บทที่ 515: ไม่เร่ง
เจียงหลีฟังหลานชายเล่าจบก็พยักหน้าเห็นด้วย "อายุ 27-28 ค่อยแต่งงานก็ไม่ถือว่าช้าหรอก ยิ่งในยุคนี้ด้วยแล้ว" เธอมองหน้าเจียงอีหยาง
"แล้วพอตอบสหายหญิงคนนั้นไปแบบนั้น เขาว่ายังไงต่อล่ะ"
"ก็... เหมือนจะไม่ได้พูดอะไรต่อนะครับ" เจียงอีหยางทำท่านึก "อ้อ แต่มีตอนที่ผมกำลังจะขึ้นรถกลับ เขาเดินมาบอกว่าสหายหลินตันน่ะสนใจผมอยู่ แล้วยังถามผมอีกว่ารู้ตัวหรือเปล่า"
เขาหันมาทางเจียงหลีเต็มตัว "อาครับ อาลองบอกผมทีสิครับว่าคนคนนี้เขาแปลกประหลาดมากไหม จู่ๆ ก็มาพูดเรื่องแบบนี้ ผมไม่เข้าใจเลยจริงๆ นะครับ คือผมกับเขาก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรกันเลย ส่วนสหายหลินตันคนนั้น ผมก็เคยเจอแค่ครั้งเดียวเอง แล้วทำไมจู่ๆ ถึงมีคนมาสนใจผมพร้อมกันทีเดียวสองคนเลยล่ะครับ"
"แล้วไม่รู้สึกดีใจบ้างเหรอ ที่มีคนมาสนใจ" เจียงหลีอมยิ้มถามหลานชาย
"ไม่ครับ" เจียงอีหยางตอบทันควัน
เจียงหลีถามต่อ "ในใจก็ไม่รู้สึกอะไรเลยสักนิดเหรอ"
เจียงอีหยางส่ายหน้ายืนยัน "ไม่รู้สึกอะไรเลยครับ ว่างเปล่าไปหมด"
"ถ้าอย่างนั้นก็ไม่จำเป็นต้องไปสนใจอะไรทั้งสิ้น" เจียงหลีให้คำแนะนำ "อีกอย่าง เธอก็พูดชัดเจนไปขนาดนั้นแล้ว อาคิดว่าสหายหญิงคนนั้นพอรู้ความคิดของเธอ ก็คงไม่มาปรากฏตัวให้ลำบากใจอีกหรอก"
"อาแน่ใจเหรอครับ" เจียงอีหยางยังดูกังวล "ผมกลัวจริงๆ นะครับ ไม่ใช่กลัวอะไร แต่ผมกลัวว่าจะเจอแบบอาห้าเจียงกั๋วอัน ที่โดนผู้หญิงแปลกๆ นิสัยไม่ดีมาตามตอแยไม่เลิกน่ะสิครับ"
ไช่ซิ่วเฟินซึ่งนั่งฟังลูกสาวกับหลานชายคนโตคุยกันอยู่นาน ในที่สุดก็ขยับตัวเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วย "หยางหยางเอ๊ย นี่หลานคิดจะรอแต่งงานตอนอายุเท่านั้นจริงๆ เหรอ มันไม่ช้าไปหน่อยหรือลูก"
เจียงอีหยางรีบหันไปอธิบายให้ย่าฟัง "ย่าครับ อาหลีเป่าเพิ่งพูดอยู่เลยว่าอายุ 27-28 แต่งงานไม่ช้าเลยครับ ย่าไม่ต้องห่วงหรอกครับ
อีกอย่าง ย่าลองคิดดูนะ ถึงตอนนั้น หลานย่าคนนี้ก็เรียนจบเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยแล้ว มีงานการดีๆ ทำ หน้าตาก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่ ยังไงก็ไม่กังวลเรื่องหาคู่ไม่ได้หรอกครับ สบายใจได้"
"อันนี้หลานแม่พูดถูก" เจียงหลีหัวเราะ เธอหันไปทางผู้เป็นแม่ "แม่คะ เรื่องคู่ครองของหยางหยางน่ะ แม่ไม่ต้องไปยุ่งหรอกค่ะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของพี่ใหญ่กับพี่สะใภ้ใหญ่เขาจัดการเถอะค่ะ สองคนนั้นคงคอยกังวลแทนลูกชายอยู่แล้ว"
เธอหยุดนิดหนึ่ง "กลับกัน... เป็นเรื่องของพี่ห้าเจียงกั๋วอันมากกว่า ที่แม่น่าจะคอยไปบ่นๆ หรือพูดเปรยๆ เรื่องแต่งงานของพี่ได้เป็นพักๆ นะคะ"
ไช่ซิ่วเฟินถอนหายใจ "แม่ว่านะ พี่ห้าของลูกก็คงคิดเหมือนหยางหยางนี่แหละ โดยเฉพาะพอเจอเรื่องของผู้หญิงบ้าคนนั้นมาก่อน ป่านนี้อาจจะกลัวการเข้าใกล้หรือติดต่อกับผู้หญิงไปแล้วก็ได้ ใครจะไปรู้"
หญิงชรามีสีหน้ากลัดกลุ้ม "เฮ้อ พูดแล้วก็โมโห ทำไมเด็กบ้านหยางคนนั้นถึงได้เป็นตัวหายนะแบบนี้นะ เป็นสาวเป็นนางแท้ๆ แต่หน้าหนาเกินไปแล้ว ผู้ชายเขาบอกปัดว่าไม่สนใจ ใยยังต้องมาตามตอแยไม่เลิกอยู่ได้ ไม่เข้าใจจริงๆ"
"คนนิสัยแบบนั้นเขาคิดอะไรอยู่ พวกเราคนธรรมดาจะไปตรัสรู้ใจเขาได้ยังไงล่ะคะแม่"
เจียงหลีปลอบใจแม่ ขณะพูด สายตาเธอก็เหลือบไปเห็นเจ้าตัวเล็กสามคนที่นั่งเล่นอยู่ไม่ไกล แต่ละคนหูผึ่ง ทำตาแป๋ว ตั้งอกตั้งใจฟังผู้ใหญ่คุยกันอย่างกับรู้เรื่อง เธอเลยอดขำไม่ได้
"นี่พวกหนูฟังที่ผู้ใหญ่คุยกันเข้าใจด้วยเหรอจ๊ะ"
รุ่ยรุ่ยกับน้องฝาแฝดส่ายหน้าพร้อมกันทันที
เจียงหลีหัวเราะอย่างอ่อนใจ "ในเมื่อฟังไม่เข้าใจ แล้วจะมานั่งหูผึ่งทำไมกัน ไปๆ ไปเล่นในห้องเลยไป"
"ได้ครับ/ค่ะ" ฝาแฝดขานรับอย่างว่าง่าย
"ผมจะไปอ่านหนังสือครับ" รุ่ยรุ่ยในฐานะพี่คนโตประกาศ ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วจูงมือน้องทั้งสองออกจากห้องนั่งเล่นไปอย่างเรียบร้อย
พอเด็กๆ ลับตาไป เจียงอีหยางก็พูดกับย่าอีกครั้ง "ย่าครับ อาห้าน่ะไม่กังวลเรื่องไม่มีภรรยาหรอกครับ ย่าไม่ต้องเป็นห่วงเลย"
"นั่นไงคะแม่ หยางหยางยังบอกเลยว่าย่าไม่ต้องเร่งพี่ห้าแต่งงานหรอกค่ะ" เจียงหลีหัวเราะเบาๆ พลางทำหน้าที่ "ล่าม" แปลคำพูดของหลานชายให้แม่ฟังอีกรอบ เมื่อได้ยินดังนั้น ไช่ซิ่วเฟินก็พยักหน้า
"เออๆ แม่ไม่เร่งก็ได้ ก็นึกขึ้นได้เมื่อไหร่ก็แค่พูดเปรยๆ ขึ้นมาทีเมื่อนั้นแหละ ไม่ได้จะไปบังคับอะไร"
ในใจเธอก็คิดว่าจริงอย่างที่หลานว่า ลูกชายของเธอโปรไฟล์ดีขนาดนั้น ไม่ต้องกลัวว่าจะหาภรรยาดีๆ ไม่ได้อยู่แล้ว เรื่องนี้ไม่เห็นจะต้องรีบเลยสักนิด
***
ช่วงนี้อากาศหนาวเย็นมากจริงๆ สองสามสัปดาห์ที่ผ่านมาในวันหยุดสุดสัปดาห์ เจียงหลีเลยตัดสินใจงดพาเด็กทั้งสามไปบันทึกเทปรายการที่สถานีโทรทัศน์ชั่วคราว เพราะกลัวลูกๆ จะไม่สบาย
จนกระทั่งวันนี้ ที่อากาศอุ่นขึ้นมาบ้างเล็กน้อย หลังจากที่การบันทึกเทปดำเนินไปจนเสร็จสิ้น อู๋เยว่ก็รีบเดินมาดึงแขนเจียงหลีให้ไปยืนคุยกันในมุมที่ค่อนข้างเงียบสงบ ไม่มีคนพลุกพล่าน
อู๋เยว่มีท่าทีอึดอัดใจอย่างเห็นได้ชัด "เจียงหลี คือเรื่องมัน... ตันตัน ลูกพี่ลูกน้องของฉันน่ะ เขาดันไปชอบหลานชายคนโตของเธอเข้าแล้ว"
เจียงหลีเพียงพยักหน้ารับ "อ้อ เรื่องนั้นฉันรู้แล้วล่ะ"
"หา เธอรู้ได้ยังไง" อู๋เยว่เบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ
"นี่ฉันไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเธอมาก่อนเลยนะ"
เจียงหลีตอบด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้ยินดีหรือยินร้ายอะไร "หยางหยางเป็นคนกลับมาเล่าให้ฉันฟังเองน่ะ พอเขาถ่ายทำส่วนของเขาเสร็จวันนั้นก็กลับมาที่บ้านพัก เข้าประตูมายังไม่ทันหายเหนื่อย ก็มาเล่าให้ฟังว่ามีผู้หญิงมาสารภาพรักกับเขา เขาบอกว่ามันแปลกมากๆ"
เธอเล่าต่อ "แล้วผู้หญิงคนนั้นยังบอกเขาอีกว่า หลินตันก็สนใจหยางหยางอยู่เหมือนกัน แล้วยังถามด้วยนะว่าหยางหยางบ้านฉันน่ะรู้ตัวหรือเปล่า"
"ใครกัน" อู๋เยว่ขมวดคิ้ว "ใครปากสว่างขนาดนี้ เอาเรื่องที่ตันตันชอบหลานชายเธอไปป่าวประกาศให้คนอื่นรู้" สีหน้าของอู๋เยว่ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก
[จบบท]