บทที่ 583: รอยร้าวที่ยากจะประสาน
"หลอกเงินที่บ้านเหรอ ม่านม่าน แกพูดคำนี้ออกมาได้ยังไง"
เพียะ!
เสียงฝ่ามือปะทะใบหน้าดังขึ้นอย่างไม่คาดฝัน ความเจ็บแปลบแล่นปราดไปทั่วใบหน้าซีกซ้าย ซูม่านยกมือกุมแก้มตัวเองไว้แน่น ดวงตาของเธอร้อนผ่าวขึ้นมาทันควัน น้ำใส ๆ เอ่อท้นขึ้นมาจนแทบจะมองไม่เห็นใบหน้าของผู้เป็นแม่
"แม่ตบหนู?"
เธอเค้นเสียงถามออกไปอย่างยากลำบาก "ตั้งแต่เล็กจนโต แม่ไม่เคยตีหนูเลยสักครั้ง... แต่ตอนนี้ แม่ตบหนู... เพียงเพราะพี่สาวงั้นเหรอคะ แม่ แม่ยังเป็นแม่ของหนูอยู่จริง ๆ เหรอคะ"
เธอข่มกลั้นหยาดน้ำตาไว้สุดกำลัง พยายามไม่ให้มันไหลออกมาประจานความอ่อนแอ เธอมองจ้องกลับไปในดวงตาของแม่ซูอย่างไม่ยอมแพ้ แม้ว่าในดวงตาที่คลอหน่วยนั้น จะฉายชัดถึงความคับข้องใจและความน้อยใจอย่างปิดไม่มิด
"ถ้าฉันไม่ใช่แม่แก แล้วแกโผล่ออกมาจากก้อนหินรึไง"
แม่ซูหอบหายใจแรงด้วยความโมโหที่ถูกลูกสาวยอกย้อน เธอกัดฟันกรอด พ่นลมหายใจฟึดฟัด
"ลูกของพี่สาวแกถูกตรวจพบว่าป่วยหนักมาก รอให้โรงพยาบาลที่นั่นรักษาไม่ไหวเมื่อไหร่ เดี๋ยวเขาก็อุ้มลูกมาที่ปักกิ่งนี่แหละ ถึงตอนนั้น คอยดูแล้วกันว่าพี่สาวแกจะมาคิดบัญชีกับแกยังไง"
หัวใจของซูม่านกระตุกวูบ แต่เธอก็ยังคงเชิดหน้าตอบโต้ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ "คิดบัญชีกับหนู? ทำไมล่ะคะ ทำไมเขาต้องมาคิดบัญชีกับหนู หนูไปติดค้างอะไรเขาไว้"
"ตำแหน่งนายผู้หญิงของบ้านนี้ เดิมทีมันควรจะเป็นของพี่สาวแก แกเองก็รู้ดีแก่ใจที่สุด แกก็พูดเองสิ ว่าแกติดค้างอะไรพี่สาวแกรึเปล่า"
คำพูดที่แทงใจดำนั้นเหมือนค้อนหนัก ๆ ที่ทุบลงมาซ้ำ ๆ การรื้อฟื้นเรื่องเก่าที่เธอพยายามลืม ทำให้ซูม่านแทบจะยืนไม่อยู่ ร่างกายของเธอสั่นสะท้าน
ที่นี่คือบ้านพักข้าราชการ ไม่ใช่บ้านตระกูลซูที่ต่างจังหวัดที่แม่จะทำอะไรก็ได้ เสียงของแม่ดังลั่นขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเพื่อนบ้านที่อยู่ติดกันทั้งสองฝั่งต้องได้ยินเรื่องราวทั้งหมดอย่างชัดเจน แล้วต่อไปนี้... เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน
เธอต้องหยุดเรื่องนี้
ซูม่านสูดหายใจลึก เงยหน้าขึ้นเพื่อบังคับน้ำตาที่จวนเจียนจะทะลักให้ไหลกลับเข้าไป เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ความน้อยใจก็ถูกแทนที่ด้วยความเย็นชา "เงินน่ะไม่มีหรอกค่ะ แต่ถ้าแม่อยากได้ชีวิตหนู แม่ก็มาเอาไปเลย"
เธอจ้องมองผู้เป็นแม่นิ่ง แววตาว่างเปล่าไร้ความรู้สึก แม่ที่เคยรักเคยถนอมเธอมาตลอดหลายปี เปลี่ยนไปเป็นคนละคนเพียงเพราะพี่สาว วันนี้ถึงขั้นลงไม้ลงมือตบหน้ากัน นี่คือการบีบให้เธอต้องตัดขาดความสัมพันธ์กับครอบครัวใช่ไหม
"แก..."
แม่ซูอ้าปากค้าง ริมฝีปากสั่นระริก เธอยกนิ้วชี้หน้าลูกสาวคนที่สอง พูดอะไรต่อไม่ได้
"พี่ซูชิงสูบเลือดแม่กับพ่อจนตัวซีด พอเงินหมด แม่ก็วิ่งมาสูบเลือดจากหนูต่อ" ซูม่านตัดพ้อ
"วันนี้ ถ้าแม่ไม่คิดจะเอาชีวิตหนูกลับไปจริง ๆ ก็จำไว้นะคะ ต่อไปนี้ นอกจากเทศกาลปีใหม่ที่หนูจะกลับไปเยี่ยมตามหน้าที่แล้ว... เวลาอื่น แม่ก็ทำเหมือนว่าแม่ไม่เคยมีลูกสาวคนนี้ก็แล้วกัน"
เธอพูดเพียงเท่านั้น ก็หมุนตัวเดินกลับเข้าห้องนอนไปทันที ทิ้งแม่ซูให้ยืนแข็งทื่ออยู่หน้าประตูห้องนั่งเล่น เสียงปลอบประโลมลูกชายดังแว่วออกมาจากด้านใน ยืนยันว่าเธอไม่คิดจะสนใจใยดีแม่ของตัวเองอีกต่อไปแล้ว
แม่ซูอยากจะพังประตูตามเข้าไป แต่ขาของเธอกลับก้าวไม่ออก เธอเข้าใจสถานการณ์ดีแล้ว วันนี้ก็ไม่ต่างอะไรจากครั้งที่แล้ว เธอไม่สามารถบีบเอาเงินแม้แต่เหมาเดียวไปจากลูกสาวคนนี้ได้
ความทุกข์ระทมแล่นเข้าจับขั้วหัวใจ แม่ซูไม่เข้าใจจริง ๆ ว่าเธอเลี้ยงลูกมาผิดพลาดตรงไหน ทำไมลูกสาวทั้งสองคนถึงได้เป็นแบบนี้ ทำตัวราวกับว่าเธอติดหนี้มหันต์จากชาติที่แล้ว ชาตินี้พวกเขาสองคนเลยเกิดมาเพื่อทวงคืนทุกอย่างจากเธอ
หญิงชราถอนหายใจยาว ยกมือขึ้นปาดน้ำตาที่หางตาอย่างลวก ๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินจากไปอย่างเงียบเชียบ
ตลอดเส้นทางกลับบ้าน คำพูดตัดรอนของซูม่านยังคงดังก้องอยู่ในหัว มันทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดและจุกแน่นในอก
ไม่ใช่ว่าเธออยากจะตั้งแง่สงสัยลูกสาวคนโตของตัวเอง แต่พฤติกรรมของซูชิงนับตั้งแต่กลับมาเยี่ยมบ้านช่วงตรุษจีนครั้งล่าสุด มันทำให้เธอรู้สึกว่าลูกสาวคนนี้เปลี่ยนไปมากจริง ๆ
จริงอยู่ว่าซูชิงผอมลงไปเยอะ แถมยังดูอิดโรยซีดเซียว แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปอย่างชัดเจนคืออุปนิสัย มันต่างจากตอนก่อนที่จะถูกส่งไปชนบทอย่างสิ้นเชิง
สมัยก่อน ซูชิงอาจจะดื้อรั้นเอาแต่ใจไปบ้าง แต่เธอเป็นคนพูดจาโผงผาง ไม่เคยรู้จักพูดจาหวาน ๆ เอาอกเอาใจใคร
แต่ตรุษจีนปีนี้ที่กลับมาจากต้าซีเป่ย ซูชิงกลับเปลี่ยนไปเป็นคนละคน ทันทีที่เจอหน้ากัน เขาก็โผเข้ามากอดเธอร้องไห้ฟูมฟาย ภาพนั้นทำให้หัวอกคนเป็นแม่เจ็บปวดและสงสารจับใจ
หลังจากที่ซูชิงสงบลง ลูกสาวคนนี้ก็เริ่มทำตัวเหมือนเด็กไม่รู้จักโต... ไม่สิ พูดให้ถูกคือ ทำตัวเหมือนซูม่านไม่มีผิด... เหมือนซูม่านในสมัยที่ยังไม่ได้แต่งงานกับสามีแซ่เหวิน ที่ปากหวานราวกับเคลือบน้ำผึ้ง
ทุกคำที่พูดออกมาล้วนน่าฟัง ช่างสังเกต ช่างเอาใจ ช่วยเธอทำงานบ้านไม่หยุดหย่อน แสดงบทบาทลูกกตัญญูได้อย่างไร้ที่ติ
และก่อนที่จะเดินทางกลับต้าซีเป่ย ลูกคนนี้ก็กอดเธอแน่น พูดพร่ำซ้ำ ๆ ว่าไม่อยากจากไปเลย
ในวินาทีนั้น ในฐานะแม่ที่เห็นลูกสาวน้ำตาคลอหน่วยเพราะต้องจากกันไกล สมองของเธอก็พลันตื้อตันไปหมด เธอไม่เพียงแต่กวาดของดี ๆ ในบ้านใส่ห่อให้ลูกไปจนเกือบหมด แต่ยังแอบยัดเงินให้ไปอีก 50 หยวน โดยไม่ให้ลูกชายและลูกสะใภ้ล่วงรู้
[จบบท]