บทที่ 611: คิดจะล้มฟ้าหรือยังไง?
ดวงตาหมาจิ้งจอกแสนสวยของเจียงหลีหรี่โค้งลงจนกลายเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยว เธอส่ายหน้าปฏิเสธลูกเดียว ไม่ยอมรับอะไรทั้งสิ้น
ลั่วเยี่ยนชิงมองภรรยาตัวเล็กที่กำลังทำท่าทางน่ารักน่าชัง ดวงตาคมกริบดุจตาหงส์ของเขาฉายแววทั้งเอ็นดูและจนปัญญาไปพร้อมกัน ชายหนุ่มยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยก่อนจะส่ายศีรษะเบาๆ ชั่วอึดใจต่อมา เขาก็ขยับใบหน้าเข้าไปใกล้ใบหูของเจียงหลี แล้วกระซิบกระซาบถ้อยคำบางอย่างที่รู้กันแค่สองคน
ผลลัพธ์คือแก้มเนียนของเจียงหลีพลันเห่อร้อนแดงก่ำ หญิงสาวสูดลมเข้าปากจนแก้มป่อง หันไปค้อนให้ลั่วเยี่ยนชิงวงใหญ่
และภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนั้น ก็ถูกบันทึกไว้ในสายตาของสวีชุนเสียอย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง
ช่วงเวลานี้เป็นเพียงยามโพล้เพล้ที่แสงสว่างยังไม่จางหายไปจากขอบฟ้าดีนัก แต่เพราะระยะทางที่ห่างกันพอสมควร สวีชุนเสียจึงไม่สามารถล่วงรู้ได้เลยว่าทั้งสองกำลังพูดคุยกันด้วยเรื่องอะไร
กระทั่งร่างของคนทั้งคู่ลับหายไปจากคลองจักษุ...
ความรู้สึกขุ่นแค้นชิงชังและความริษยาที่อัดอั้นอยู่ภายในใจของสวีชุนเสีย ก็แทบจะทะลักทลายออกมาท่วมลูกตา เธอกำหมัดแน่นจนข้อสั่นระริก ใบหน้าบิดเบี้ยวจนเรียกได้ว่าอัปลักษณ์น่ากลัว
ทว่าเพียงแค่เสี้ยวลมหายใจ เธอก็ปรับสีหน้ากลับมาเรียบเฉยได้ดังเดิม ทักษะการเปลี่ยนหน้ากากนี้ช่างว่องไวชนิดที่นักแสดงงิ้วยังต้องอาย
***
"แกยังจำทางกลับบ้านได้ด้วยเหรอ!"
เสียงแหลมปรี๊ดของแม่สวีก็ดังลั่นขึ้นทันทีที่สวีชุนเสียก้าวเท้าพ้นธรณีประตูห้องโถงกลาง
"นังตัวไร้ประโยชน์! ตั้งแต่เกิดมาไม่เคยทำอะไรสำเร็จ มีแต่สร้างเรื่องขายขี้หน้าชาวบ้าน หน้าของฉันกับพ่อแก ถูกนังลูกกินผลาญอย่างแกป่นปี้หมดแล้ว!"
"แม่ด่าฉันว่าลูกกินผลาญ แล้วตัวแม่เองล่ะเป็นอะไร?" สวีชุนเสียที่แบกรับความคั่งแค้นและอัดอั้นตันใจกลับมา พอเจอหน้าแม่แท้ๆ ก็โดนสาดเสียเทเสียทันที อารมณ์ที่พยายามข่มไว้ก็ขาดผึง
"หรือแม่ไม่ใช่ผู้หญิง? หรือพี่สะใภ้คนดีของแม่ไม่ใช่ผู้หญิง? ในเมื่อก็เป็นผู้หญิงเหมือนกันหมด ถ้าฉันเป็นตัวกินผลาญ พวกแม่ก็ไม่ต่างกันหรอก!"
เธอไม่อยากทนอีกต่อไปแล้ว!
"ถ้าไม่ใช่เพราะแม่! ถ้าไม่ใช่เพราะแม่คอยเป่าหูฉันทุกวี่ทุกวัน แต่แรกฉันกับเจียงหลีเป่าก็ยังดีๆ กันอยู่ไม่ใช่เหรอ!?"
สวีชุนเสียระเบิดอารมณ์ที่สะสมมานานออกมา "แม่นั่นแหละที่พร่ำบอกให้ฉันหาทางเอาเปรียบเจียงหลีเป่า บอกว่าโจวเหวยหมินดีนักหนา สอนให้ฉันใช้เจียงหลีเป่าเป็นสะพานไปเกาะโจวเหวยหมิน เพื่อจะได้แย่งคู่หมั้นของเจียงหลีเป่ามา!"
"ถ้าแม่ไม่พูดยุแยงแบบนั้น ฉันจะหน้าหนาไร้ยางอายไปทำเรื่องบ้าๆ พวกนั้นไหม!? แล้วดูตอนนี้สิ พอฉันเสียชื่อเสียง เจียงหลีเป่าก็ตัดขาดไม่เผาผี แม่ก็ผลักไสความผิดทั้งหมดมาให้ฉันรับไว้คนเดียว นี่เหรอคนเป็นแม่!?"
คำประณามและคำถามที่ย้อนกลับมาแทงใจดำ ทำให้แม่สวีถึงกับหน้าตึงชาไปหมด
"นังลูกเนรคุณ!"
แม่สวีกระโจนเข้าใส่ลูกสาว หวังจะตบสั่งสอนสักสองฉาด แต่สวีชุนเสียกลับไหวตัวทัน เอี้ยวตัวหลบได้สบายๆ ส่วนคนแก่ที่พุ่งมาสุดแรงกลับเบรกไม่อยู่ ได้แต่ถลาลมล้มหน้าคะมำลงไปกองกับพื้น
"น้องสาม! แกจะเอาใช่ไหม! คิดจะล้มฟ้าหรือยังไง!"
สวีชุนไหล พี่รองหรือลูกชายคนโตที่นั่งกินข้าวอยู่ โยนตะเกียบในมือดังเคร้ง! เขาลุกพรวดพราดเดินมาประจันหน้าสวีชุนเสีย เงื้อมืออวบๆ หวังจะตบให้หายแค้น
แต่คราวนี้สวีชุนเสียไม่ยอมอีกต่อไป เธอก้มตัวหลบ ฝ่ามือหนาจึงฟาดได้เพียงอากาศธาตุ พริบตานั้น สวีชุนเสียก็คว้าเอาม้านั่งตัวเล็กที่วางอยู่ข้างเท้าขึ้นมา แล้วใช้แรงทั้งหมดฟาดเปรี้ยงเข้าไปที่ร่างของสวีชุนไหลเต็มๆ!
"ไอ้พวกขี้เกียจตัวเป็นขน! แกมีสิทธิ์อะไรมาตบฉัน!?" เธอกรีดเสียง
"สวีชุนไหล ฉันจะบอกให้รู้ไว้เลยนะ ว่าสวีชุนเสียคนนี้ จะไม่ยอมให้แกมาทุบตี ด่าว่า ได้ตามใจชอบเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว!"
ช่วงหน้าร้อน เสื้อผ้าที่สวมใส่ก็บางเฉียบ สวีชุนไหลโดนม้านั่งฟาดเข้าจังๆ ถึงกับตัวงอ เขากุมเอวด้านหนึ่งไว้ พลางร้องโอยๆ สลับกับด่าทอน้องสาวไม่หยุดปาก
"ชุนเสีย! ถ้าพี่ใหญ่ของเธอเป็นอะไรขึ้นมา ก็อย่ามาโทษกันนะ ว่าฉันจะหย่ากับเขา แล้วอุ้มลูกหนีกลับบ้านพ่อแม่ฉันไปเลย!" หวังซิ่ง ภรรยาของสวีชุนไหล กวาดตามองน้องสาวสามีด้วยสายตาดูแคลนและรังเกียจ
"ฉันเพิ่งแต่งเข้าบ้านนี้มาไม่นานก็จริง แต่เรื่องฉาวๆ ของเธอน่ะ ฉันได้ยินพี่ใหญ่เล่าให้ฟังจนหูแฉะแล้ว" หวังซิ่งเชิดหน้าพูด
"ถ้าเธอมีสมองคิดเองเป็นบ้างล่ะก็ ใครเขาจะพูดยุไม่กี่คำแล้วเธอก็วิ่งตามไปทำเรื่องโง่ๆ ได้? ฉันว่านะ ที่ชีวิตเธอเป็นแบบนี้ ก็เพราะเธอหาเรื่องใส่ตัวเองทั้งนั้นแหละ!"
"ฉันจะหาเรื่องใส่ตัวหรือไม่หาเรื่อง มันหนักหัวอะไรคนนอกอย่างเธอด้วย!?" สวีชุนเสียหันไปแว้งกัดพี่สะใภ้ทันควัน
"สวีชุนไหลมันก็ขี้เกียจตัวพ่ออยู่แล้ว พอแต่งเธอเข้าบ้าน บ้านนี้ก็เลยมีตัวขี้เกียจเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง! พวกเธอสองคนผัวเมีย วันๆ นอกจากกิน ดื่ม แล้วก็นอน เคยคิดจะทำประโยชน์อะไรอย่างอื่นอีกไหม!?"
[จบบท]
*สวีชุนไหล ลูกคนรองหรือพี่ชายคนแรก เนื่องจากลูกคนแรกคือผู้หญิง แล้วบ้านเอาแค่ลูกชายเป็นใหญ่ คนที่ไม่เห็นหัวลูกสาวจะเรียกพี่ใหญ่ ลูกใหญ่ ส่วนที่เรียกพี่รองมีแค่น้องผู้หญิง