บทที่ 461: น่าอิจฉา
ไช่ซิ่วเฟินลุกขึ้นยืนพลางยิ้มให้กับแม่เฒ่าฉี "ไว้คราวหน้าฉันจะมานั่งเล่นที่นี่กับตาแก่ที่บ้านอีกรอบนะคะ"
"ยินดีต้อนรับพี่สะใภ้กับพี่เจียงเสมอเลยค่ะ เชิญมานั่งเล่นที่บ้านได้ทุกเมื่อเลย"
ซ่งเซวียนยังคงนั่งเล่นซอเอ้อร์หูอยู่ในห้อง แม่เฒ่าฉีเลยไม่ได้ตะโกนเรียกหลานชายคนโตให้ออกมาส่งแขกด้วยกัน ท่านเดินออกมาส่งกลุ่มของเจียงหลีจนถึงหน้าประตูบ้าน ยืนมองพวกเขาจนลับสายตาไปแล้ว จึงค่อยหันหลังเดินกลับเข้าบ้านไป
ที่หน้าประตูโรงเรียนอนุบาล แม้ประตูเหล็กดัดบานใหญ่จะยังไม่เปิดออก แต่สองฝาแฝดก็ตาไวเหลือบไปเห็นแม่ของพวกเขายืนต่อแถวอยู่หน้าสุดในกลุ่มผู้ปกครองพอดี เด็กทั้งสองดีใจจนตัวลอย กระโดดหย็องแหย็งพร้อมกับร้องเรียกแม่ไม่หยุด
เจียงหลีรีบยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากเป็นสัญญาณ "จุ๊ๆ" เพียงเท่านั้น สองแฝดก็หยุดส่งเสียงดังทันควัน เด็กทั้งคู่ยืนตัวตรงนิ่งอย่างเชื่อฟัง เพื่อรอให้ประตูเปิดและรอคุณครูเรียกแถว
"คุณปู่ครับ คุณย่าครับ ผมขอไปยืนกับอาเล็กนะครับ"
เจียงไหลเกินและไช่ซิ่วเฟินไม่ได้ไปยืนรอปนกับผู้ปกครองคนอื่น แต่เลือกที่จะยืนรอเจียงหลีรับหลานๆ อยู่ตรงพื้นที่ว่างด้านข้างประตูโรงเรียนอนุบาล แต่ดูเหมือนว่าตอนนี้เจียงอีหยางจะเริ่มยืนรอไม่ไหว เขาอยากจะไปยืนรออยู่ข้างๆ อาเล็กของเขามากกว่า
เจียงไหลเกินพยักหน้า "อืม ไปสิ"
เจียงอีหยางดีใจจนยิ้มกว้างออกมา
"อาเล็กครับ" พอเดินมาหยุดอยู่ข้างๆ เจียงหลี เด็กหนุ่มก็เอ่ยเรียกเบาๆ
"มาแล้วเหรอ นั่นไง เธอดูสิ เด็กสองคนที่ยืนอยู่หน้าสุดของแถวชั้นกลางห้อง 1 นั่นแหละ หานหานกับเวยเวย" เจียงหลีชี้ไปที่ฝาแฝด แนะนำให้หลานชายคนโตฟังด้วยรอยยิ้ม
"แม่! แม่!"
สองฝาแฝดคงนึกว่าแม่กำลังพูดกับพวกเขา ก็เลยพากันดีใจจนกระโดดโลดเต้นอีกรอบ แต่พอสายตาเหลือบไปเห็นเจียงอีหยาง ดวงตาใสแป๋วของลั่วหมิงหานก็กลอกไปมา ก่อนจะเอ่ยถามด้วยเสียงใสน่าฟังว่า "พี่ชายเป็นลูกพี่ลูกน้องของหานหานเหรอครับ"
"...ใช่แล้ว พี่เป็นลูกพี่ลูกน้องของหานหานเอง!"
เจียงอีหยางนิ่งไปนิดหน่อย ก่อนจะฉีกยิ้มกว้างโชว์ฟันขาวสะอาด เขาหันไปพูดกับเด็กน้อยทั้งสองอย่างอารมณ์ดี
"แล้วพี่ชายเป็นลูกพี่ลูกน้องคนโตของเวยเวยหรือเปล่าคะ" ลั่วหมิงเวยเอียงคอถามอย่างน่ารักน่าเอ็นดู
เจียงอีหยางรีบตอบ "ใช่แล้วครับผม!"
ลั่วหมิงเวยรีบยกมือเล็กๆ ขึ้นมาปิดหน้าตัวเองทันที ท่าทางดูเขินอายอย่างเห็นได้ชัด เธอหันไปกระซิบกระซาบกับซ่งเสี่ยวหร่าน เพื่อนที่ยืนอยู่ข้างหลัง "หร่านหร่าน หร่านหร่าน เธอเห็นไหม พี่ชายที่หล่อมากๆ คนนั้นน่ะ เขาเป็นลูกพี่ลูกน้องคนโตของฉันเองนะ!" แต่ก็ยังไม่วายแอบชำเลืองมองพี่ชายคนโตผ่านซอกนิ้วมือ
"เวยเวย ฉันอิจฉาเธอจังเลย! พ่อกับแม่ของเธอก็สวยหล่อสุดๆ พี่ชายของเธอ ทั้งลั่วหมิงรุ่ยกับลั่วหมิงหานก็หล่อมากเหมือนกัน นี่ขนาดย้ายมาถึงลูกพี่ลูกน้องของเธอก็ยังหล่อมากอีก ทำไมพ่อกับแม่แล้วก็พี่ชายของฉันถึงไม่หล่อเหมือนบ้านเธอบ้างนะ"
ลั่วหมิงเวยเบิกตากลมโต "ใครบอกอย่างนั้นล่ะ คุณน้าอู๋ก็สวยออก เวยเวยว่าสวยมากเลยนะจะบอกให้!"
"จริงเหรอ เวยเวย เธอคิดว่าแม่ของฉันสวยจริงๆ เหรอ" ซ่งเสี่ยวหร่านจ้องหน้าเพื่อนรักเขม็ง
"ก็จริงน่ะสิ เวยเวยเป็นเด็กดีนะ ไม่โกหกอยู่แล้ว!"
ถึงอย่างนั้น ซ่งเสี่ยวหร่านก็ยังดูไม่ค่อยร่าเริงขึ้นเท่าไหร่ "แต่ฉันก็ยังอิจฉาเธออยู่ดีนั่นแหละ คุณน้าเจียงเป็นถึงคุณครูสาลี่ เธอเลยได้ฟังคุณน้าเจียงเล่านิทานสนุกๆ ทุกวัน แต่ฉันสิ ได้ฟังแค่สัปดาห์ละครั้งเอง..."
"สองครั้งต่างหากล่ะ! วันเสาร์ที่เธอเห็นแม่ของฉันในทีวีนั่นก็นับเป็นครั้งหนึ่ง แล้วก็วันอาทิตย์ตอนที่แม่ของฉันไปอัดรายการนั่นก็เป็นครั้งที่สอง หร่านหร่าน พวกเราอยู่ชั้นกลางกันแล้วนะ เธอต้องหัดนับเลขให้ถูกด้วยสิ!"
"ฉันนับเลขเป็นย่ะ ฉันก็แค่ลืมไปว่าวันอาทิตย์ก็ได้เห็นคุณน้าเจียง แล้วก็ได้ฟังคุณน้าเจียงเล่านิทานเหมือนกัน"
ประตูโรงเรียนอนุบาลค่อยๆ เปิดออก เด็กๆ พากันทยอยเดินออกมา
"สวัสดีค่ะ/ครับ คุณครูสาลี่!"
เป็นไปตามที่คาดไว้ เจียงหลีถูกกลุ่มเด็กๆ กรูเข้ามาล้อมไว้ตรงกลาง เพื่อไม่ให้เป็นการกีดขวางทางผู้ปกครองท่านอื่นที่มารับลูกหลาน เจียงหลีจึงทำได้เพียงส่งยิ้มและทักทายเด็กๆ เล็กน้อย จากนั้นก็รีบให้หลานชายคนโตช่วยอุ้มฝาแฝดคนละข้าง แล้วรีบพากันเดินตรงไปหาพ่อกับแม่ของเธอที่ยืนรออยู่
"คุณตา! คุณตา!"
ฝาแฝดมองเห็นเจียงไหลเกินแต่ไกล และเห็นได้ชัดว่าพวกเขายังจำได้แม่นว่านี่คือคุณตาของตัวเอง ทั้งคู่ต่างร้องเรียกเสียงดังอย่างมีความสุขซ้ำๆ โดยเฉพาะลั่วหมิงหานที่ยื่นมือทั้งสองข้างไปข้างหน้า "คุณตาอุ้มหน่อย หานหานคิดถึงคุณตาจังเลยครับ!"
[จบบท]