บทที่ 539: คุณไม่ได้ทำอะไรผิดต่อฉัน…
ถึงคนมุงจะแยกย้ายกันไปแล้ว แต่ขาเม้าท์ประจำบ้านพักข้าราชการก็ยังไม่วายจับกลุ่มซุบซิบกันต่ออย่างออกรส
"นี่ฉันดูลักษณะท่าทางแล้วก็นึกว่าเป็นคนดีหรอกนะ ดูสิ หน้าตาก็ออกจะน่ารักน่าเอ็นดู ทำไม๊ทำไมถึงต้องมาหาเรื่องเสี่ยวเจียงเขาด้วยก็ไม่รู้"
"นั่นสิ ใครจะไปรู้ใจได้ล่ะยะ"
"เผลอๆ ก็คงอิจฉาเสี่ยวเจียงเขานั่นแหละ!"
"อิจฉา? จะอิจฉาอะไรกันนักหนา?" ป้าคนหนึ่งสวนขึ้นมาทันควัน
"ก็เป็นแม่เลี้ยงเหมือนกันไม่ใช่รึไง? แต่ดูการกระทำสิ ลองหันไปดูเสี่ยวเจียงเขาเลี้ยงลูกเลี้ยงยังไง แล้วย้อนกลับมาดูเสี่ยวซู... โห เทียบกันไม่ติดฝุ่นเลยจ้ะ แล้วแบบนี้จะมาอิจฉาอะไรเสี่ยวเจียงเขาอีกล่ะ? อิจฉาที่เขาใจดีกับเด็กๆ เหรอ? หรืออิจฉาที่เขาสวยกว่า? หรือว่าอิจฉาที่เขาจัดแจงชีวิตได้ดีกว่า?"
"ก็ทั้งหมดที่ว่ามามันเรื่องจริงทั้งนั้น ถ้าเสี่ยวซูอิจฉาเพราะเรื่องแค่นี้ เธอก็คงโง่บรมแล้วล่ะ... เฮ้อ ว่าไปแล้ว ฉันว่าทีแรกพวกเราไม่น่าไปยุให้เสี่ยวเจียงยอมๆ ไปเลย"
...
ช่างเรื่องที่เหล่าเพื่อนบ้านจอมสอดรู้สอดเห็นจะเม้าท์มอยกันไปเถอะ ตัดภาพมาที่สถาบันวิจัยโน่นเลย ตอนที่ผู้เฒ่าซ่งรับโทรศัพท์จากแม่เฒ่าฉี ท่านก็เงียบไปอึดใจ ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาพูดดี แต่ถึงอย่างนั้นท่านก็ยังให้คนไปตามตัวลั่วเยี่ยนชิงและเหวินซือหย่วนมาที่ห้องทำงานจนได้
พอเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังจนจบ ผู้เฒ่าซ่งก็หันไปถามทั้งคู่ "พวกคุณคิดว่าไงกับเรื่องนี้?"
"เจียงหลีไม่เคยเริ่มหาเรื่องใครก่อนครับ" ลั่วเยี่ยนชิงตอบเสียงเรียบ สีหน้าเย็นชาไร้ความรู้สึก แต่แววตากลับแน่วแน่
"เท่าที่ผมรู้ นับตั้งแต่วันที่เจียงหลีแต่งงานกับผมแล้วย้ายเข้ามาอยู่ที่นี่ ภรรยาของคุณเหวินก็จ้องจับผิดเธอมาตลอด แถมยังเที่ยวปล่อยข่าวลือเสียหายไม่เลิก ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมภรรยาคุณถึงทำแบบนี้ คุณเหวินพอจะอธิบายให้ผมฟังได้ไหม?"
ลั่วเยี่ยนชิงจ้องเหวินซือหย่วนนิ่งๆ
‘ตายล่ะ สายตาแบบนี้มันอะไรกัน’
แม้แววตาของลั่วเยี่ยนชิงจะดูเรียบเฉย แต่เหวินซือหย่วนกลับรู้สึกเสียวสันหลังวาบ มันเป็นสายตาที่มองเขาเหมือนเป็นคนแปลกหน้า แถมยังเย็นเยียบจนไร้ไออุ่นใดๆ ทั้งสิ้น
"ผม... ผมต้องขอโทษจริงๆ!"
เหวินซือหย่วนพยายามปั้นสีหน้าให้ดูจริงใจที่สุด "เรื่องที่เสี่ยวซูเคยทำไม่ดีกับสหายเจียงไว้ก่อนหน้านี้ พอผมรู้เรื่อง ผมก็เตือนเธอไปแล้วนะ เธอก็รับปากผมดิบดีว่าจะไม่ทำอีก แต่ไหงตอนนี้ดันไปหาเรื่องสหายเจียงอีกแล้วก็ไม่รู้ แถมยังไปใส่ร้ายอีก... เฮ้อ ทั้งหมดนี่เป็นเพราะผมเองที่ดูแลภรรยาไม่ดี"
"คุณไม่ได้ทำผิดต่อผม" ลั่วเยี่ยนชิงสวนกลับทันที "แต่ภรรยาคุณต่างหากที่ผิดต่อภรรยาผม...หาเรื่องเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ผมอยากให้คุณเหวินกลับไปถามภรรยาคุณให้เคลียร์ไปเลย ว่าเธอกับภรรยาผมมีเรื่องบาดหมางอะไรกันนักหนา ถึงได้จ้องจะหาเรื่องใส่ร้ายภรรยาผมไม่เลิกราแบบนี้"
ผู้เฒ่าซ่งเลยต้องหันไปพูดกับเหวินซือหย่วนบ้าง "เสี่ยวเหวิน เอางี้นะ...ถึงปกติเรื่องของผู้หญิง เราผู้ชายอกสามศอกไม่ควรจะไปก้าวก่ายก็จริง แต่เสี่ยวซูนี่ชักจะไร้เหตุผลเกินไปแล้ว เที่ยวหาเรื่องคนอื่นเขาไปทั่ว ถ้าคุณยังไม่รีบไปจัดการตักเตือนกันดีๆ ระวังเถอะ วันหน้าเธอจะสร้างปัญหาใหญ่มาให้คุณ"
ท่านถอนใจนิดๆ ก่อนจะพูดต่อ "คุณรีบกลับไปดูเถอะ ตอนนี้ตัวภรรยาคุณน่ะอยู่ที่สถานีตำรวจโน่นแล้ว และดูท่าทางเรื่องคราวนี้คงไม่จบง่ายๆ แน่"
แล้วท่านก็หันมาทางลั่วเยี่ยนชิง "แล้วคุณล่ะ? จะกลับไปดูด้วยไหม?"
"ครับ" ลั่วเยี่ยนชิงรับคำสั้นๆ
"ถ้างั้นก็ไปกันเถอะ ผมให้รถจอดรอที่ประตูใหญ่แล้ว" ผู้เฒ่าซ่งโบกมือไล่ "พรุ่งนี้เช้าค่อยกลับมาทำงานก็แล้วกัน"
‘เฮ้อ ซูม่านนี่มันตัวปัญหาจริงๆ’ ผู้เฒ่าซ่งคิดในใจ ‘ไม่รู้จักใช้ชีวิตของตัวเองให้มันดีๆ วันๆ เอาแต่หาเรื่องชาวบ้าน ไม่ใช่แค่ทำลายสมาธิการทำงานของเหวินซือหย่วน แต่ยังดึงลั่วเยี่ยนชิงให้ต้องมาเสียเวลากับเรื่องพวกนี้ไปด้วยอีก’
...
พอกลับมาถึงบ้านพักข้าราชการ เจียงหลีที่เห็นลั่วเยี่ยนชิงเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นก็ถึงกับตาโต "อ้าว คุณกลับมาได้ยังไงคะเนี่ย?" เธอถามอย่างแปลกใจ แต่ก็ฉุกคิดขึ้นมาได้ทันที "หรือว่า... พ่อบุญธรรมโทรไปบอกอะไรคุณใช่ไหม?"
‘ก็ใช่สิ ในเมื่อแม่บุญธรรมถึงขนาดโทรไปฟ้องผู้เฒ่าซ่ง มีเหรอที่พ่อบุญธรรมจะเรียกแค่เหวินซือหย่วนไปคุยคนเดียว’
ลั่วเยี่ยนชิงพยักหน้ารับ "ผมรู้เรื่องหมดแล้วล่ะ" เขาพูดจบก็หันไปทางไช่ซิ่วเฟิน เพื่อทักทายแม่ยายของตัวเอง
‘อ้อ ท่านนี้นี่เอง’
แม้จะเป็นการเจอหน้ากันครั้งแรก แต่การที่เธอนั่งอยู่ในบ้านของเขาโดยมีเด็กๆ ทั้งสามคนนั่งล้อมหน้าล้อมหลังอยู่แบบนี้ ก็ทำให้ลั่วเยี่ยนชิงเดาได้ไม่ยากเลยว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร
[จบบท]