บทที่ 521: นี่คือคำตอบของผม
เจียงหลีเปิดประตู ก้มลงหยิบกระเป๋าเดินทางที่วางนิ่งอยู่บนพื้น และตอนที่ก้าวเท้าเข้าหอพัก เธอก็หันไปยิ้มพร้อมกับพยักหน้าให้เหวินซือหย่วนที่ยืนอยู่หน้าห้องของเขาพอดี จากนั้นเหวินซือหย่วนก็ได้ยินเสียงประตูปิดลงเบา ๆ
เขายืนนิ่งอยู่ตรงนั้นอีกพักใหญ่ พยายามเก็บงำความรู้สึกหลากหลายที่ซับซ้อนอยู่ในใจ ก่อนจะตัดสินใจดึงประตูห้องตัวเองปิด แล้วเดินเลี่ยงไปยังห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลออกไป
“ลั่วลั่ว ฉันมาหาคุณแล้ว!”
เมื่อเข้ามาในห้อง เจียงหลีก็จัดการวางกระเป๋าเดินทางที่หิ้วมาและกระเป๋าสะพายของตัวเองให้เข้าที่เข้าทางอย่างเงียบกริบ เธอเดินย่องเท้าเบา ๆ ไปหยุดยืนอยู่ข้างเตียง มองผู้ชายที่กำลังนั่งขีดเขียนอะไรบางอย่างอย่างตั้งอกตั้งใจอยู่ที่โต๊ะหนังสือ ก่อนจะเอ่ยทักทายเขาด้วยน้ำเสียงหวานใสที่ดังขึ้นทำลายความเงียบสงบภายในหอพัก
ปกติเวลาลั่วเยี่ยนชิงทำงาน สมาธิของเขาจะจดจ่ออยู่กับสิ่งที่ทำสูงมาก ไม่อย่างนั้น เสียงที่เจียงหลีเปิดประตูและเดินเข้ามาเมื่อครู่ เขาจะต้องได้ยินอย่างแน่นอน
แต่พอได้ยินเสียงของเจียงหลีที่ดังขึ้นในตอนนี้ มือที่กำลังขีดเขียนสูตรอะไรบางอย่างอยู่ของลั่วเยี่ยนชิงก็หยุดชะงักไปเอง
เขาค่อย ๆ หันหน้ามา แล้วก็ต้องแปลกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นใบหน้าของผู้หญิงคนหนึ่งขยับยื่นเข้ามาใกล้จนเกือบชิด ในจังหวะนั้นเอง ริมฝีปากสีแดงอวบอิ่มที่ดูชุ่มชื้นของเธอก็เกือบจะแตะเข้ากับริมฝีปากของเขาอยู่แล้ว
เจียงหลีฉวยโอกาสที่เขากำลังนิ่ง จุ๊บลงไปบนริมฝีปากของเขาเบา ๆ ทีหนึ่ง เธอยิ้มจนดวงตาโค้งหยี แล้วถามเสียงหวาน
“คิดถึงฉันไหมคะ”
ใบหน้าหล่อเหลาขาวผ่องของลั่วเยี่ยนชิงพลันแดงซ่านขึ้นมาทันที
นี่เขา... ถูกภรรยาตัวน้อยของตัวเองลวนลามเข้าให้แล้วใช่ไหม แต่เขากลับไม่รู้สึกรังเกียจเลยสักนิดเดียว ในใจกลับรู้สึกยินดีเสียด้วยซ้ำ
“คุณมาได้ยังไงครับ”
ลั่วเยี่ยนชิงพยายามข่มความรู้สึกขัดเขินที่เกิดขึ้น เขามองหญิงสาวที่กำลังยิ้มร่าเริงอยู่ตรงหน้า ดวงตาสีดำขลับดุจน้ำหมึกของเขาฉายแววอ่อนโยนออกมาอย่างปิดไม่มิด
“คุณยังไม่ตอบคำถามฉันเลย!”
เจียงหลีทำท่าขี้เล่นขึ้นมา เธอนั่งแปะลงบนโต๊ะหนังสือข้าง ๆ ตัวเขาอย่างถือวิสาสะ
ลั่วเยี่ยนชิงเห็นท่าทางนั้นก็เอื้อมมือไปรวบตัวหญิงสาวลงมานั่งบนตักของเขาแทน กลิ่นหอมเฉพาะตัวของเธอลอยเข้าจมูกทันทีที่เธอเข้ามาอยู่ในอ้อมแขนของเขา
“…คิดถึงครับ”
หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่ง ลั่วเยี่ยนชิงก็ยอมเปิดปากตอบออกมาเบา ๆ
“งั้นบอกหน่อยสิว่าคิดถึงตรงไหน” เธอเอียงคอถามอย่างน่ารัก พลางใช้นิ้วชี้ไปที่ศีรษะของเขา
“คิดถึงตรงนี้เหรอ” แล้วก็ไม่รอช้า เลื่อนนิ้วลงไปจิ้มที่หน้าอกข้างซ้ายของเขา
“หรือว่าคิดถึงตรงนี้” เธอยิ้มมุมปากก่อนที่เขาจะได้มีโอกาสตอบ
“หรือว่า… ทุกเซลล์ในร่างกายของคุณกำลังคิดถึงฉันอยู่”
ลั่วเยี่ยนชิงรวบมือเรียวของเธอที่กำลังซุกซนไว้ เขาเม้มปากเล็กน้อยเหมือนกำลังไตร่ตรอง ก่อนจะตอบ
“คิดถึงทั้งหมด”
เจียงหลีแกล้งเชิดหน้าขึ้นนิด ๆ ทำเสียงฮึ่มฮั่มในลำคอ “ฉันไม่เชื่อหรอกค่ะ พอคุณยุ่งคุณก็ลืมทุกอย่างบนโลกนี้ไปหมดแล้ว ไม่ต้องดูเวลาอื่นไกลเลย แค่เมื่อกี้ฉันเปิดประตูเดินเข้ามา คุณยังไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่ามีคนเข้าใกล้”
“ตอนทำงานผมต้องมีสมาธิ แต่พอนอกเวลางาน ผมก็…”
“ก็อะไรคะ” เจียงหลีรีบถามแทรก
“ก็คิดถึงคุณ”
พอได้คำตอบที่ทำให้พอใจ เจียงหลีก็ยิ้มแก้มปริทันที เธอใช้สองมือประคองใบหน้าหล่อเหลาของเขาไว้
“คราวนี้ตาฉันตอบบ้างที่คุณถามว่ามาได้ยังไง คำตอบก็คือ ฉันคิดถึงคุณ ฉันก็เลยมาหา ดีใจไหมคะ”
“ครับ…”
ลั่วเยี่ยนชิงไม่พูดอะไรต่อ เขาตัดสินใจใช้การกระทำเป็นคำตอบ ก้มลงจูบริมฝีปากของเจียงหลีทันที ทั้งสองคลอเคลียกันอยู่พักใหญ่ ถ่ายทอดความคิดถึงให้กันและกัน
“นี่คือคำตอบของผม”
เสียงของเขาแหบพร่าและทุ้มต่ำกว่าปกติ ลั่วเยี่ยนชิงลูบไล้ใบหน้างดงามของเจียงหลีเบา ๆ
“พอใจไหมครับ”
“วิธีดีใจของคุณนี่มันไม่เหมือนใครเลยนะ!” เจียงหลีหัวเราะคิก ใช้นิ้วชี้จิ้มแก้มของเขาเบา ๆ
“แล้วอีกอย่าง คุณเปลี่ยนไปจริง ๆ ด้วยนะรู้ไหม แต่ฉันชอบ!”
ลั่วเยี่ยนชิงตอบนิ่ง ๆ “เป็นแบบนี้แค่กับคุณคนเดียว”
เจียงหลีเลิกคิ้วใส่ทันที “แหม แล้วคุณคิดจะเป็นแบบนี้กับใครอีกเหรอคะ คุณต้องจำไว้นะ ว่าคุณถูกฉันตีตราจองแล้ว ห้ามเผลอเด็ดขาด ต่อหน้าผู้หญิงคนอื่น คุณต้องกลับไปเป็นเหมือนเดิม”
ลั่วเยี่ยนชิงถามกลับ “แล้วเมื่อก่อนผมเป็นยังไง”
เจียงหลีทำท่าคิด “ก็เป็นคนเย็นชา ห่างเหิน ดูเข้าถึงยาก อารมณ์ไม่หวั่นไหวกับอะไรง่าย ๆ เหมือนดอกไม้บนยอดเขาสูงส่งที่ไม่มีใครเอื้อมถึง!”
ลั่วเยี่ยนชิงนิ่งฟังคำจำกัดความนั้น
[จบบท]