บทที่ 596: โต้กลับ
เหตุผลที่สวีชุนไหลกลายเป็นคนไม่เอาถ่านขนาดนี้ สวีชุนเหมยรู้ดี พี่ชายของเธออ่านหนังสือไม่ออกแม้แต่ตัวเดียว สมัยเด็กๆ พอไปโรงเรียนก็โดนเพื่อนล้อจนอับอาย สุดท้ายเลยหนีกลับบ้านมาดื้อๆ ประกาศกร้าวว่าจะไม่ขอกลับไปเหยียบที่นั่นอีกเด็ดขาด พ่อกับแม่ก็ช่างประคบประหงมลูกชายคนนี้นัก ปล่อยให้เดินร่อนไปร่อนมาทั้งในบ้านในหมู่บ้านไม่ทำอะไรเลย เรื่องพวกนี้เธอรู้มาจากพี่สามสวีชุนเสียอีกที
พอมาถึงคราวน้องชายคนที่ห้าสวีชุนว่างถึงวัยเรียน พ่อแม่ก็ถ่อสังขารส่งไปโรงเรียนอีก แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกัน สมองของน้องห้าไม่ได้ดีไปกว่าสวีชุนไหลสักนิด ต้องใช้เวลาถึง 8 ปีเต็มกว่าจะเข็นจนจบชั้นประถมได้สำเร็จ พออกจากโรงเรียนได้ สวีชุนว่างก็เจริญรอยตามพี่ชายทันที กลายเป็นสัมภเวสีประจำหมู่บ้านอีกคน ปล่อยให้พ่อแม่และพวกพี่ๆ น้องๆ ผู้หญิงต้องก้มหน้าก้มตาทำงานหาคะแนนงานมาจุนเจือครอบครัว
สวีชุนเหมยยิ่งคิดก็ยิ่งเจ็บใจ เธอจ้องหน้าพี่ชายอย่างเอาเรื่อง แต่ดูเหมือนว่าสายตาของเธอจะไปกระตุกต่อมโมโหของเขาเข้า สวีชุนไหลเงื้อมือตบหน้าเธอเต็มแรงจนหน้าหัน!
พ่อสวีที่เพิ่งกินข้าวเสร็จวางชามลงบนโต๊ะ เขานั่งนิ่งอยู่บนม้านั่งยาว ทำเพียงแค่ปรายตามองเหตุการณ์ทั้งหมดอย่างเลือดเย็น พ่อไม่คิดจะห้ามปรามอะไรเลย ปล่อยให้แม่สวีกระชากผม จิกข่วนสวีชุนเสียจนเนื้อตัวเป็นรอย และปล่อยให้สวีชุนไหลตบหน้าน้องสาวตัวเอง
“พ่อคะ! พ่อ...พ่อห้ามแม่ทีเถอะ อย่าให้แม่ตีพี่สามเลย! ฮือๆ” สวีชุนเซียง น้องสาวคนเล็กสุดตกใจกลัวจนตัวสั่น เธอร้องไห้พลางอ้อนวอนพ่อ แต่พ่อสวีกลับทำหูทวนลม ไม่แม้แต่จะอ้าปากพูดสักคำ
เด็กหญิงหันไปมองพี่ชายด้วยดวงตาที่คลอหนองไปด้วยน้ำตา “พี่...ทำไมพี่ต้องตบพี่สี่ด้วยล่ะคะ”
“ก็มันสมควรโดน!” สวีชุนไหลสวนกลับอย่างไม่ไยดี
ส่วนตัวต้นแบบอย่างสวีชุนว่างน่ะเหรอ พอกินอิ่มก็ยกมือปาดปากลวกๆ แล้วถอยไปยืนพิงกำแพง กอดอกดูละครฉากใหญ่ตรงหน้าอย่างสบายอารมณ์
“แกกล้าข่วนฉันเหรอ นังสวีชุนเสีย! แกอยากตายมากใช่ไหม!” เสียงแม่สวีแผดลั่น
สวีชุนเสียเจ็บหนังศีรษะจนน้ำตาเล็ด สองแก้มร้อนผ่าวและบวมเป่ง ความอดทนของเธอขาดสะบั้นลงในที่สุด เธอสะบัดหัวอย่างแรงจนหลุดจากการเกาะกุมของแม่ พร้อมกับหลบกรงเล็บที่พุ่งเข้ามาหมายจะข่วนใบหน้าเธอได้อย่างหวุดหวิด จากนั้นเธอก็สวนกลับทันควัน จิกเล็บลงบนคอของแม่สวีอย่างแรง!
“โอ๊ย! ตาแก่! คุณมันเป็นผีหรือไง! ไม่เห็นเหรอว่าฉันโดนไอ้ตัวขาดทุนมันผลักล้ม!” แม่สวีที่โดนผลักจนล้มก้นจ้ำเบ้า หันไปโวยวายใส่พ่อสวีทันที หวังให้สามีเข้ามาช่วยกันรุมสั่งสอนลูกสาวหัวดื้อคนนี้
พ่อสวีขมวดคิ้วยุ่ง “โวยวายอะไรนักหนา คุณก็ตีมันแล้ว ด่ามันแล้ว จะเอายังไงอีก เงียบได้แล้ว!”
“น้องสี่ น้องหก ไปจากที่นี่กัน!” สวีชุนเสียตะโกนลั่น
เธอไม่รอช้า ไม่แม้แต่จะชายตามองสีหน้าของพ่อกับแม่ รีบคว้าแขนน้องสาวคนเล็กสวีชุนเซียงไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกมือก็กระชากแขนสวีชุนเหมยที่ยังยืนอึ้งไม่หายจากแรงตบเมื่อครู่ แล้วทั้งสามพี่น้องก็พากันวิ่งหนีออกจากขุมนรกนั่นทันที
“โอ๊ย เวรกรรมอะไรของฉัน! อีเกาเต้าจื่อคนนี้มันไปทำชั่วอะไรไว้นักหนา ถึงต้องมาเจอแต่ไอ้พวกลูกไม่รักดีแบบนี้...” แม่สวีนั่งแหมะขัดสมาธิอยู่บนพื้น โอดครวญทุบขาตัวเองปังๆ แต่กลับไม่มีน้ำตาไหลออกมาสักหยด
“แม่! ถ้าแม่ยังโวยวายจนลูกชายผมตกใจตื่นอีกล่ะก็ อย่าหาว่าผมไม่เตือนนะ ผมจะพาลูกพาเมียหนีไปเป็นลูกเขยแต่งเข้าบ้านพ่อตาให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย!” สวีชุนไหลขู่
บ้านพ่อตาของเขามีลูกสาวตั้ง 7 คน เดิมทีหวังซิ่งภรรยาของเขาจะต้องอยู่บ้านเพื่อรอสามีแต่งเข้า แต่เขาก็อุตส่าห์ใช้ลิ้นหว่านล้อมจนพวกเขายอมยกลูกสาวให้
ถ้าพ่อตารู้ว่าซิ่งเอ๋อร์มาอยู่บ้านนี้แล้วโดนแม่โขกสับไม่มีความสุข มีหวังได้โดนยกโขยงมาพาลูกสาวกับหลานชายกลับบ้านหวังแน่
เขายังไม่อยากกลับไปนอนหนาวเป็นโสดหรอกนะ ยังไงก็ต้องเอาใจภรรยาไว้ก่อน ไหนจะลูกชายหัวแก้วหัวแหวนอีกคน
“แกกล้าเหรอ!”
แม่สวีหยุดคร่ำครวญทันควัน หันมาถลึงตาใส่ลูกชายคนโต “ถ้าแกกล้าไปเป็นลูกเขยบ้านนั้นเมื่อไหร่ ฉันจะเอาหัวโขกข้างฝาตายประชดแกตรงนี้แหละ! คอยดูสิว่าแกจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน!”
“ก็ผมไม่ได้เป็นคนบอกให้แม่ไปตายนี่ ผมจะเดือดร้อนอะไร” สวีชุนไหลยักไหล่ “อีกอย่าง บ้านนี้ไม่มีผมก็ยังมีน้องห้าอีกคน แม่กับพ่อไม่ต้องกลัวหรอกว่าแก่ตัวไปจะไม่มีใครเลี้ยง!”
เขาพูดจบก็หมุนตัวเดินกลับห้องของตัวเองกับหวังซิ่ง แต่ยังไม่ทันพ้นประตู เขาก็หันกลับมาทิ้งระเบิดลูกสุดท้าย “ผมไม่ได้แค่ขู่นะ ถ้าแม่ยังไม่ยอมเปลี่ยนนิสัยเสียๆ นี่อีกล่ะก็...”
[จบบท]