บทที่ 466: คุณรู้ไหมว่าเขาคือใคร?
เด็กแฝดสามทั้งลั่วหมิงรุ่ย ลั่วหมิงหาน และลั่วหมิงเวย ต่างนั่งเรียงแถวหน้ากระดาน เท้าคางกันคนละข้าง ทำตาแป๋วตั้งอกตั้งใจฟังเหล่าผู้ใหญ่กำลังวิพากษ์วิจารณ์บทเพลงกันอย่างออกรส
"ต้มชาหนึ่งกาแห่งความเป็นความตายและความเศร้าโศกสังเวยแด่ชายหนุ่ม แสงจันทร์ยังคงสว่างไสว ไฉนเลยจะเศร้าโศก... มิสู้ท่องไปอย่างอิสระเสรีผ่านลมและคลื่น บรรเลงเพลงก้องไกลสุดขอบฟ้า!"
เจียงหลีทอดเสียงขับขานท่อนหนึ่งของเพลงออกมาอย่างช้าๆ ขณะที่เจียงอีหยางซึ่งนั่งอยู่ข้างๆ ก็รีบใช้สมองจดจำทุกถ้อยคำที่อาเล็กเพิ่งพูดไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาท่องพึมพำกับตัวเอง "ต้มชาหนึ่งกา..."
แต่แล้วจังหวะนั้นเอง ก็มีเสียงเคาะดังขึ้นที่ประตูลานบ้าน
"เก้าสิบเปอร์เซ็นต์ต้องเป็นรถจากสถานีโทรทัศน์มารับแน่ๆ ค่ะ!"
เจียงหลีพูดจบก็รีบลุกออกจากห้องนั่งเล่นไปทันที ไม่นานเธอก็เดินกลับเข้ามา "พ่อคะ หนูคุยกับคนขับรถเรียบร้อยแล้ว พ่อกับแม่แล้วก็หยางหยาง พารุ่ยรุ่ยกับน้องๆ ขึ้นรถไปรอได้เลยนะคะ เดี๋ยวหนูขอไปเปลี่ยนชุดแวบเดียวแล้วจะรีบตามออกไปค่ะ"
พอพูดจบ เจียงหลีก็หมุนตัวหายเข้าไปในห้องนอน
รถของสถานีโทรทัศน์ที่ส่งมารับคันใหญ่ไม่เบา ทำให้ทั้งครอบครัวขึ้นไปนั่งกันครบถ้วนโดยไม่รู้สึกอึดอัดแม้แต่น้อย
เมื่อเดินทางมาถึงสถานีโทรทัศน์ปักกิ่ง ในช่วงที่ยังพอมีเวลาก่อนจะเริ่มการบันทึกเทป เจียงหลีจึงถือโอกาสพาพ่อแม่ หลานชายคนโต และเจ้าก้อนแป้งทั้งสามที่บ้าน ไปเดินสำรวจรอบๆ ในพื้นที่ที่สามารถเดินชมได้ โดยมีอู๋เยว่คอยเดินนำทางและอธิบายอยู่ไม่ห่าง
กระทั่งถึงเวลาที่เจียงหลีต้องเข้าไปเตรียมตัวอัดรายการ อู๋เยว่ก็รับหน้าที่ดูแลครอบครัวของเธอต่อ เธอจัดแจงให้พ่อเจียง ไช่ซิ่วเฟิน และเจียงอีหยาง ไปนั่งรอชมอยู่ในจุดที่กล้องถ่ายทอดไม่สามารถจับภาพได้ เพื่อจะได้ดูลูกสาวทำงานอย่างใกล้ชิด
เวลาค่อยๆ เคลื่อนผ่านไปทีละน้อย การบันทึกเทปดำเนินมาจนถึงช่วงสุดท้ายของรายการ อู๋เยว่ชูมือขึ้นทำสัญลักษณ์ "OK" เป็นอันว่าการทำงานในวันนี้เสร็จสิ้นลงแล้ว
"คุณลุงคะ คุณป้า หนูจะเล่าอะไรให้ฟังนะคะ คือนับตั้งแต่ที่เสี่ยวหลีมารับหน้าที่เป็นผู้ดำเนินรายการของเรา รายการนี้ก็กลายเป็นขวัญใจของเด็กๆ ทั่วบ้านทั่วเมืองเลยค่ะ ไอ้จดหมายที่หนูเคยเอาให้ดูคราวก่อน ที่กองเป็นกระสอบๆ นั่นน่ะ ล้วนเป็นจดหมายที่เด็กๆ แฟนรายการเขียนส่งมาให้เสี่ยวหลีเขาทั้งนั้นเลยนะคะ..."
อู๋เยว่ฉีกยิ้มกว้าง เธอรอจนเจียงหลีเดินเข้ามาใกล้ๆ ก็รีบสาดคำอวยสารพัดใส่เพื่อนรักต่อหน้าพ่อเจียงกับไช่ซิ่วเฟินอย่างไม่มียั้ง
"แหม หลีเป่าของป้าน่ะเป็นที่รักของคนอื่นเขามาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วจ้ะ ไม่ว่าจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กเล็กๆ ก็ตาม พอได้เห็นหน้าหลีเป่าทีไรนะ เป็นต้องยิ้มแก้มแทบแตก เอ็นดูกันใหญ่เลย"
ไช่ซิ่วเฟินยิ้มกว้าง ดวงตาที่มองลูกสาวเต็มไปด้วยความรักใคร่เอ็นดูอย่างปิดไม่มิด เธอชื่นชมลูกสาวสุดที่รักแวบหนึ่ง ก่อนจะหันไปสมทบกับอู๋เยว่อีกแรง "ไม่หมดแค่นั้นนะ ที่หมู่บ้านเราน่ะ คนทั้งสิบลี้แปดหมู่บ้านเขาพูดกันให้แซ่ดเลยว่าหลีเป่าของป้าน่ะเป็นนางฟ้าลงมาเกิด..."
"พอแล้วค่ะแม่! ถ้าแม่ยังจะอวยหนูต่ออีก หนูคงต้องหาที่มุดดินหนีเดี๋ยวนี้แล้วนะคะ!"
เจียงหลีหน้าแดงก่ำจนลามไปถึงหู เธอรีบเบรกแม่ตัวเองทันควัน ขืนปล่อยให้แม่พูดต่อ มีหวังได้อวยยศกันไม่จบไม่สิ้นแน่
"อ้าว คุณป้า ดูสิคะ เสี่ยวหลีเขาเขินใหญ่แล้วค่ะ!"
อู๋เยว่รีบผสมโรงหยอกล้อเจียงหลี
"เด็กคนนี้เขาขี้อายจะตายน่ะจ้ะ ป้าไม่แกล้งแล้วก็ได้ เดี๋ยวพอกลับถึงบ้านจริงๆ พาลจะมาทำหน้างอนใส่ป้าเอา!"
ไช่ซิ่วเฟินหัวเราะร่วนเมื่อเห็นท่าทีของลูกสาว เธอยิ้มให้เจียงหลี "นี่เราจะกลับกันเลยหรือยังล่ะลูก"
เจียงหลีพยักหน้า "ค่ะ กลับกันเลย"
ทั้งคณะจึงพากันเดินออกจากห้องโถงสำหรับบันทึกรายการ
"คุณลุงคะ เดี๋ยวคุณลุงกับคุณป้าพาเด็กๆ ขึ้นรถไปนั่งรอก่อนเลยนะคะ หนูขอคุยกับเสี่ยวหลีอีกสักสองสามประโยคแป๊บนึงค่ะ"
อู๋เยว่พูดพลางเดินไปช่วยเปิดประตูรถให้
ลั่วหมิงรุ่ยจึงบอกทุกคน "คุณตาคุณยาย พี่หยางครับ พวกเราขึ้นไปรอแม่บนรถกันเถอะครับ"
พ่อเจียงขานรับ แล้วจึงประคองไช่ซิ่วเฟินขึ้นไปนั่งบนรถก่อน
"หยางหยางลูก ช่วยอุ้มรุ่ยรุ่ยกับน้องๆ ขึ้นมาด้วยนะ"
ไช่ซิ่วเฟินหันไปกำชับหลานชายคนโต
เจียงอีหยางพยักหน้ารับคำ
เมื่อทุกคนขึ้นรถไปเรียบร้อยแล้ว อู๋เยว่ก็ขยับมายืนข้างๆ เจียงหลี เธอเอาข้อศอกแตะแขนเพื่อนรักเบาๆ แล้วลดเสียงลงกระซิบ "เธอเห็นใช่ไหม"
"หืม เธอหมายถึงอะไรเหรอ"
เจียงหลีทำหน้างง ไม่เข้าใจว่าอู๋เยว่กำลังพูดถึงเรื่องอะไร
"ก็คนที่เราเห็นตอนเดินสวนกันออกจากห้องโถงเมื่อกี้นี้ไง เธอรู้หรือเปล่าว่าเขาเป็นใคร"
สีหน้าของอู๋เยว่ฉายแววลึกลับซับซ้อนสุดๆ
เจียงหลีตอบกลับไปด้วยท่าทีเรียบเฉย "ไม่รู้"
ก็แค่สหายผู้ชายที่หน้าตาดูดีกว่าคนอื่นนิดหน่อยเท่านั้นเองไม่ใช่หรือไง ทำไมต้องทำท่าตื่นเต้นโอเวอร์ขนาดนั้นด้วย
"คนนั้นน่ะ แซ่เซียว ชื่อจิ่น เขาเพิ่งย้ายมาจากหน่วยงานด้านวัฒนธรรมของอำเภอที่อยู่ต่างเมืองแน่ะ แต่ตอนนี้เขากลายเป็นหัวหน้าแผนกปฏิบัติการรายการของสถานีเราไปแล้วนะ"
[จบบท]