บทที่ 528: เริ่มสงสัย
ลั่วเยี่ยนชิงอมยิ้มในดวงตา เขาขยับตัวเล็กน้อยแล้วยื่นลำคออีกด้านที่ยังว่างเปล่าไปตรงหน้าเจียงหลี “คุณกัดข้างนี้สิ จะได้เท่ากัน”
เจียงหลีหรี่ตามองเขา “ฉันเอาจริงแล้วนะ ถ้าเจ็บอย่าโวยล่ะ”
“มาเลย” ลั่วเยี่ยนชิงเลิกคิ้วนิดๆ ริมฝีปากบางเหยียดออกเป็นรอยยิ้มที่แทบจะเก็บไว้ไม่อยู่ ดวงตาหงส์คู่นั้นทอประกายระยิบระยับ ชัดเจนว่ากำลังรอคอยอย่างเต็มใจ
เจียงหลีจ้องหน้าเขาอยู่แวบหนึ่ง เมื่อเห็นว่าเขาไม่คิดหลบ เธอก็โน้มตัวเข้าไปประทับรอยฟันลงบนต้นคอเขาเต็มรัก ไม่ออมแรงแม้แต่น้อย จนเกิดเป็นรอยฟันชัดเจนสมใจ
“อืม สมมาตรกันดีมาก”
เธอถอยออกมาพิสูจน์ผลงาน พลางพยักหน้าอย่างพึงพอใจสุดๆ
“แค่คุณมีความสุขก็พอแล้ว” ลั่วเยี่ยนชิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงตามใจ เขาไม่สนใจรอยแดงที่คอเลยสักนิด
“ตกลงจะลงไปกินข้าวเองที่โต๊ะ หรือจะนั่งสบายๆ อยู่บนเตียง แล้วให้ผมเป็นคนป้อน?”
เจียงหลีทำท่าคิด “คุณป้อนฉันดีกว่า แต่ว่า... ฉันขอไปล้างหน้าล้างตาก่อนนะ หน้าเหนียวไปหมดแล้ว”
รอจนเจียงหลีใช้เวลาในห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวจนสดชื่น เธอก็กลับมานั่งขัดสมาธิบนเตียงอย่างที่พูดไว้จริงๆ เธอยืดตัวตรง
“ฉันพร้อมแล้วค่ะ” ว่าพลางอ้าปากน้อยๆ รอรับอาหารจากสามี
ลั่วเยี่ยนชิงมองท่าทางนั้นแล้วก็ส่ายหัวเบาๆ อย่างเอ็นดู เขาไม่มีทีท่าว่าจะขัดใจเลยสักนิด
เจียงหลีอยากกินอะไรแค่ชี้นิ้ว เขาก็ป้อนให้ถึงปาก บริการดีเยี่ยมไม่มีตกหล่น
หลังจากทั้งคู่จัดการมื้อเช้า (ที่ควบเที่ยง) เสร็จเรียบร้อย ลั่วเยี่ยนชิงก็รวบปิ่นโตไปล้างทำความสะอาด เมื่อเขากลับเข้ามาในห้องพักอีกครั้ง เจียงหลีที่นั่งรออยู่ก็เอ่ยเรียกเขาด้วยน้ำเสียงที่ต่างออกไป
“พี่เยี่ยนชิงคะ”
คำเรียกขานที่ไม่คุ้นหูนี้ ทำให้ปิ่นโตอะลูมิเนียมในมือของลั่วเยี่ยนชิงเกือบจะร่วงหล่นลงสู่พื้น เขาชะงักไปเล็กน้อย
เจียงหลีเห็นอาการเหวอของเขาก็หลุดหัวเราะออกมา
“อะไรกันคะ ไม่ชอบให้ฉันเรียกแบบนี้เหรอ? พี่เยี่ยนชิง” เธอจงใจลากเสียงหวาน ขยิบตาจิ้งจอกข้างหนึ่งอย่างซุกซน
ลั่วเยี่ยนชิงตั้งสติได้ เขาเดินไปวางปิ่นโตให้เข้าที่ พยายามซ่อนใบหูที่เริ่มแดง แต่แก้มที่แดงเรื่อนั้นปิดไม่มิด เขาหมุนตัวกลับมา สองสามก้าวก็ถึงตัวเจียงหลี แล้วรวบตัวเธอมากอดไว้แน่น
“เมื่อกี้เรียกผมว่าอะไรนะ ขออีกสองทีสิ”
“พี่เยี่ยนชิงคะ พี่จะไปทำงานแล้วเหรอคะ?” เจียงหลีกลั้นยิ้มจนตัวสั่น ยิ่งเห็นเขาเขิน เธอก็ยิ่งได้ใจ
“พี่เยี่ยนชิง พอกลับบ้านพักข้าราชการไปแล้ว พี่ต้องคิดถึงฉันมากๆ เลยนะรู้ไหม!”
เธอพยายามดัดเสียงให้ออดอ้อนที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ต้องถามเลยว่าลั่วเยี่ยนชิงฟังแล้วรู้สึกยังไง เพราะขนาดเจียงหลีเองยังรู้สึกจั๊กจี้จนขนลุกไปทั้งตัว
“ตอนเที่ยงผมจะอยู่เป็นเพื่อนคุณ บ่ายค่อยกลับไปทำงาน” ลั่วเยี่ยนชิงตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน เขาประทับจูบเบาๆ ที่ริมฝีปากของเจียงหลี
“และผมจะคิดถึงคุณ”
“จริงเหรอ คิดถึงแบบไหน คิดถึงตลอดเวลา หรือแค่นานๆ นึกขึ้นได้ทีนึง?”
“เวลาอื่นนอกจากเวลางาน ผมจะคิดถึงแต่คุณ”
“แหม ปากหวาน ฉันไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่หรอก”
เจียงหลีแกล้งช้อนตามองเขาอย่างไม่ไว้ใจ ลั่วเยี่ยนชิงเห็นท่าทางนั้นก็กระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก “ผมไม่โกหกคุณหรอก เชื่อผมสิ”
“...ก็ได้ค่ะ เห็นแก่ความตั้งใจ จะพยายามเชื่อก็แล้วกัน!”
เธอตอบรับเขา ก่อนจะอ้าปากหาวออกมาจริงๆ “โอ๊ย ง่วงแล้ว”
ลั่วเยี่ยนชิงได้ยินแบบนั้นก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง เขารวบตัวเธอขึ้นอุ้ม จัดท่าให้เธอนอนลงบนเตียงดีๆ ดึงผ้าห่มมาคลุมให้ แล้วสอดตัวเข้าไปนอนข้างๆ ให้เธอนอนในอ้อมแขนเขา
“นอนเถอะ” มือใหญ่ของเขาวางบนเอวเล็ก เริ่มนวดคลึงเบาๆ อย่างรู้งาน
“เดี๋ยวก่อน คุณไม่ไปทำงานตอนเที่ยงแบบนี้จะไม่ดีนะคะ ที่สถาบันวิจัยไม่มีใครว่าเหรอ” เจียงหลีเริ่มกังวล
“เอาอย่างนี้ไหม คุณไปทำงานของคุณตามปกติเถอะ ฉันขอนอนงีบสักพัก แล้วเดี๋ยวฉันจะเอาผ้าปูที่นอนในกะละมังไปซักให้เรียบร้อยก่อนกลับ”
“ผมซักเอง”
“ไม่ได้ คุณต้องทำงาน”
“น้ำมันเย็นจัด ผมไม่อยากให้คุณเจ็บมือ”
“ในกระติกต้มน้ำร้อนไว้แล้ว ผสมเอาก็ได้”
“เด็กดี”
ลั่วเยี่ยนชิงตัดบทสั้นๆ เขาตบหลังเจียงหลีเบาๆ เหมือนกำลังกล่อมเด็กน้อยให้นอนหลับ
เจียงหลีซบหน้ากับอกอุ่นๆ ของเขา แม้ว่าร่างกายจะเรียกร้องการพักผ่อนอย่างหนักจนเปลือกตาแทบจะปิด แต่ในหัวของเธอกลับยังไม่ยอมหยุดคิด เธอยังคงครุ่นคิดถึงเรื่องสำคัญเรื่องหนึ่งไม่เลิก
เรื่องที่ว่า... หรือลั่วเยี่ยนชิงจะถูกสวมหมวกเขียวมาโดยตลอด?
เมื่อคืนนี้เขาทั้งซื่อบื้อและไร้เดียงสาในเรื่องอย่างว่าระหว่างสามีภรรยาอย่างสิ้นเชิง... แล้วแบบนี้ มันจะเป็นไปได้ยังไงที่เขาจะมีลูกถึงสามคน? รุ่ยรุ่ย หานหาน เวยเวย เกิดมาได้ยังไง?
หรือว่า... เด็กทั้งสามคนที่บ้าน ไม่ใช่สายเลือดที่แท้จริงของศาสตราจารย์ลั่วคนนี้เลย?
ถ้ามันเป็นอย่างที่เธอสันนิษฐานไว้จริงๆ ผู้ชายที่กำลังกอดเธออยู่ตอนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรกับคนที่ถูกหลอกอย่างน่าสมเพชที่สุดน่ะสิ?
ในชั่วขณะนั้น ไม่ใช่แค่เจียงหลีที่กำลังตั้งข้อสงสัยเกี่ยวกับสายเลือดของลั่วหมิงรุ่ยและฝาแฝด แม้แต่ตัวลั่วเยี่ยนชิงเอง หลังจากเหตุการณ์เมื่อคืนผ่านไป เขาก็ยิ่งได้ข้อสรุปที่ชัดเจนมากขึ้นเกี่ยวกับความคิดที่เคยมีก่อนหน้านี้
เขาก็สงสัยเช่นกัน
แต่ความจริงทั้งหมดจะเป็นเช่นไร คำตอบนั้นคงมีเพียงแม่ผู้ให้กำเนิดตัวจริงของเด็กทั้งสามเท่านั้นที่รู้
เสียงหายใจที่แผ่วเบาและสม่ำเสมอบ่งบอกว่าคนในอ้อมแขนหลับไปแล้ว ลั่วเยี่ยนชิงก้มลงมองภรรยาตัวน้อยที่หลับพริ้มอย่างอ่อนโยน เขาค่อยๆ ประคองศีรษะของเจียงหลีให้หนุนหมอนแทนแขนของเขาอย่างระมัดระวังที่สุด แล้วจึงค่อยๆ ดึงแขนตัวเองออก ก่อนจะก้มลงจูบที่หน้าผากเนียนเบาๆ
[จบบท]