บทที่ 58: ต้าหมิงหาน (1)
เจียงหลียังไม่ทันจะได้เอื้อนเอ่ยถ้อยคำใดต่อ เสียงเล็กๆ ของลั่วหมิงเวยก็แผดดังขึ้นจนบ้านแทบแตก เด็กหญิงตัวน้อยเบะปากกว้างแล้วปล่อยโฮออกมาสุดเสียง “แม่โกหก! แม่คือแม่ของเวยเวย แม่จะโกหกหนูไม่ได้ พี่เยว่เยว่ใจร้าย แม่ของหนูไม่ใช่แม่เลี้ยง!”
“โอ๋ๆ คนดีของแม่ ไม่ร้องนะคะ” เจียงหลีรีบดึงร่างเล็กเข้ามากอดปลอบ พลางลูบแผ่นหลังบอบบางนั้นอย่างแผ่วเบา “เวยเวยฟังแม่พูดให้จบก่อนนะลูกนะ ได้ไหมคะ?”
น้ำเสียงของเธออ่อนโยนราวกับปุยนุ่น “ถ้าเวยเวยของแม่ยังขืนร้องไห้ไม่หยุดแบบนี้ นอกจากจะเจ็บคอแล้ว ยังจะกลายเป็นเด็กไม่สวยด้วยนะ แม่ไม่อยากให้ลูกของแม่ไม่สวยเลย”
คำว่า ‘ไม่สวย’ ได้ผลชะงัด เด็กหญิงตัวน้อยสะอึกขึ้นมาทันที “เวยเวยไม่อยากไม่สวย เวยเวยอยากเป็นนางฟ้าตัวน้อยเหมือนที่แม่เป็น… ฮึก… เวยเวยไม่ร้องแล้วค่ะแม่ หนูไม่ร้องแล้ว… หนูจะเป็นนางฟ้าตัวน้อย…”
หยาดน้ำตาเม็ดใสคลอหน่วยอยู่ที่ปลายขนตายาวงอน เด็กหญิงพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะไม่ให้มันร่วงหล่นลงมาเปรอะเปื้อนใบหน้าอีก ภาพความน่ารักน่าเอ็นดูนั้นทำให้หัวใจของเจียงหลีอ่อนยวบ เธอทั้งสงสารและมันเขี้ยวในเวลาเดียวกัน “เก่งมากค่ะ เวยเวยลูกแม่เป็นเด็กดีที่สุดเลย”
“เวยเวยเป็นเด็กดี!” เด็กหญิงสูดจมูกฟุดฟิด ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงอู้อี้แต่หนักแน่นว่า “หนูจะฟังแม่พูดค่ะ”
รอยยิ้มบางเบาปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเจียงหลี เธอล้วงหยิบผ้าเช็ดหน้าผืนเล็กสีฟ้าอ่อนจากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาซับคราบน้ำตาให้ลูกสาวตัวน้อยอย่างนุ่มนวล ก่อนจะเริ่มอธิบายช้าๆ ชัดๆ
“ที่พี่สาวคนเมื่อกี้พูดน่ะ เขาไม่ได้พูดผิดทั้งหมดหรอกนะคะ แม่คนนี้… ไม่ใช่แม่แท้ๆ ที่ให้กำเนิดหนู พี่รุ่ยรุ่ย หรือพี่หานหาน แต่แม่รักพวกหนูมากนะ รักเหมือนลูกแท้ๆ เลย และแม่สัญญาว่าจะอยู่ตรงนี้ คอยดูแลพวกหนูให้เติบโตขึ้นอย่างดีที่สุด”
เจียงหลีทอดสายตามองไปยังลูกชายทั้งสองที่ยืนนิ่งเงียบอยู่ไม่ไกล ก่อนจะหันกลับมาพูดกับดวงตากลมโตคู่สวยตรงหน้าต่อ “สำหรับแม่ผู้ให้กำเนิดของพวกหนู ท่านกลายเป็นดวงดาวสุกสว่างอยู่บนท้องฟ้าแล้วล่ะจ้ะ ก่อนที่แม่จะมาที่นี่ ท่านได้กระซิบฝากแม่ไว้ว่าให้ช่วยดูแลแก้วตาดวงใจทั้งสามของท่านให้ดีที่สุด ท่านยังบอกอีกว่าถ้าวันไหนพวกหนูคิดถึงท่านขึ้นมา ก็ให้ออกไปมองดูดาวบนฟ้าในตอนกลางคืน… ท่านจะคอยมองดูพวกหนูอยู่จากบนนั้นเสมอ”
ลั่วหมิงเวยในวัยสองขวบครึ่งยังคงไม่อาจทำความเข้าใจเรื่องราวที่ซับซ้อนเกินวัยได้ทั้งหมด ดวงตากลมโตฉายแววสับสนอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามออกมาด้วยเสียงใสซื่อ “แปลว่า… เวยเวยมีแม่สองคนเหรอคะ?”
เจียงหลีชะงักไปเล็กน้อย แต่ก็รีบพยักหน้ารับในทันที “ใช่แล้วจ้ะ เวยเวยของแม่มีคุณแม่ถึงสองคนเลยนะ”
เด็กหญิงตัวน้อยจ้องมองใบหน้าสวยหวานของเจียงหลีนิ่ง ก่อนจะยิงคำถามที่ทำให้คนเป็นแม่ถึงกับไปต่อไม่เป็น “แล้ว… แม่เป็นแม่เลี้ยงของหนูเหรอคะ?”
เจียงหลีไม่รู้เลยว่าควรจะสรรหาคำพูดใดมาอธิบายเพิ่มเติมอีก เธอคาดไม่ถึงจริงๆ ว่าหลังจากที่พยายามอธิบายอย่างละมุนละม่อมที่สุดแล้ว บทสนทนาก็ยังสามารถวนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นได้อย่างน่าอัศจรรย์
ทว่าในตอนนั้นเอง ลั่วหมิงหานที่เงียบมาตลอดก็ขมวดคิ้วแน่นแล้วพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เวยเวย! แม่เลี้ยงก็คือแม่!”
ประโยคนั้นหนักแน่นเกินกว่าจะออกมาจากปากของเด็กชายวัยสองขวบครึ่ง เขากล่าวจบก็เม้มริมฝีปากเข้าหากันแน่น ขณะเดียวกันก็แอบสื่อสารกับ ‘ต้าหมิงหาน’ ตัวตนที่ปรากฏขึ้นในร่างของเขาอย่างไร้สาเหตุเมื่อครึ่งเดือนก่อน
ใช่… ต้าหมิงหาน คือชื่อที่เขาใช้เรียกตัวตนนั้น
อีกฝ่ายบอกกับเขาว่า ‘เขา’ ก็คือ ‘ตัวเขา’ แต่เป็นตัวเขาในตอนที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว
ต้าหมิงหานให้คำมั่นว่าจะไม่ทำอันตรายใดๆ ทั้งสิ้น การมาของเขาในครั้งนี้เป็นไปเพื่อปกป้องและดูแลให้เขา พี่ชาย และน้องสาวได้เติบโตขึ้นอย่างปลอดภัยเท่านั้น
และก็เป็นต้าหมิงหานอีกเช่นกันที่เคยบอกเขาไว้ล่วงหน้าว่า จะมีคุณแม่คนหนึ่งเดินทางมาที่บ้านของพวกเขา เธอเป็นผู้หญิงที่งดงามราวกับนางฟ้า และจะเข้ามาดูแลพวกเขาเป็นอย่างดี
ถึงแม้ว่าคุณแม่คนนี้จะดูซุ่มซ่ามไปบ้างในเรื่องการทำอาหารและงานบ้านต่างๆ แต่เธอก็พยายามเรียนรู้ทุกอย่างด้วยความตั้งใจจริง แม้จะถูกสามพี่น้องป่วนจนหัวหมุนแทบทุกวัน เธอก็ไม่เคยปริปากบ่นหรือแสดงความรังเกียจออกมาเลยแม้แต่ครั้งเดียว มีแต่ความปรารถนาดีที่มอบให้พวกเขาอย่างสม่ำเสมอ
ในตอนแรกที่รับรู้ถึงการมีอยู่ของต้าหมิงหาน ลั่วหมิงหานตัวน้อยยอมรับว่าเขากลัว แต่เมื่อวันเวลาล่วงเลยไป ความหวาดระแวงนั้นก็ค่อยๆ เลือนหาย
เพราะต้าหมิงหานรักษาสัญญา อีกฝ่ายไม่เคยทำร้ายเขาเลยแม้แต่น้อย ตรงกันข้าม กลับคอยสอนให้เขาเรียนรู้ตัวอักษรและนับเลขอีกด้วย นอกเหนือจากนั้น ต้าหมิงหานก็จะอยู่อย่างสงบเสงี่ยม ไม่เคยสร้างความวุ่นวายใดๆ
‘ต้าหมิงหาน ต้าหมิงหาน… ที่ฉันพูดไปเมื่อกี้ ถูกต้องหรือเปล่า?’
เสียงทุ้มของผู้ใหญ่ดังขึ้นในห้วงความคิด [ถูกต้องที่สุด]
ลั่วหมิงหานตัวน้อยแย้งกลับไปในใจ ‘ต้าหมิงหาน ฉันว่าแม่ไม่เห็นจะซุ่มซ่ามตรงไหนเลยนะ!’
อีกฝ่ายเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง [บางทีอาจจะเป็นฉันที่จำผิดไปเอง… ขอโทษด้วยนะ]
[จบบท]