บทที่ 565: เสียใจไหม?
ทันทีที่วางสายโทรศัพท์ เจียงหลีก็หันไปสบสายตากับผู้เป็นแม่ที่กำลังร้อนรนใจอย่างเห็นได้ชัด เธอจึงเอ่ยปลอบไปว่า “แม่คะ อย่าเพิ่งกังวลไปเลย ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรค่ะ”
“สีหน้าลูกเปลี่ยนไปขนาดนั้น จะไม่ใช่เรื่องใหญ่ได้ยังไง รีบพูดมาเถอะ ตกลงว่าใครในบ้านเราเป็นอะไรไป”
ในยามนี้ ไช่ซิ่วเฟินรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง
“เป็นสหายจากกองถ่ายโทรมาค่ะ เขาบอกว่าตอนที่อีหยางถ่ายทำฉากสุดท้าย อุปกรณ์ประกอบฉากเกิดปัญหาขึ้นมานิดหน่อย เลยทำให้อีหยางบาดเจ็บในกองถ่าย ตอนนี้คนถูกส่งไปโรงพยาบาลเรียบร้อยแล้วค่ะ
แต่แม่ไม่ต้องห่วงนะคะ เขาว่าเจ็บไม่หนัก แค่ต้องนอนโรงพยาบาลเพื่อดูอาการสัก 2 วัน แล้วค่อยกลับมาพักฟื้นที่บ้านต่ออีกไม่กี่วัน”
สาเหตุก็คืออุปกรณ์ประกอบฉากที่ถูกวางไว้ไม่เข้าที่ จนเป็นเหตุให้เจียงอีหยางสะดุดล้มในระหว่างการถ่ายทำฉากสุดท้ายพอดี ซึ่งเขาล้มลงไปค่อนข้างแรง จนข้อเท้าขวาเคล็ด
แม้จะได้ฟังที่เจียงหลีพูดจนจบ ไช่ซิ่วเฟินก็ยังคงไม่คลายความกังวลใจลง “แล้ว... อีหยางเจ็บตรงไหนบ้าง”
“ข้อเท้าขวาเคล็ดค่ะ”
“แล้วมีตรงไหนเจ็บอีกหรือเปล่า”
ไช่ซิ่วเฟินเอ่ยถามย้ำอีกครั้ง เพราะกลัวว่าลูกสาวอาจจะกำลังปิดบังอะไรบางอย่างอยู่
“ศีรษะกระแทกพื้นด้วยค่ะ แต่ที่กองถ่ายก็ยังไม่มีอาการอะไรมาก ตอนนี้อีหยางอยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว คงต้องรอให้คุณหมอถ่ายฟิล์มตรวจดูก่อน ถึงน่าจะทราบเรื่องทั้งหมด”
เมื่อพูดจบ เจียงหลีก็ลุกขึ้นยืน “เดี๋ยวหนูไปเก็บของให้อีหยางสักหน่อยนะคะ แล้วจะรีบไปโรงพยาบาลเพื่อดูอาการของเขา”
“แม่ไปด้วยคน”
ไช่ซิ่วเฟินเองก็นั่งไม่ติดที่เช่นกัน เธอรีบลุกขึ้นยืนทันที “ลูกดูสิว่าต้องเอาอะไรไปบ้าง รีบไปเก็บมาเลย เดี๋ยวแม่รอที่ห้องนั่งเล่นนี่แหละ”
“แม่คะ แม่ลืมไปแล้วเหรอว่าต้องไปรับพวกรุ่ยรุ่ยหลังเลิกเรียน”
เจียงหลีเข้าใจความรู้สึกของแม่ในตอนนี้เป็นอย่างดี แต่หากพวกเธอสองคนพากันไปที่โรงพยาบาลหมด แล้วเด็กน้อยทั้งสามคนเลิกเรียนจะกลับบ้านกันอย่างไร
“แม่มัวแต่ห่วงจนลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย งั้นลูกรีบเก็บของแล้วไปเถอะนะ ถ้ามีอะไร…ต้องรีบโทรหาแม่ทันที เข้าใจไหม”
ไช่ซิ่วเฟินพูดพลางนั่งกลับลงบนโซฟา ทว่าสีหน้าของเธอยังคงฉายชัดถึงความกังวลใจ
เพียงครู่ต่อมา เจียงหลีก็ถือประเป๋าเดินทางใบเล็กกลับออกมาที่ห้องนั่งเล่น “แม่คะ งั้นหนูไปก่อนนะคะ”
“อื้ม รีบไปเถอะลูก”
ไช่ซิ่วเฟินพยักหน้ารับ พลางมองตามร่างของเจียงหลีที่เดินออกจากห้องนั่งเล่นไป
เนื่องจากละครแนวสืบสวนสอบสวนที่เจียงอีหยางกำลังถ่ายทำอยู่นั้น ถ่ายทำกันในปักกิ่งโดยตรง ดังนั้นหลังจากที่เจียงอีหยางได้รับบาดเจ็บ ทางกองถ่ายจึงได้จัดรถเพื่อนำตัวเจียงอีหยางส่งไปยังโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้ที่สุดในทันที
เจียงหลีใช้บริการรถแท็กซี่ และใช้เวลาเดินทางกว่าครึ่งชั่วโมง จึงมาถึงที่หน้าประตูใหญ่ของโรงพยาบาล
“อามาแล้วเหรอครับ!”
ทันทีที่เห็นเจียงหลีเดินเข้ามาในห้องพักผู้ป่วย เจียงอีหยางก็พยายามฝืนยิ้มออกมา ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เจือไปด้วยความรู้สึกผิด “ผมทำให้อาลำบากอีกแล้ว ต้องขอโทษจริงๆ ครับ”
“เธอโง่หรือไง มาขอโทษอาเรื่องอะไรกัน”
เจียงหลีหันไปจ้องหลานชายอย่างไม่ใคร่จะสบอารมณ์นัก “หมอเขาว่ายังไงบ้างล่ะ หัวกระแทกด้วยหรือเปล่า”
“...มีอาการสมองกระทบกระเทือนเล็กน้อยครับ”
เดิมทีเจียงอีหยางไม่อยากจะพูด แต่ภายใต้สายตาที่จ้องมองมาของเจียงหลี เขาก็ทำได้เพียงแค่พูดความจริงออกไป
“นอกจากข้อเท้าขวาที่เคล็ดแล้ว ก็มีแค่ศีรษะที่กระทบกระเทือนเล็กน้อยเท่านั้นครับ ส่วนที่อื่นไม่เป็นอะไรเลย”
“คงเจ็บมากเลยสินะ”
เจียงหลีทอดสายตามองไปยังข้อเท้าขวาที่ทายาของเจียงอีหยาง ในแววตาของเธอฉายประกายความสงสารออกมาวูบหนึ่ง “เธอควรจะระมัดระวังตัวให้มากกว่านี้หน่อยนะ”
“เป็นผมที่ผิดเองครับ ที่ไม่ทันได้สังเกตว่าอุปกรณ์ประกอบฉากมีปัญหา” เจียงอีหยางรีบรับคำของอาเล็กพร้อมทั้งยอมรับความผิดแต่โดยดี
“แล้วเธอเสียใจไหม”
เจียงอีหยางนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเข้าใจในความหมายที่เจียงหลีต้องการจะสื่อ เขายิ้มออกมาเล็กน้อยแล้วส่ายหน้า “เรื่องนี้มีอะไรน่าเสียใจด้วยเหรอครับ การถ่ายละครแล้วบาดเจ็บนิดหน่อยแบบนี้ถือเป็นเรื่องธรรมดามาก”
“ในเมื่อเธอไม่เสียใจก็ดีแล้ว”
เจียงหลีพูดพลางหยิบแอปเปิลสีแดงลูกใหญ่ออกมาจากกระเป๋าเดินทางที่เธอเตรียมมา ก่อนจะเดินตรงออกไปนอกห้อง “เดี๋ยวอาไปล้างมาให้”
เธอพูดโดยไม่รอให้เจียงอีหยางได้ทันตอบรับ ร่างของเธอก็หายลับไปจากหน้าประตูห้องพักผู้ป่วยเสียแล้ว
[จบบท]