บทที่ 624: คุณว่าฉันเป็นเพราะอะไรล่ะ?
วันนี้เป็นวันมงคลที่น่ายินดียิ่ง ประกอบกับวัตถุดิบที่เตรียมไว้สำหรับงานเลี้ยงนั้นอุดมสมบูรณ์ อาหารที่ถูกลำเลียงออกมาเสิร์ฟบนโต๊ะจัดเลี้ยงจึงมีอย่างล้นเหลือ โดยเฉพาะเมนูเนื้อสัตว์ที่มีมากถึง 5 รายการ
บรรดาญาติสนิทมิตรสหายและเพื่อนบ้านที่มาร่วมงานต่างเพลิดเพลินกับการกินดื่มกันจนปากมันแผลบ เสียงพูดคุยจอแจดังขึ้นสลับกับเสียงชื่นชมพ่อเจียงเจ้าภาพไม่ขาดสาย ทุกคนต่างลงความเห็นว่าเขาเป็นคนที่วางตัวได้ดีเยี่ยม และช่างมีวาสนาที่ได้ลูกเขยที่ดีอย่างลั่วเยี่ยนชิง
เมื่ออาหารพร่องไปพอสมควร ก็ถึงเวลาตามธรรมเนียมปฏิบัติ เจียงหลีและลั่วเยี่ยนชิงจึงเดินตามลุงใหญ่เจียงและภรรยาของเขา เพื่อเดินทักทายและรินเหล้าแสดงความขอบคุณแก่แขกเหรื่อในงานเลี้ยงทีละโต๊ะ
เดิมทีพ่อเจียงตั้งใจจะจัดงานในลานบ้าน แต่ด้วยพื้นที่ที่ค่อนข้างจำกัดหากต้องรองรับโต๊ะถึง 8 ตัว เขาจึงตัดสินใจย้ายงานเลี้ยงทั้งหมดออกมาตั้งบนถนนในหมู่บ้านบริเวณหน้าประตูบ้านแทน
ซึ่งการจัดงานกลางแจ้งเช่นนี้ก็เปิดโอกาสให้บรรดาจีนมุงที่ไม่ได้เข้าร่วมงาน ยืนเกาะกลุ่มดูกันอยู่ห่างๆ กลิ่นหอมฉุยของอาหารเลิศรสที่โชยออกมาปะทะจมูก ทำให้แทบทุกคนที่ยืนมองอยู่เผลอกลืนน้ำลายเอื๊อกใหญ่ พวกเขาได้แต่รู้สึกอิจฉาคนที่โชคดีได้นั่งกินดื่มอย่างมีความสุขอยู่ในงานนั้น
สวีชุนเสียเป็นหนึ่งในกลุ่มคนที่ยืนมองดูอยู่ เธอจับจ้องไปยังภาพของเจียงหลีและลั่วเยี่ยนชิงไม่ยอมวางตา ในใจนั้นอัดแน่นไปด้วยความรู้สึกโกรธแค้นในโชคชะตาที่ดีเกินหน้าเกินตาของเจียงหลี
เธอยิ่งตระหนักรู้แก่ใจว่าลั่วเยี่ยนชิงนั้นช่างดูดีและเหนือกว่าโจวเหวยหมิน คู่หมั้นเก่าของเจียงหลีเป็นพันเท่าหมื่นเท่า แต่ผู้ชายที่แสนจะยอดเยี่ยมไร้ที่ติขนาดนั้น กลับกลายมาเป็นสามีของเจียงหลีเป่า!
สวรรค์ช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย ทำไมผู้หญิงอย่างเจียงหลีเป่าถึงต้องมีโชคดีซ้ำซ้อนถึงเพียงนี้?
ความเคียดแค้นที่สุมอยู่ในอกแผ่ซ่านออกมาทางดวงตาจนแทบจะทะลักออกมาด้านนอก สองมือกำแน่นจนสั่นเทาอยู่ข้างลำตัว ปล่อยให้เล็บคมจิกเข้าไปในฝ่ามือจนเลือดซิบ
ความเจ็บปวดที่ฝ่ามือก็ยังไม่รุนแรงพอที่จะดึงสติของเธอให้หลุดออกจากภวังค์อารมณ์ของตัวเองได้
“พี่สาม... พี่สาม พี่เป็นวันนั้นของเดือนหรือเปล่า?” สวีชุนเหมยที่ยืนอยู่ข้างๆ เอ่ยถามขึ้นเสียงเบา หลังจากที่จู่ๆ เธอก็ได้กลิ่นคาวเลือดจางๆ โชยมาจากตัวพี่สาว เมื่อรออยู่ครู่หนึ่งแล้วสวีชุนเสียก็ยังไม่ตอบสนอง สวีชุนเหมยจึงตระหนักว่าท่าทางไม่ดีแน่แล้ว เธอรีบคว้าแขนซ้ายของพี่สาวแล้วลากดึงออกมาจากฝูงชนทันที
ระหว่างทางที่เดินกลับบ้าน สวีชุนเสียเพิ่งจะดึงสติกลับคืนมาได้ เธอหันไปถามน้องสาวที่ลากเธอมาทันที “เธอทำบ้าอะไรของเธอน่ะ?”
สวีชุนเหมยหยุดเดิน หันมาเผชิญหน้าด้วยสีหน้าไม่สู้ดีนัก “ฉันต่างหากที่ต้องถามว่าพี่กำลังคิดจะทำอะไร! พี่ก็รู้ทั้งรู้ว่าวันนี้บ้านผู้ใหญ่บ้านเจียงเขามีงานมงคล ทำไมพี่ต้องไปยืนทำหน้าเหมือนจะแช่งชักหักกระดูก สร้างบรรยากาศไม่เป็นมงคลให้พวกเขาด้วย?”
“ฉันไปทำอะไรตอนไหน?” สวีชุนเสียเถียงด้วยใบหน้าเคร่งขรึม
“ตอนที่ฉันดึงพี่ออกมาจากตรงนั้นน่ะ ความแค้นในตาของพี่มันแทบจะล้นทะลักออกมาอยู่แล้ว อีกอย่าง พี่ก้มดูฝ่ามือตัวเองเดี๋ยวนี้เลย”
สวีชุนเหมยชี้ไปที่กำปั้นของพี่สาว พอเห็นว่ามีเลือดสีแดงสดซึมออกมาจากร่องนิ้ว เธอก็เข้าใจในที่สุดว่าที่เธอเดาเรื่องประจำเดือนก่อนหน้านี้นั้นผิดถนัด กลิ่นคาวเลือดที่เธอได้กลิ่น แท้จริงแล้วมาจากฝ่ามือที่ถูกเล็บจิกจนทะลุนั่นเอง
“เธอยุ่งไม่เข้าเรื่อง!” สวีชุนเสียสะบัดเสียงใส่ ทั้งที่จริงเธอก็รู้ตัวอยู่แล้วว่าฝ่ามือเป็นแผล “เรื่องของฉัน ต่อไปเธอไม่ต้องมายุ่ง!”
“พี่สาม พี่กำลังแค้นพี่หลีเป่า” สวีชุนเหมยพูดสวนขึ้นมาทันที นี่ไม่ใช่ประโยคคำถาม แต่เป็นการยืนยันข้อเท็จจริงที่เธอเห็นมากับตา เธอไม่รอให้พี่สาวได้แก้ตัว
“แต่ทำไมพี่ต้องไปแค้นพี่หลีเป่าด้วย? พี่หลีเป่าเขาไม่ได้ติดค้างอะไรพี่ ไม่ได้ทำอะไรเลวร้ายใส่พี่เลยสักนิด พี่พูดมาเองสิ พี่มีเหตุผลบ้าบออะไรถึงต้องไปเคียดแค้นชิงชังพี่หลีเป่าเขาขนาดนั้น?”
“เธอลองว่ามาสิว่าทำไม!?” สวีชุนเสียตวาดกลับ ในใจของเธอกำลังกรีดร้อง
ก็ในเมื่อเป็นแค่สาวชาวบ้านเหมือนกันแท้ๆ แต่ทำไมเจียงหลีเป่าถึงต้องมีชีวิตดีกว่าเธอทุกอย่าง? เรื่องที่มีพ่อแม่พี่น้องคอยรักคอยโอ๋นั่นก็เรื่องหนึ่งเถอะ แต่นี่ยังอุตส่าห์ถูกโจวเหวยหมินบังคับถอนหมั้นไปหยกๆ แต่ผลลัพธ์กลับกลายเป็นการได้แต่งงานกับผู้ชายที่ผ่านการมีครอบครัวมาแล้ว ซึ่งดันดีกว่าโจวเหวยหมินเป็นพันเท่าหมื่นเท่า!
แล้วดูวันนี้สิ ยังมาจัดงานเลี้ยงใหญ่โตเย้ยฟ้าดิน นี่มันจงใจอวดใครอยู่กันแน่?
“พี่กำลังอิจฉาพี่หลีเป่า!”
คำพูดตรงไปตรงมาของสวีชุนเหมยเพิ่งจะหลุดออกจากปาก ก็ถูกสวีชุนเสียที่โกรธจัดคว้าแขนไว้แน่นจนเธอต้องหยุดเดิน
“พี่สาม นี่พี่หมายความว่ายังไง?”
สองพี่น้องยืนจ้องตากันเขม็ง สวีชุนเสียเค้นเสียงพูดอย่างฉุนเฉียว “ฉันอิจฉาเจียงหลีเป่า? เธอตาฝาดไปหรือเปล่า ไปเห็นมาจากตาข้างไหน!?”
“พี่สาม พี่จะอิจฉาพี่หลีเป่าหรือไม่นั้น ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวหรอกนะที่มองเห็น ก็ดูแววตาของพี่สิ”
สวีชุนเหมยพูดทิ้งท้าย ก่อนจะแกะมือของสวีชุนเสียที่บีบแขนเธออยู่ออก แล้วมุ่งหน้าเดินกลับบ้านไปโดยไม่หันกลับมาอีก
[จบบท]