บทที่ 544: ทำไมต้องหลบด้วย?
เหวินซือหย่วนทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างเงียบๆ สายตาของเขาจับจ้องไปยังลูกสาวทั้งสามคนที่กำลังยืนล้อมรอบรถเข็นเด็กอยู่มุมห้อง พวกเธอกำลังส่งเสียงเล็กๆ หยอกล้อกับเหวินเผิง น้องชายคนเล็กที่ยังเป็นทารก เสียงหัวเราะคิกคักของเหวินเยว่ เหวินอี๋ และเหวินอวี๋ ผสมปนเปกับเสียงอ้อแอ้ของน้องชาย ทำให้บรรยากาศในบ้านที่เคยตึงเครียดผ่อนคลายลงได้บ้าง แต่ถึงกระนั้น ในใจของผู้เป็นพ่อกลับยังคงขุ่นมัว
“คุณพ่อคะ” เสียงใสแจ๋วของเหวินอี๋ ลูกสาวคนกลางดังขึ้นมา เด็กหญิงเงยหน้าจากน้องชาย ดวงตากลมโตแป๋วแหววหันมามองเขา “คุณน้าซูเขาไม่ชอบคุณน้าเจียงเหรอคะ”
คำถามไร้เดียงสานั้นทำให้เหวินซือหย่วนไปต่อไม่เป็น
เหวินอี๋ยังคงพูดต่อ “คุณน้าเจียงเป็นคนดีนะคะ เป็นคุณน้าที่ใจดีมากๆ เลย”
เด็กหญิงทำหน้ายุ่งเล็กน้อย “คุณน้าซูพูดไม่ดีถึงคุณน้าเจียงแบบนั้น มันไม่ถูกเลยนะคะ”
เหวินซือหย่วนสูดลมหายใจเบาๆ เขาปรับสีหน้าให้เป็นปกติที่สุดแล้วจึงถามกลับไปว่า “พวกหนูกับคุณน้าเจียงข้างบ้าน สนิทกันมากเหรอ”
“ค่ะ!” เหวินอี๋พยักหน้าหงึกๆ “ตอนที่มือพี่เยว่เยว่โดนน้ำร้อนลวก คุณน้าเจียงก็เป็นคนช่วยทายาให้พี่เองค่ะ คุณน้าเจียงยังทำกับข้าวอร่อยๆ ให้พวกเรากินด้วยนะคะ คุณพ่อคะ... หนู พี่เยว่เยว่ แล้วก็น้องเสี่ยวอวี๋ พวกเราทุกคนชอบคุณน้าเจียงมากๆ เลยค่ะ แถมคุณน้าเจียงยังถักเปียเล็กๆ ได้สวยสุดๆ ไปเลย!”
“คุณน้าเจียงเล่านิทานให้เสี่ยวอวี๋ฟังด้วยค่ะ” คราวนี้เป็นเสียงอู้อี้ของเหวินอวี๋ ลูกสาวคนเล็กพูดเสริมขึ้นมาบ้าง เด็กหญิงกระพริบตาปริบๆ มองพ่อของเธอ
“คุณน้าเจียงรักเสี่ยวอวี๋ บอกว่าเสี่ยวอวี๋เป็นเด็กดีด้วยนะคะ” เด็กน้อยพูดอย่างภูมิใจ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นเสียงอ้อนวอน
“คุณพ่อคะ คุณพ่อช่วยบอกคุณแม่ไม่ให้พูดไม่ดีถึงคุณน้าเจียงอีกได้ไหมคะ... นะคะ”
ในบรรดาลูกสาวทั้งสามคน จนถึงทุกวันนี้ก็ยังมีเพียงเหวินอวี๋คนเดียวเท่านั้นที่ยังคงเรียกซูม่านว่า "แม่"
“ได้สิ พ่อจะคุยกับแม่ของลูกเองนะ” เหวินซือหย่วนรับคำ พลางลูบศีรษะเล็กๆ ของลูกสาวคนเล็ก
หัวใจของเด็กนั้นบริสุทธิ์ที่สุด พวกเขาสัมผัสได้เสมอว่าใครดีต่อพวกเขาอย่างแท้จริง และใครเพียงแค่เสแสร้ง ด้วยเหตุนี้ เหวินซือหย่วนจึงไม่สงสัยคำพูดของลูกสาวเลยแม้แต่น้อย แต่ยิ่งรับรู้ถึงความผูกพันที่ลูกๆ มีต่อเพื่อนบ้านมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกผิดหวังในตัวซูม่านมากขึ้นเท่านั้น
เขาอดคิดเปรียบเทียบไม่ได้... ในขณะที่คนอื่นอย่างสหายเจียง สามารถเลี้ยงดูลูกๆ ของตัวเองได้อย่างดีเยี่ยม แถมยังมีน้ำใจเผื่อแผ่ความรักความเอื้ออาทรมาถึงลูกๆ ของคนอื่นได้อีกด้วย แต่ภรรยาของเขา ซูม่าน กลับเอาแต่จับจ้องสหายเจียงที่อยู่ข้างบ้านไม่วางตา ไม่ใช่แค่ "ดูเหมือน" แต่เขาแน่ใจเลยว่าภรรยาของเขาจงใจตั้งป้อมเป็นศัตรูกับสหายเจียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
แต่ทำไมกัน? อะไรคือสาเหตุที่แท้จริง? หรือจะเป็นอย่างที่เธอเคยพูดไว้จริงๆ ว่าเป็นเพียงเพราะ "มองแล้วไม่ถูกชะตา" เท่านั้นน่ะหรือ แต่ปัญหาก็คือ สหายเจียงไปทำอะไรให้เธอขุ่นเคืองใจตั้งแต่เมื่อไหร่
คำตอบก็คือไม่เลย สหายเจียงดูเป็นคนนิ่งๆ สุขุม ไม่น่าใช่คนที่จะไปหาเรื่องใครก่อน หรือชอบสอดรู้สอดเห็นเรื่องของคนอื่นด้วยซ้ำไป...
***
บ้านตระกูลลั่ว
ค่ำคืนนี้เงียบสงัดเป็นพิเศษ ภายในห้องนอน ลั่วเยี่ยนชิงกำลังนั่งพิงหัวเตียงอ่านหนังสืออยู่ใต้แสงไฟสลัว เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าที่คุ้นเคยเดินใกล้เข้ามา เขาก็วางหนังสือในมือลงบนโต๊ะข้างเตียงทันที
“อ้าว ไม่อ่านต่อแล้วเหรอคะ” เจียงหลีเอ่ยทักขณะก้าวขึ้นเตียง เธอกำลังจะล้มตัวลงนอนในฝั่งของตัวเองตามปกติ แต่แล้วแขนยาวแข็งแรงของลั่วเยี่ยนชิงก็เอื้อมมารวบเอวเธอไว้ ดึงร่างทั้งร่างเข้าไปไว้ในอ้อมกอด
“อุ๊ย! พี่ชายเยี่ยนชิงคะ คุณจะทำอะไรคะเนี่ย” เจียงหลีที่ตอนนี้ต้องนอนคว่ำอยู่บนแผงอกกว้างของเขา รีบเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาหงส์คู่สวยของเธอฉายแววสับสนอย่างปิดไม่มิด
“ผมรอคุณอยู่” เขาตอบเรียบๆ เป็นการอธิบายว่าทำไมถึงวางหนังสือลง
“อ้อ...” เจียงหลีพยักหน้ารับเบาๆ แม้จะยังไม่ค่อยเข้าใจนักว่าการรอของเขามันหมายความว่าอย่างไร “แล้ว... ตอนนี้พี่จะทำอะไรต่อล่ะคะ”
ลั่วเยี่ยนชิงไม่ตอบ แต่กลับโน้มใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของเธอ ริมฝีปากหยักสวยขยับกระซิบถ้อยคำบางอย่างด้วยเสียงที่แผ่วเบาจนแทบจับใจความไม่ได้
เพียงเท่านั้น ใบหน้าของเจียงหลีก็ร้อนผ่าวขึ้นมาทันที เธอถลึงตาใส่เขา “ฉันไม่อยากคุยกับคุณแล้ว!”
ทว่าลั่วเยี่ยนชิงกลับก้มลงจูบปิดปากเธอไว้ไม่ให้พูดอะไรต่อ
“อื้อ...” เจียงหลีได้แต่ครางประท้วงในลำคอ นี่เขาจะเผด็จการเกินไปแล้วนะ พูดไม่ทันขาดคำก็จูบกันแบบนี้ได้ยังไง
อุณหภูมิในห้องค่อยๆ สูงขึ้นตามแรงอารมณ์ที่ถูกจุดประกาย... และไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ค่ำคืนอันลึกซึ้งจึงได้ผ่านพ้นไป
ลั่วเยี่ยนชิงลูบไล้แผ่นหลังเนียนลื่นของภรรยาในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน เขากดจูบเบาๆ ลงบนหน้าผากชื้นเหงื่อของเธอแล้วพูดขึ้นว่า
“ถ้าคุณไม่อยากอยู่เป็นเพื่อนบ้านกับคนข้างบ้านอีกต่อไป พวกเราก็ย้ายบ้านกันดีไหม”
เดี๋ยวพรุ่งนี้เขาจะลองไปถามหัวหน้าสถาบันดู ว่าในย่านบ้านพักข้าราชการนี้ ยังพอมีบ้านหลังไหนว่างอยู่บ้าง
“ไม่เอาหรอกค่ะ” เจียงหลีตอบเสียงอู้อี้ขณะซบหน้ากับอกอุ่นๆ ของเขา
“บ้านหลังนี้พวกเราลงแรงกันไปตั้งเยอะนะคะ ทั้งซ่อมทั้งแต่งจนสวยถูกใจขนาดนี้ ถ้าเราย้ายออกไป ก็ไม่รู้ว่าใครจะได้อยู่แทน เผลอๆ อาจจะไปเข้าทางคนที่เราไม่อยากให้ที่สุดก็ได้”
เธอขยับตัวเล็กน้อย “ส่วนคนข้างบ้านน่ะเหรอคะ... ถ้าสู้ไม่ได้ ฉันก็แค่หลบหน้าเอาก็ได้นี่คะ”
แค่หมาบ้าที่ชอบเห่าไม่เลือกที่ อย่างมากเธอก็แค่เดินเลี่ยงๆ ไปก็สิ้นเรื่อง
ลั่วเยี่ยนชิงขมวดคิ้วเล็กน้อย “ทำไมต้องหลบด้วย ถ้าครั้งนี้เธอยังไม่รู้จักจำ...”
[จบบท]