บทที่ 562: แน่ใจหรือคะว่านั่นเรียกหลงตัวเอง
พอได้ฟังคำตอบของลั่วเยี่ยนชิง เจียงหลีก็ถึงกับหลุดเสียงหัวเราะพรืดออกมา “ศาสตราจารย์ลั่วคะ นี่คุณกำลังชมตัวเองออกนอกหน้าไปหน่อยหรือเปล่า”
ลั่วเยี่ยนชิงหรี่ตามองเธอ แววตาพราวระยับไปด้วยประกายขบขัน “คุณแน่ใจเหรอครับว่าผมกำลังหลงตัวเอง ไม่ใช่กำลังพูดความจริงที่เกิดขึ้น”
“โอ้โห เป็นไปได้ยังไงกันคะ ศาสตราจารย์ลั่วของพวกเราคือผู้ครอบครองใบหน้าหล่อเหลาชนิดที่ว่าฟ้าประทานมาให้นะคะ” ดวงตาหงส์ที่งดงามของเจียงหลีหยีลงจนโค้งเป็นพระจันทร์เสี้ยว
“แต่กลายเป็นว่าฉันดันมาโปรยเสน่ห์ใส่คุณ จนคุณไม่มีสมาธิจะอ่านหนังสือเรียน แบบนี้มันเป็นความผิดของฉันเต็มๆ เลยใช่ไหมคะ”
ลั่วเยี่ยนชิงโน้มใบหน้าลงมาจุ๊บที่ริมฝีปากอิ่มของเธอเบาๆ หนึ่งที “คุณเคยเป็นคนพูดเองไม่ใช่เหรอครับ ว่าคนเราต้องรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา ทำงานบ้างพักบ้าง ถึงจะทำให้งานออกมาดีที่สุด”
“ฉันพูดอะไรแบบนั้นด้วยเหรอคะ” ไม่รอให้ลั่วเยี่ยนชิงได้ยืนยัน เจียงหลีก็ชิงพูดต่อ
“นึกไม่ออกเลยค่ะ แต่เอาเป็นว่า ถ้าคุณอยากจะอ่านหนังสือต่อก็เชิญเลย ฉันสัญญาว่าจะไม่ส่งเสียงรบกวน”
ว่าแล้วเธอก็เอื้อมมือไปคว้าหนังสือเล่มหนึ่งบนโต๊ะขึ้นมาแกว่งไปมา “ฉันเองก็นั่งอ่านหนังสือเรียนเป็นเพื่อนคุณได้”
แต่ใครจะคิดว่าลั่วเยี่ยนชิงกลับดึงหนังสือออกจากมือเธอแล้ววางมันกลับไปที่เดิม ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มเจือรอยยิ้ม “ไปครับ ออกไปเดินเล่นกันดีกว่า”
“ก็ได้ค่ะ ไปเดินย่อยอาหารสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน”
เจียงหลีลุกขึ้นยืน จัดแจงปกเสื้อเชิ้ตของลั่วเยี่ยนชิงให้เข้าที่อีกเล็กน้อย จากนั้นทั้งคู่ก็ล็อกประตูห้องพัก เจียงหลีปล่อยให้สามีจูงมือพาเดินทอดน่องออกมาจากอาคารที่พักอย่างสบายอารมณ์
ท้องฟ้ายามนี้ถูกฉาบฉายด้วยแสงสีส้มอ่อนจางของอาทิตย์อัสดง สายลมเย็นๆ พัดโชยมาเป็นระยะ ทำให้บรรยากาศผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก เจียงหลีและลั่วเยี่ยนชิงก้าวเดินไปอย่างช้าๆ ราวกับกำลังชมสวนดอกไม้ ทั้งสองเดินอ้อมไปรอบๆ แปลงดอกไม้ที่ถูกจัดแต่งไว้บริเวณชั้นล่างของหอพัก พร้อมกับพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวต่างๆ
“อีกแค่สองเดือน ฉันก็ต้องไปเข้าค่ายฝึกอบรมแล้วค่ะ ก่อนจะถึงตอนนั้น ฉันกำลังคิดว่าอยากจะให้ที่บ้านส่งคนมาช่วยอีกสักคน จะได้มาอยู่เป็นเพื่อนแม่ ช่วยกันดูแลเจ้าสามแสบนั่น”
“คุณตัดสินใจได้เลยครับ เอาที่คุณสะดวก แต่เราจะให้พวกเขามาช่วยเปล่าๆ ไม่ได้ ถึงจะเป็นคนในครอบครัวของคุณ แต่เราก็ไม่ควรเคยชินกับการรับความช่วยเหลือจากใครโดยไม่ตอบแทน”
“แหม ถ้าให้เป็นเงิน มันก็ดูจะสร้างกำแพงกันเกินไปนะคะ อีกอย่าง ถึงฉันยัดเยียดให้ ที่บ้านฉันก็ไม่มีใครยอมรับหรอก ดีไม่ดีจะโดนเทศนากลับมาอีกชุดใหญ่”
“งั้นก็เปลี่ยนเป็นส่งของให้แทน”
“คงมีแต่ทางนี้ทางเดียวแล้วล่ะค่ะที่พอจะทำได้ เพราะถ้าเราซื้อของไปให้แล้วพวกเขาไม่ยอมรับ การปล่อยทิ้งไว้มันก็เหมือนเอาเงินไปทิ้งเปล่าๆ พอคิดแบบนี้ พวกเขาก็เลยต้องจำใจรับไว้ ว่าแต่คุณรู้หรือยังคะ หนังที่หยางหยางถ่ายไว้ตั้งแต่ก่อนปีใหม่ เหมือนว่ากำลังจะได้เข้าฉายประมาณเดือนกันยายนปีนี้นะคะ”
“ดีเลยครับ ไว้ถึงวันนั้น เราไปดูกัน”
“ตกลงค่ะ นี่ล่าสุดหยางหยางก็โดนโรงงานภาพยนตร์ปักกิ่งดึงตัวไปถ่ายหนังอีกเรื่องแล้ว ได้ยินว่าเป็นแนวสืบสวนอาชญากรรม คราวนี้หลานชายฉันได้รับบทเป็นตำรวจหนุ่มไฟแรงที่เพิ่งเข้าทำงานใหม่ๆ ด้วย”
“ถ้าเทียบกับการแสดงบนเวที ผมว่าการถ่ายหนังน่าจะใช้พลังงานเยอะและเหนื่อยกว่ามาก”
“นั่นสิคะ แต่ก็ช่างเถอะค่ะ ตราบใดที่เจ้าตัวเขามีความสุขที่ได้ทำก็พอแล้ว” เจียงหลีเว้นจังหวะไปเล็กน้อย ก่อนจะตัดสินใจเล่าเหตุการณ์ที่ทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจเมื่อหลายวันก่อนให้สามีฟัง
เรื่องที่เธอรู้สึกว่ามีคนคอยตามเธอตอนไปรับส่งลูกๆ ที่โรงเรียน
“ฉันมั่นใจในลางสังหรณ์ของตัวเองมากๆ ค่ะ มันเป็นแบบนี้ติดต่อกันถึง 3 วันเต็มๆ ตอนที่ฉันไปรับส่งพวกรุ่ยรุ่ย ฉันรู้สึกเย็นวาบที่สันหลังเหมือนมีคนจ้องมองและเดินตามอยู่ตลอดเวลา
แต่ก็อย่างที่เล่าให้คุณฟังนั่นแหละค่ะ พอฉันตัดสินใจหันขวับกลับไปดู ก็ไม่ยักกะเจอใครที่น่าสงสัยเลยสักคน”
สีหน้าของลั่วเยี่ยนชิงเปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้น “คุณไม่ต้องกังวลไปนะครับ เรื่องนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง”
“คุณจะจัดการยังไงคะ อย่าบอกนะว่าคุณจะหาตัวคนนั้นเจอ หรือคุณจะลาพักร้อนมาคอยรับส่งลูกๆ เอง” เจียงหลีรัวคำถามใส่ทันที ลั่วเยี่ยนชิงจึงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งว่า
“ทางองค์กรจะส่งคนมาคอยดูแลความปลอดภัยให้พวกคุณอย่างลับๆ ครับ”
“โอ้โห ได้รับการดูแลขั้นสุดยอดขนาดนี้เลยเหรอคะ”
เจียงหลีอุทานออกมาด้วยความทึ่ง แต่เพียงเสี้ยววินาทีเธอก็ประมวลผลได้ในทันที
ก็นั่นสินะ ด้วยตำแหน่งและหน้าที่การงานของลั่วเยี่ยนชิง การที่หน่วยงานต้นสังกัดจะส่งคนมาคุ้มกันเขา รวมถึงครอบครัวของเขา ซึ่งก็คือเธอกับเจ้าแสบสาม จึงไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไรเลย
“อันที่จริง แผนการอารักขานี้มีมาสักพักแล้วครับ แต่เป็นผมเองที่เห็นว่ามันยังไม่จำเป็น เพราะทางสถาบันวิจัยมีกฎระเบียบที่เข้มงวดมาก ทั้งตัวเจ้าหน้าที่และครอบครัว ต่างก็ต้องปฏิบัติตามข้อตกลงในการรักษาความลับอย่างเคร่งครัดอยู่แล้ว
อีกอย่าง ข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของผม ของคุณ และของลูกๆ ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ดำเนินการจัดการเก็บรักษาไว้ในที่ที่ปลอดภัยอย่างดีที่สุดแล้ว”
[จบบท]