บทที่ 557: คุณรู้จักเจียงหลีด้วยเหรอ
การเปลี่ยนแปลงเช่นนี้อาจเป็นเพียงเรื่องปกติสำหรับคนทั่วไป แต่สำหรับสตรีผู้งดงามทว่าสุขภาพไม่สู้ดีอย่างเจียงหลี มันคือเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่ง
ท่ามกลางสายลมเย็นที่พัดโชยอ้อยอิ่งและกลิ่นบุปผาหอมหวานซึ่งอบอวลอยู่รอบกาย มินานสติของเธอก็เลือนลางเข้าสู่ห้วงนิทราอันผ่อนคลาย...
...
บ่ายวันนี้รุ่ยรุ่ยมีหน้าที่ต้องทำเวรประจำวัน จึงทำให้เขากลับมาถึงบ้านพักข้าราชการช้ากว่าทุกที
"สหายเจียง เพิ่งไปรับรุ่ยรุ่ยกลับมาเหรอครับ"
เสียงทักทายดังขึ้นจากเซียวจิ่นที่เพิ่งเลิกงานและขี่จักรยานมาถึงประตูหน้าบ้านพักพอดิบพอดี เขาชะลอรถเมื่อเห็นเจียงหลีจูงมือลูกชายเดินผ่านมา พร้อมกับส่งรอยยิ้มให้
"ค่ะ วันนี้รุ่ยรุ่ยต้องทำเวร เลยเลิกช้ากว่าปกติหน่อย" เจียงหลีแย้มยิ้มตอบรับ เผยให้เห็นใบหน้าที่อ่อนโยน
"สวัสดีครับคุณอาเซียว" เด็กชายลั่วหมิงรุ่ยเอ่ยทักทายอย่างคล่องแคล่วโดยที่ผู้เป็นแม่ไม่ต้องส่งสัญญาณเตือน
"สวัสดีครับรุ่ยรุ่ย" เซียวจิ่นตอบรับด้วยสีหน้าเปี่ยมเมตตา เมื่อเห็นว่าเด็กชายเดินอยู่ทางซ้ายมือ เขาจึงเอื้อมไปลูบศีรษะเล็กๆ นั้นเบาๆ
บอกตามตรงว่าเซียวจิ่นเองก็ประหลาดใจอยู่ลึกๆ ทุกครั้งที่ได้เจอลั่วหมิงรุ่ย เขามักจะรู้สึกเอ็นดูเด็กคนนี้ขึ้นมาอย่างหาสาเหตุไม่ได้ ราวกับว่าเด็กน้อยคนนี้ช่างถูกชะตากับเขาเป็นพิเศษ
เขากับสองแม่ลูกเดินเคียงข้างกันมาจนถึงทางแยกที่เซียวจิ่นต้องเข็นจักรยานเลี้ยวไปอีกทาง ชายหนุ่มจึงหยุดและกล่าวลา "สหายเจียง รุ่ยรุ่ย ผมไปก่อนนะครับ"
"ลาก่อนครับคุณอาเซียว" ลั่วหมิงรุ่ยโบกมือเล็กๆ เป็นการอำลา
อีกเพียง 3-4 นาทีถัดมา เซียวจิ่นก็มาถึงบ้านของตน เมื่อเปิดประตูรั้วเข้าไป เขาก็พบกับเสิ่นอวิ๋น จึงทักทายเธอ "คุณหยุดงานเหรอ"
"ค่ะ กะว่าจะพักอยู่บ้านสักสองวัน" เสิ่นอวิ๋นพยักหน้าพลางตอบ
เซียวจิ่นจัดการนำจักรยานไปจอดเก็บให้เข้าที่ จากนั้นทั้งสองจึงเดินเข้าสู่ห้องนั่งเล่นด้วยกัน
เสียงตระเตรียมอาหารดังมาจากในครัว ที่นั่นมีหลี่ซ่าว แม่บ้านรับจ้างกำลังง่วนอยู่หน้าเตา เธอผู้นี้คือหลานสะใภ้ญาติห่างๆ ของแม่เสิ่นอวิ๋น ซึ่งแม่ของเธอเป็นธุระจัดหาให้มาจากบ้านเกิด เพื่อมาช่วยดูแลเสิ่นอวิ๋นและลูกชายโดยเฉพาะ
ยามค่ำคืน แสงจันทร์สีเงินอาบไล้นอกหน้าต่าง เซียวจิ่นกำลังนั่งอยู่ข้างเตียงของลูกสาวเพื่อกล่อมเธอนอนเฉกเช่นทุกคืน
"พ่อคะ พรุ่งนี้หนูไปเล่นบ้านเวยเวยได้ไหมคะ" เสียงเล็กๆ ของเซียวถงดังขึ้น
"ได้สิ แต่ต้องให้น้าหลี่พาหนูกับน้องไปด้วยนะ ห้ามวิ่งซนไปไหนคนเดียวเด็ดขาด" เซียวจิ่นตอบด้วยรอยยิ้ม
"พ่อคะ แต่จูเลี่ยน... เขาไม่ชอบเล่นกับเพื่อนๆ เลย"
เด็กหญิงตัวน้อยพลิกตัวนอนหงายจ้องมองผู้เป็นพ่อ ดวงตากลมโตสุกใสสะท้อนความไร้เดียงสา "พ่อรู้มั้ยคะ ว่าทำไมจูเลี่ยนถึงไม่ชอบเล่นกับเพื่อนๆ"
"เขาคงชอบความเงียบสงบมากกว่าละมั้ง" เซียวจิ่นให้ความเห็น
สำหรับลูกเลี้ยงคนนี้ ความประทับใจแรกของเขาคือรูปลักษณ์ที่ขาวสะอาดหมดจดและงดงามราวกับตุ๊กตากระเบื้องเคลือบจากต่างแดน
แต่ยิ่งใช้เวลาอยู่ร่วมกัน เขาก็ยิ่งตระหนักว่าเด็กคนนี้เงียบขรึมเกินไปมาก ไม่ใช่ว่ามีปัญหาทางด้านจิตใจ แต่ดูเหมือนจูเลี่ยนแค่ไม่ชอบพูดคุยหรือสร้างปฏิสัมพันธ์กับผู้ใด
ในทัศนะของเซียวจิ่น นี่ไม่ใช่สัญญาณที่ดีนัก เด็กๆ ควรจะร่าเริงสดใสและได้คลุกคลีกับเพื่อนวัยเดียวกัน เพื่อการเจริญเติบโตที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายและจิตใจ
แต่ในสถานะ 'พ่อเลี้ยง' การจะก้าวเข้าไปอบรมสั่งสอนจึงเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนใจ ทั้งยังติดที่ว่าตัวเด็กเองก็ไม่ได้เปิดใจหรือสนิทสนมกับเขา ยิ่งทำให้การสื่อสารเป็นไปได้ยาก
"อ้อ อย่างนั้นเหรอคะ งั้นถ้าหนูไปเล่นบ้านเวยเวย หนูต้องชวนจูเลี่ยนไปด้วยรึเปล่าคะ"
"แน่นอนคับ หนูเป็นพี่สาวนี่ เวลาไปเล่นก็ต้องพาน้องไปด้วย น้องจะได้ไม่เหงาอยู่บ้านคนเดียวยังไงคับ" เซียวจิ่นอธิบายอย่างใจดี
"ตกลงค่ะ งั้นหนูจะพาจูเลี่ยนไปด้วย" เด็กหญิงรับคำ ก่อนจะหาวออกมาฟอดใหญ่
"หนูง่วงแล้วค่ะ พ่อคะ ฝันดีนะคะ!"
"ฝันดีคับ"
เซียวจิ่นโน้มตัวลงไปจัดผ้าห่มให้ลูกสาวจนเรียบร้อย แล้วจึงลุกขึ้นกลับไปยังห้องนอนใหญ่ของตน
เมื่อเห็นว่าเสิ่นอวิ๋นยังคงนั่งอ่านหนังสืออยู่ไม่ได้หลับไป เซียวจิ่นจึงทอดตัวลงนอนบนเตียงข้างๆ พร้อมกับเปรยขึ้นมา
"สหายเจียงหลีดูอายุก็ไม่มากเลยนะ แต่มีลูกตั้งสามคนแล้ว"
คำพูดที่ดูเหมือนจะลอยๆ นั้น ทำให้เสิ่นอวิ๋นชะงักงัน เธอละสายตาจากหนังสือ หันมามองสามีด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความครุ่นคิด
"คุณรู้จักเจียงหลีด้วยเหรอคะ"
[จบบท]