บทที่ 480: เจียงหลี่กำลังมีปัญหา
"ถ้าคิดว่าแน่ ก็เข้ามาเอาคืนสิ"
เจียงหลีท้าทายกลับไปทันควัน เธอยืนนิ่งจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของคนที่เพิ่งโดนตบไป "มาเลย ถ้ามีความสามารถพอ ก็เข้ามาตบฉันนี่"
บรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นกว่าเดิม แต่เจียงหลีกลับยิ้มมุมปากอย่างเยือกเย็น แรงกดดันที่แผ่ออกจากตัวเธอยังคงชัดเจน
"อย่าลืมสิว่าเราเป็นพลเมืองที่ต้องอยู่ใต้กฎหมาย ไม่อย่างนั้น รู้ไหมว่าตั้งแต่ก้าวแรกที่ฉันเดินเข้ามาในห้องประชุมนี้ ฉันมีปัญญาทำให้คุณเงียบเสียงไปตลอดชีวิตได้เลย"
เธอจ้องหน้าอีกฝ่ายเขม็ง "รู้ไหมว่าทำไม? ไม่ใช่แค่พวกคุณหรอกนะที่รักพวกพ้องน่ะ ฉันเป็นยิ่งกว่าพวกคุณอีก โดยเฉพาะเมื่อเรื่องนี้พี่ห้าของฉันไม่ได้เป็นคนผิด แล้วฉันจะยอมทนให้พวกคุณสองพี่น้องมารุมทำร้ายพี่ของฉันได้ยังไง ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าพวกคุณยังกล้าลงมือกับหลานชายฉันอีก"
"สหายตำรวจ! สหายตำรวจครับ! พวกคุณจะยืนมองเฉย ๆ ปล่อยให้พวกเราสองพี่น้องโดนผู้หญิงคนนี้..." หยางต้าเหว่ยพยายามโวยวายหาพวก
แต่ยังไม่ทันที่เขาจะฟ้องสหายตำรวจทั้งสองนายได้จบประโยค หยางเสี่ยวเหว่ย น้องชายของเขาก็ขัดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เจือความอับอายอย่างปิดไม่มิด "พี่ใหญ่! พี่ช่วยหุบปากสักทีได้ไหม!"
นี่มันเรื่องน่าอายชัด ๆ ผู้ชายร่างกำยำสองคนกลับถูกผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนเดียวจัดการจนล้มกองกับพื้นไม่เป็นท่า ไม่หนำซ้ำยังโดนหิ้วคอเสื้อขึ้นมาตบหน้าฉาดใหญ่ต่อหน้าคนอื่น ๆ อีก มันใช่เรื่องน่าเอาไปป่าวประกาศหรือไง
"น้องรอง นี่แก..." หยางต้าเหว่ยอ้าปากค้าง จ้องหน้าน้องชายตัวเอง ใบหน้าของเขาแดงก่ำสลับเขียวคล้ำ ทั้งอายทั้งแค้น
ทว่าหยางเสี่ยวเหว่ยไม่คิดจะสนใจท่าทีของพี่ชายอีกต่อไป เขาเม้มปากแน่น ก่อนจะหันไปพูดกับสหายตำรวจทั้งสองนาย "เรื่องวันนี้เป็นความผิดของพวกเราสองพี่น้องเองครับที่ใจร้อนวู่วาม สหายทั้งสองจะพิจารณาโทษยังไงก็เชิญเลย พวกเราจะไม่โต้แย้งอะไรทั้งนั้น"
พูดจบ เขาก็หันไปเผชิญหน้ากับเจียงกั๋วอัน "สหายเจียง ผมต้องขอโทษจริง ๆ ครับ ผมกับพี่ใหญ่หุนหันพลันแล่นไปหน่อยที่ลงมือกับคุณ แถมยังพลาดไปโดนครอบครัวของคุณด้วย คุณต้องการให้พวกเราชดใช้อะไร บอกมาได้เลยครับ"
"ฉันไม่รับคำขอโทษ" เจียงกั๋วอันตอบกลับเสียงเรียบ "ส่วนเรื่องค่าชดเชย ฉันกับหลานชายไม่ต้องการ"
เจียงกั๋วอันเพิ่งพูดจบประโยค สายตาก็เหลือบไปเห็นร่างของเจียงหลีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จู่ ๆ ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือด ร่างทั้งร่างโคลงเคลงเหมือนจะยืนไม่อยู่ เขาใจหายวาบ รีบถลาเข้าไปประคอง
"หลีเป่า! เป็นอะไรรึเปล่า?"
เจียงหลีพยายามส่ายหน้าเบา ๆ กะพริบตาถี่ ๆ เพื่อไล่ความมึนงง เธอยังอยากจะฝืนยืนต่อ แต่ร่างกายมันไม่รักดีเอาเสียเลย เรี่ยวแรงทั้งหมดหายไปดื้อ ๆ ขาทั้งสองข้างอ่อนปวกเปียกจนร่างของเธอทรุดฮวบลงไปทางพื้น
"หลีเป่า!"
โชคดีที่เจียงกั๋วอันไวกว่า เขาช้อนตัวรวบเอวบางไว้ได้ทันท่วงที ก่อนจะอุ้มเธอขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน
พ่อเจียง ไช่ซิ่วเฟิน และเจียงอีหยางที่ยืนลุ้นอยู่ไม่ไกลรีบกรูเข้ามาทันที
"ลูกพ่อ!"
"หลีเป่าเป็นอะไรไป!"
"อาครับ!" ทุกคนมองเธอด้วยสายตาตื่นตระหนกและเป็นห่วง
แม้แต่สหายตำรวจสองนายและกลุ่มผู้นำจากบริษัทปิโตรเคมีปักกิ่งที่ยืนอยู่ห่าง ๆ ก็ยังอดแสดงสีหน้ากังวลออกมาไม่ได้
"ฉัน...ฉันไม่เป็นไรค่ะ" เจียงหลีพยายามเปล่งเสียงตอบ ทั้งที่รู้สึกอับอายกับสภาพของตัวเองเหลือเกิน
"แค่...แค่รู้สึกเหมือนแรงมันหมดไปดื้อ ๆ"
ให้ตายเถอะ! เธอได้แต่ก่นด่าร่างกายอ่อนแอนี้ในใจ แค่ออกแรงจัดการผู้ชายตัวโตสองคนล้มลงกับพื้นแค่นั้น ไม่ได้ออกแรงมากมายอะไรเลย ทำไมต้องมาทำหมดแรงเป็นลมล้มพับเอาตอนนี้ด้วย
เสียหน้า เสียฟอร์มชะมัด!
"ต้องไปโรงพยาบาล! กั๋วอัน แกอุ้มน้องไว้แน่น ๆ เลย เราต้องพาน้องไปให้หมอตรวจเดี๋ยวนี้ ตรวจให้ละเอียดเลยนะ!" พ่อเจียงร้อนใจ รีบสั่งการลูกชายเสียงดัง สายตาเขายังคงจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าซีด ๆ ของลูกสาวไม่วางตา
"ใช่ ๆ ฟังพ่อแกนั่นแหละ ไปโรงพยาบาลกันเดี๋ยวนี้เลย!" ไช่ซิ่วเฟินรีบสนับสนุนสามี
"อาห้า! รีบไปเถอะครับ!" เจียงอีหยางก็เร่งเร้า
"พ่อคะ แม่คะ อีหยาง หนูไม่เป็นไรจริง ๆ ค่ะ ให้หนูพักสักแป๊บเดี๋ยวก็มีแรงแล้ว ไม่เห็นต้องไปโรงพยาบาลเลย" เจียงหลียังคงดื้อดึง
ตอนนั้นเอง สหายชายสูงวัยท่าทางภูมิฐาน ผมหงอกขาวแซมเกือบทั้งศีรษะ ซึ่งน่าจะอายุราวห้าสิบปลาย ๆ หรือหกสิบต้น ๆ ก็เดินตรงเข้ามา
"หนูคือเจียงหลีสินะ? อาว่าหนูฟังพ่อแม่เถอะนะ ไปให้หมอตรวจเช็กสักหน่อยดีกว่า เพื่อความสบายใจของทุกคน ไม่อย่างนั้นที่บ้านหนู โดยเฉพาะพ่อบุญธรรมของหนู รู้เรื่องเข้าคงเป็นห่วงแย่"
ชายสูงวัยแนะนำตัว "อ้อ อาแซ่หลิว" เขายิ้มบาง ๆ
"อาเคยเป็นสหายร่วมรบกับพ่อบุญธรรมของหนูน่ะ สำหรับเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้ ถ้าจะว่ากันตามจริง ทางหน่วยงานของอาก็มีส่วนผิดเหมือนกันที่ไม่ไตร่ตรองให้รอบคอบ หนูวางใจได้เลย เดี๋ยวอาจะจัดการเรื่องนี้และให้คำอธิบายที่ยุติธรรมกับสหายเจียงกั๋วอันอย่างแน่นอน"
เมื่อได้ยินแบบนั้น สีหน้าของเจียงหลีก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย "ถ้างั้น...หนูคงต้องรบกวนคุณอาหลิวแล้วนะคะ หนูกับพี่ห้าจะรอคำชี้แจงจากทางหน่วยงานของคุณอาค่ะ"
เธอพูดจบก็เบนสายตาไปทางสหายตำรวจทั้งสองนายที่ยังยืนอยู่ "สหายคะ ไม่ทราบว่าตอนนี้ฉันกับครอบครัวกลับได้รึยังคะ?"
สหายตำรวจนายหนึ่งพยักหน้า "ข้อมูลที่เราต้องการก็ได้ครบถ้วนแล้ว และจดบันทึกไว้หมดแล้วครับ ถ้าหากหลังจากนี้มีความจำเป็นต้องสอบถามอะไรเพิ่มเติม เราจะติดต่อไปทางสหายเจียงกั๋วอันอีกครั้งครับ"
[จบบท]