเห็นเข้าพอดี ซึ่งตอนนั้นเจียงหลีก็ไม่ได้คิดอะไร แต่ใครจะไปนึกว่าแค่ช่วงบ่ายที่เธอกลับมาจากข้างนอก จะเห็นซูม่านกำลังเรียกฟางจวี๋ หรือสหายฟางภรรยาบ้านเซวีย หยุดคุยกันตรงหน้าประตูบ้านของซูม่านเอง พอเห็นเธอเดินมา ซูม่านก็ชำเลืองมองมาทางนี้แวบหนึ่งอย่างมีความนัย ก่อนจะเริ่มทำท่าทางชี้ไม้ชี้มือประกอบคำพูด
พอเจียงหลีเดินเข้าไปใกล้พอจะได้ยิน เธอก็จับใจความได้ว่าซูม่านกำลังพ่นคำว่า ‘ยัยสำส่อน’ ไม่หยุด แถมยังระบุชื่อโจมตีเธอชัดเจนว่าไม่มียางอาย พาผู้ชายแปลกหน้าตั้ง 2 คนเข้าบ้านตอนกลางวันแสกๆ ไม่รู้ว่าแอบไปทำเรื่องน่ารังเกียจอะไรกันบ้าง พฤติกรรมไม่ต่างจากหมาบ้าที่ไล่เห่าไปทั่ว!
“เพื่อนเหรอ? คงเป็นเพื่อนผู้ชายสิท่า!” ซูม่านเบ้ปากใส่
“สหายลั่วไม่อยู่บ้าน เธอก็เลยฉวยโอกาสพาเพื่อนผู้ชายเข้าบ้านตามใจชอบ ถ้ากล้าพูดว่าผู้ชาย 2 คนนั้นไม่มีความสัมพันธ์พิเศษอะไรกับเธอ จะมีใครหน้าไหนเชื่อบ้างล่ะ”
“เสี่ยวซู เธอนี่มันจะเกินไปแล้วนะ คนเราใครเขาจะไม่มีเพื่อนกันบ้าง ต่อให้เป็นเพื่อนผู้ชายแล้วมันจะทำไม สหายผู้ชายเขาก็มาหาเสี่ยวเจียงอย่างเปิดเผย แสดงว่าต้องมีธุระจะพูดคุยกันอยู่แล้ว เธอจะมาเที่ยวใส่ร้ายสหายเจียงด้วยการคาดเดาไปเองแบบนี้ได้ยังไง”
ฟางจวี๋สวนกลับไปโดยไม่คิดจะไว้หน้าซูม่านเลยสักนิด เพราะถ้าให้เทียบกันระหว่างซูม่านกับเจียงหลี เธอมั่นใจในตัวเจียงหลีมากกว่าอยู่แล้ว
“พี่สะใภ้ ฉันว่าฉันเดาไม่ผิดหรอกค่ะ” ซูม่านก้มลงหอมแก้มลูกชายที่อุ้มอยู่ ก่อนจะจงใจกลอกตามองบนใส่เจียงหลีอย่างเปิดเผย
“ความคิดในหัวเธอนี่มันสกปรกจริงๆ!”
เจียงหลีข่มอารมณ์ ถ้าไม่ใช่เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายอุ้มลูกอยู่ เธอคงได้ปรี่เข้าไปตบซ้ำรอยเดิมอีกสัก 2 ฉาด “การกุเรื่องขึ้นมาลอยๆ เพื่อทำลายชื่อเสียงคนอื่น มันเป็นอาชญากรรมอย่างหนึ่งนะ สหายซูม่าน ตอนนี้เธอมีสองทางเลือก จะขอโทษฉันดีๆ หรือจะให้ฉันไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ”
พอเห็นซูม่านทำท่าไม่ทุกข์ไม่ร้อน เจียงหลีก็ไม่ได้แสดงท่าทีโกรธอะไร เธอยังคงพูดต่อ “ฉันไม่ได้แค่ขู่ เธอก็น่าจะรู้ดีว่าถ้าฉันพูดว่าจะแจ้งความ ฉันก็พร้อมจะไปจริงๆ”
เธอพูดเพียงเท่านั้น ก่อนจะหันไปบอกลาฟางจวี๋ แล้วเดินตรงไปที่ประตูรั้วบ้านตัวเอง โดยไม่ชายตามองซูม่านอีกเลย ท่าทีเฉยเมยนั้นทำให้ซูม่านเริ่มอยู่ไม่สุข “นี่เธอจะไปแจ้งความจริงๆ เหรอ”
เจียงหลีไม่ตอบ
พอเห็นอีกฝ่ายไม่สนใจไยดี ใบหน้าของซูม่านก็ซีดลงทันควัน เธอรีบร้องเรียกเจียงหลีไว้ “ก็ได้ๆ ฉันผิดเอง พอใจรึยังล่ะ”
เจียงหลีหยุดมือที่กำลังไขกุญแจ เธอหันกลับไปมองคู่กรณี แล้วเลิกคิ้วถาม “แล้วเธอผิดเรื่องอะไร”
“ฉัน... ฉันไม่ควรพูดจาเรื่อยเปื่อย ไม่ควรใส่ร้ายเธอ!” ซูม่านกัดฟันพูดอย่างอัดอั้น เธอกลัวว่าเจียงหลีจะเอาเรื่องจริงๆ ถ้าเกิดสหายตำรวจมาที่นี่เพราะเรื่องนี้ เธอคงได้อับอายขายหน้าผู้คนไปทั่ว!
เธอยอมรับว่าสิ่งที่พูดไปมันไม่มีหลักฐานอะไรเลย ถ้าชาวบ้านฟังเป็นเรื่องซุบซิบกันปากต่อปากมันก็คงจบไป แต่ถ้าเรื่องถึงสถานีตำรวจเมื่อไหร่ คำพูดพล่อยๆ ของเธออาจจะถูกตีตราว่าเป็นความผิดทางกฎหมายได้
ซูม่านไม่ใช่คนโง่ ไม่ใช่คนไม่รู้กฎหมาย เธอย่อมรู้ดีว่าการใส่ร้ายป้ายสีคนอื่น ถ้ามันลุกลามไปจนเกิดผลกระทบที่รุนแรง ก็อาจจะต้องรับโทษทางอาญา
“ทำไมเธอถึงได้เป็นคนปากเปราะแบบนี้นะ หรือที่จริงแล้ว... เธออิจฉาฉันมากแค่ไหนกันแน่ ถึงต้องเอาตามาจ้องจับผิดฉันอยู่ได้ทั้งวี่ทั้งวัน พอมีโอกาสอ้าปากก็ต้องหาเรื่องมาพูดถึงฉันในแง่ลบ เพื่อที่จะเหยียบฉันให้ต่ำลง แล้วยกตัวเองให้ดูสูงส่งขึ้นมางั้นเหรอ”
“ฉัน... ฉันเปล่านะ! เธออย่ามาใส่ร้ายฉัน!”
“เปล่าหรือไม่เปล่าเธอก็รู้ตัวดีที่สุด วันนี้ฉันขอเตือนเธอเป็นครั้งสุดท้าย ถ้ายังกล้ากุเรื่องมาโจมตีฉันอีก ฉันสัญญาว่าจะทำให้เธอต้องเสียใจที่กล้ามารนหาที่กับฉัน เชื่อเถอะว่าถ้าฉันเอาจริงขึ้นมาเมื่อไหร่ ผลลัพธ์ที่ตามมามันจะหนักหนาสาหัสเกินกว่าที่เธอจะจินตนาการไหวแน่นอน!”
เจียงหลีทิ้งสายตาเย็นชาที่สื่อความหมายว่า ‘ทางใครทางมัน’ ให้อีกฝ่าย ก่อนจะละความสนใจแล้วเดินเข้าบ้านไป
[จบบท]