บทที่ 592: งานเลี้ยงฉลอง
ชุยปากลำโพงยังคงไม่หายตื่นเต้น “เมื่อกี้ที่เจ้าหนูเฉินกับเจ้าหนูหงหิ้วมา ถุงลูกอมนั่นน่าจะหนักไม่ต่ำกว่า 10 จินเลยว่าไหม?”
หวังชุนฮวากะประมาณในใจ “อืม ก็น่าจะราวๆ นั้นแหละ”
“โอ้โห คงเปลืองเงินแย่เลย” หลี่ต้าหนิวดูดลูกอมนมต้าไป๋ทู่ในปากเสียงดังจ๊วบจ๊าบ ความหวานมันแผ่ซ่านไปทั่วโพรงปากจนรู้สึกเหมือนมันซึมลึกไปถึงหัวใจ “อร่อยจัง ลูกอมนมยี่ห้อกระต่ายขาวนี่มันอร่อยสมคำร่ำลือจริงๆ หอมกลิ่นนมคลุ้งไปทั้งปากเลย”
กลุ่มปัญญาชนหญิงที่ยังยืนอออยู่ตรงนั้น ต่างก้มลงมองลูกอมในมือตัวเอง แววตาที่ฉายชัดถึงความอิจฉาริษยาเมื่อครู่ยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นไปอีก “นี่มันลูกอมเกรดพรีเมียมทั้งนั้นเลยนะเนี่ย” หญิงสาวคนหนึ่งเปรยขึ้น
“ฉันน่ะเคยกินก็แค่ตอนไปเยี่ยมบ้านอาเล็กช่วงตรุษจีนเท่านั้นแหละ ของแพงๆ แบบนี้”
“ฉันน่ะเหรอ ไม่เคยกินด้วยซ้ำ!” อีกคนสวนกลับทันควัน “เคยเห็นแต่ที่เขาวางขายในตู้กระจกที่ห้างสรรพสินค้า จะอ้อนให้แม่ซื้อให้ แม่ก็ส่ายหัว บอกว่าแพงหูฉี่ สุดท้ายก็ได้แค่ลูกอมผลไม้รสธรรมดาๆ กลับบ้าน”
“นี่ๆ พวกเรากลับที่พักปัญญาชนกันดีกว่า ขืนชักช้าอยู่แถวนี้ มีหวังกลับไปข้าวปลาอาหารที่โรงครัวโดนคนอื่นแย่งกินหมดแน่”
“เออจริงด้วย! รีบกลับกันเถอะ ไปถึงจะได้เอาลูกอมในมือเราไปอวดเย้ยพวกที่ไม่ยอมออกมาดูของดี ให้อิจฉาตาร้อนเล่นยังไงล่ะ!”
ไม่กี่อึดใจ กลุ่มปัญญาชนหญิงก็หัวเราะคิกคักพากันเดินจากไปจนลับสายตา
เหล่าชาวบ้านและเด็กๆ ที่ได้ส่วนแบ่งความสุขเป็นลูกอมถ้วนหน้า ก็เริ่มทยอยแยกย้ายกลับบ้านใครบ้านมันเช่นกัน ลูกอมน้ำหนักรวมกันเกือบ 20 จิน ถูกแจกจ่ายโดยสองหนุ่มน้อยเจียงอีเฉินและเจียงอีหงจนหมดเกลี้ยงไม่เหลือแม้แต่เม็ดเดียว
ยังมีชาวบ้านบางส่วนที่เพิ่งได้ข่าวว่าบ้านผู้ใหญ่บ้านมีแจกของดีอยู่หน้าบ้าน พอรีบวิ่งหน้าตาตื่นมาถึง ก็พบว่าตลาดวายไปเสียแล้ว ทำได้เพียงทุบหน้าอกกระทืบเท้าด้วยความเจ็บใจ โทษตัวเองว่าทำไมไม่รีบแจ้นมาให้เร็วกว่านี้
ในขณะเดียวกันนั้นเอง สมาชิกตระกูลเจียงผู้ใหญ่ก็เริ่มทยอยเดินทางมาถึงบ้านของพ่อเจียง นำโดยพ่อเฒ่าเจียงและแม่เฒ่าเจียง ตามมาด้วยครอบครัวของลุงใหญ่เจียง และครอบครัวของอาสามเจียง ซึ่งต่างก็หอบหิ้วลูกชาย ลูกสะใภ้ และบรรดาหลานๆ ติดตามกันมาเป็นพรวน
ลั่วเยี่ยนชิงกวาดสายตามองผู้คนที่อัดแน่นอยู่เต็มห้องโถงกลาง แม้ว่าเจียงหลีจะเคยเกริ่นไว้บ้างแล้วว่าครอบครัวฝั่งพ่อของเธอมีสมาชิกลูกหลานเยอะมาก (เอาแค่ที่นับตั้งแต่รุ่นพ่อเฒ่าเจียงลงมา ก็ถือว่าเยอะจนน่าตกใจแล้ว) แต่พอมาเห็นด้วยตาตัวเอง เขาก็ยังอดทึ่งไม่ได้
นี่มันคือปรากฏการณ์ ‘ฝ่ายชายรุ่งเรือง ฝ่ายหญิงร่วงโรย’ ที่แท้จริง!
ก็อย่างที่ภรรยาตัวน้อยของเขาเคยเล่าให้ฟังนั่นแหละว่า ตระกูลเจียงในสามชั่วอายุคนล่าสุด มีเธอเป็นเด็กผู้หญิงเพียงคนเดียว นอกนั้นเป็นผู้ชายล้วน
ลั่วเยี่ยนชิงต้องเดินตามพ่อเจียง พ่อตาของเขา เพื่อทำความรู้จักกับญาติผู้ใหญ่ทีละคน เขาลอบถอนหายใจในใจ ถ้าใครความจำไม่ดี มาเจอสถานการณ์แบบนี้เข้าไป รับรองว่าเดินทักทายจนครบวง ก็คงจำชื่อใครไม่ได้สักคน
เนื่องด้วยลักษณะงานของลั่วเยี่ยนชิงที่ต้องรักษาความลับขั้นสูงสุด พอถูกลุงใหญ่เจียงกับอาสามเจียงยิงคำถามซอกแซกเกี่ยวกับหน้าที่การงาน หลายคำถามที่เขาไม่สะดวกตอบ พ่อเจียงก็เป็นฝ่ายชิงตัดบทและช่วยเบี่ยงประเด็นให้เองอย่างแนบเนียน
หลังจากที่ครอบครัวใหญ่นั่งพูดคุยถามไถ่สารทุกข์สุกดิบกันไปได้ราวครึ่งชั่วโมง พ่อเจียงก็หันไปปรึกษาผู้ใหญ่ในบ้าน ทั้งพ่อเฒ่าเจียง แม่เฒ่าเจียง ลุงใหญ่เจียง และอาสามเจียง
“พ่อครับ แม่ครับ พี่ใหญ่ น้องสาม คือ... ก่อนที่เยี่ยนชิงกับหลีเป่าจะกลับมาเนี่ย เขาตกลงกับผมไว้แล้วล่วงหน้าเลยว่า พอมาถึงบ้านเรา เขาอยากจะขอเป็นเจ้าภาพจัดงานเลี้ยงสักหลายโต๊ะ ให้ครอบครัวใหญ่ของเรากับญาติสนิทมิตรสหายได้มากินเลี้ยงสังสรรค์กันพร้อมหน้าพร้อมตา ส่วนชาวบ้านคนอื่นๆ ในหมู่บ้าน วันนี้เราก็แจกลูกอมแต่งงานย้อนหลังให้พวกเขาไปเยอะแล้ว คงไม่ได้เชิญมาร่วมงานด้วย ไม่ทราบว่าทุกคนเห็นว่ายังไงครับ...”
พ่อเฒ่าเจียงถามขึ้นเป็นคนแรก “แล้วจะจัดวันไหนล่ะ?”
“มะรืนนี้ครับ พรุ่งนี้จะได้มีเวลาเตรียมซื้อของ เตรียมวัตถุดิบ” พ่อเจียงตอบ
“แล้วจะจัดกี่โต๊ะ?” พ่อเฒ่าเจียงถามต่อ
“กะว่าจะเตรียมอาหารไว้สำหรับ 8 โต๊ะ แต่ตั้งโต๊ะจริงสัก 6 โต๊ะครับ”
พ่อเฒ่าเจียงขมวดคิ้วมุ่นทันที “มันเยอะเกินไป สิ้นเปลือง! จัดแค่ 2 โต๊ะก็พอแล้ว พวกลูกๆ หลานๆ รุ่นเล็กก็ไม่ต้องมานั่งโต๊ะหรอก อีกอย่าง ทุกคนก็ยังยุ่งๆ กับงานที่กองพลน้อย ไม่แน่ว่าพวกเขาจะมากันครบหรือเปล่า”
“พ่อครับ 2 โต๊ะมันไม่พอจริงๆ” พ่อเจียงแย้ง “หลีเป่ากับเยี่ยนชิงแต่งงานกันจะครบสองปีแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขากลับมาเยี่ยมบ้าน ญาติพี่น้องของเราต้องมากันครบทุกคนแน่ๆ ครับ”
ในจังหวะนั้นเอง ลั่วเยี่ยนชิง ซึ่งนั่งฟังอยู่นานก็เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ
“คุณปู่ครับ ทำตามที่พ่อผม (พ่อตา) ว่าเถอะครับ เรื่องนี้ผม พ่อ แล้วก็เสี่ยวหลี เราปรึกษากันเรียบร้อยแล้วครับ ถึงวันงานจริงๆ ไม่ว่าญาติๆ จะมากันมากน้อยแค่ไหน แต่คนในครอบครัวของเรา ไม่ว่าจะผู้ใหญ่หรือเด็ก ให้ได้นั่งร่วมโต๊ะกันทั้งหมดครับ”
เขารู้อยู่แก่ใจว่าการกลับมาบ้านภรรยาครั้งแรกย่อมต้องมีการจัดงานเลี้ยง เขาจึงเตรียมทั้งเงินสดและตั๋วปันส่วนต่างๆ มาอย่างเพียงพออยู่แล้ว
“แต่มันต้องใช้เงินเยอะมากนะ” พ่อเฒ่าเจียงยังคงลังเล ไม่ยอมตกลงง่ายๆ
ลั่วเยี่ยนชิงจึงยิ้มบางๆ ก่อนจะพูดความในใจ “คุณปู่ครับ ผมยังติดค้างงานแต่งงานที่สมบูรณ์แบบให้เสี่ยวหลีอยู่เลย การจัดงานเลี้ยงในครั้งนี้ ก็ถือซะว่าเป็นการที่ทางบ้านช่วยพวกเราจัดงานแต่งงานย้อนหลังให้ก็แล้วกันนะครับ”
[จบบท]