บทที่ 76: อย่าเพิ่งร้อนใจไป เรื่องดีๆ กำลังจะมา!
เจียงหลีรีบคว้าแขนพี่สะใภ้รองของเธอไว้แน่น พลางย้ำว่าอย่าเพิ่งเดินไปไหน ก่อนจะจูงมือเหอฮุ่ยตรงไปยังเคาน์เตอร์จำหน่ายชุดชั้นในสตรี แล้วจัดการเลือกซื้อให้ตัวเองสองชุด และยังใจดีเผื่อแผ่มาถึงพี่สะใภ้รองอีกสองชุดด้วยกัน
แวบแรกที่เหอฮุ่ยเห็นชุดชั้นในแบบต่างๆ แขวนโชว์อยู่บนราว เธอก็เกิดอาการร้อนผ่าวที่ใบหน้าขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ความจริงเธอรู้มาตลอดว่าที่ร้านค้ามิตรภาพแห่งนี้มีชุดชั้นในที่นำเข้ามาจากอีกฟากฝั่งของมหาสมุทรวางขายอยู่ ซึ่งมันถูกออกแบบมาให้ขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งของผู้หญิงได้อย่างสมบูรณ์แบบ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เคยมีความคิดที่จะซื้อมันมาครอบครองเลยสักครั้ง
ไหนเลยจะคาดคิดว่าวันนี้น้องสาวของสามีจะจูงมือเธอมาถึงแผนกนี้ แถมไม่เพียงแค่เลือกซื้อให้ตัวเองเท่านั้น แต่ยังใจกว้างพอที่จะควักเงินจ่ายค่าชุดชั้นในให้เธอผู้เป็นพี่สะใภ้ถึงสองชุดอีกต่างหาก
บอกตามตรงว่าการที่จะรับชุดชั้นในที่อีกฝ่ายซื้อให้มันทำให้เธอรู้สึกเก้อเขินอยู่ไม่น้อย ด้านหนึ่งคือเธอรู้สึกว่าไม่ควรให้น้องสาวสามีต้องมาเสียเงินเพื่อเธอ ถึงของขวัญชิ้นนี้อีกฝ่ายจะตั้งใจมอบให้ก็จริง แต่ในฐานะพี่สะใภ้แล้ว จะรับของขวัญจากน้องสาวสามีตามอำเภอใจได้ยังไงกัน
ส่วนอีกด้านหนึ่งก็คือ...ชุดชั้นในสตรีที่มาจากต่างแดนแบบนี้มันช่างดูโจ่งแจ้งเกินไปหน่อย แค่คิดว่าต่อไปจะต้องสวมมันไว้บนเรือนร่างก็ทำเอาประหม่าจนทำตัวไม่ถูกแล้ว
แต่ถึงจะพูดอย่างนั้น ความสุขที่เอ่อล้นขึ้นมาในใจก็เป็นเรื่องจริงเช่นกัน ก็คงไม่มีผู้หญิงคนไหนบนโลกที่ไม่รักสวยรักงามหรอก จริงไหม
“พี่รองคะ เราจะไม่กลับกันเหรอคะ”
เมื่อเห็นเจียงกั๋วเซิ่ง พี่ชายคนรองของเธออุ้มลั่วหมิงหานเดินมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าที่อยู่ไม่ไกลออกไป เจียงหลีก็เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ไหนๆ ก็ออกมาข้างนอกทั้งทีแล้ว เราก็เดินเที่ยวตามพี่รองของเธอไปก่อนเถอะ”
เหอฮุ่ยซึ่งอุ้มลั่วหมิงเวยเดินอยู่ข้างๆ เจียงหลีเป็นคนตอบ ใจจริงแล้วเธอรู้ดีว่าสามีจะไปที่ห้างสรรพสินค้าทำไม แต่เธอเลือกที่จะไม่บอกเจียงหลี เพราะตั้งใจจะเก็บไว้เป็นเซอร์ไพรส์ให้ทีหลัง
พอเดินมาถึงหน้าประตูทางเข้าห้างสรรพสินค้า เจียงกั๋วเซิ่งก็หันมาบอกภรรยากับน้องสาว “พวกเธอพาลูกๆ ไปรอตรงใต้ต้นไม้ตรงนั้นนะ” เขายังคงอุ้มลั่วหมิงหานไว้ในอ้อมแขนข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างก็ชี้ไปยังต้นไป๋หยางขนาดใหญ่ที่ต้องใช้คนโอบรอบ ซึ่งอยู่ห่างออกไปราว 20-30 เมตร น้ำเสียงทุ้มต่ำเปี่ยมเสน่ห์ของเขาดังขึ้นอีกครั้ง “ฉันเข้าไปแป๊บเดียวเดี๋ยวก็ออกมาแล้ว”
หลังจากวางลั่วหมิงหานให้ยืนบนพื้นอย่างมั่นคงแล้ว เจียงกั๋วเซิ่งก็หมุนตัวเดินเข้าประตูห้างสรรพสินค้าไป
“พี่สะใภ้รองคะ ไปค่ะ เราไปหาที่เย็นๆ ใต้ต้นไม้กันดีกว่า”
เจียงหลีจับจูงมือของลั่วหมิงรุ่ยกับลั่วหมิงหานคนละข้าง ก่อนจะหันไปชวนเหอฮุ่ยให้เดินไปพักหลบแดดที่ใต้ร่มไม้ด้วยกัน
เวลาผ่านไปราว 20 นาที เจียงกั๋วเซิ่งก็เดินกลับออกมาจากห้าง
“จัดการเรียบร้อยแล้วเหรอคะ” ทันทีที่เห็นหน้าสามี เหอฮุ่ยก็เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้ม
เจียงกั๋วเซิ่งพยักหน้ารับ “อืม เดี๋ยวพนักงานของห้างจะเอาของไปส่งให้ที่บ้านพักเอง” เขาตอบด้วยน้ำเสียงสุขุมพลางก้มลงอุ้มลั่วหมิงหานขึ้นมาแนบอก
เจียงหลีซึ่งยืนฟังบทสนทนาของทั้งคู่อยู่ข้างๆ พยายามครุ่นคิดตาม แต่ก็ยังจับต้นชนปลายไม่ถูก เธอจึงตัดสินใจถามออกไปตรงๆ “พี่รองกับพี่สะใภ้รองกำลังเล่นทายอะไรกันอยู่เหรอคะ”
“เดี๋ยวเธอก็รู้เอง” เจียงกั๋วเซิ่งตอบกลับมาสั้นๆ แต่ก็ไม่ได้ให้คำอธิบายเพิ่มเติม
“หลีเป่า ฟังที่พี่รองของเธอพูดเถอะนะ อีกไม่นานเธอก็จะรู้เองว่าพวกเราพูดถึงเรื่องอะไรกัน” เหอฮุ่ยจุ๊บแก้มขาวเนียนของลั่วหมิงเวยเบาๆ ทีหนึ่ง ก่อนจะหันมาส่งยิ้มหวานให้เจียงหลี “อย่าเพิ่งร้อนใจไป รับรองว่าเป็นเรื่องดีแน่นอนจ้ะ!”
เมื่อเห็นว่าคงไม่ได้คำตอบที่ต้องการแน่แล้ว เจียงหลีจึงเลิกเซ้าซี้และเดินตามทุกคนกลับบ้านพักไปแต่โดยดี
“นี่พวกเธอว่าคนบ้านศาสตราจารย์ลั่วนั่นมีหัวนอนปลายเท้าเป็นยังไงกันแน่”
ลู่ผิงยืนคุยเล่นอยู่กับกลุ่มหญิงวัยกลางคนที่อายุไล่เลี่ยกันบริเวณหน้าประตูบ้านของตัวเอง สายตาของเธอจับจ้องไปยังประตูบ้านของตระกูลลั่วซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
หญิงคนหนึ่งในกลุ่มตอบกลับ “แล้วใครจะไปรู้ล่ะ ว่าแต่คุณครูลู่ถามเรื่องนี้ขึ้นมาทำไมเหรอ”
ลู่ผิงอธิบาย “ฉันก็แค่เห็นว่าช่วงสองวันนี้บ้านศาสตราจารย์ลั่วมีญาติมาเยี่ยมบ่อยๆ ก็เลยรู้สึกสงสัยขึ้นมาน่ะ”
“คุณครูลู่ต้องตาฝาดไปแน่ๆ เลยค่ะ บ้านศาสตราจารย์ลั่วจะมีญาติมาเยี่ยมบ่อยๆ ได้ยังไงกัน ช่วงหลายวันที่ผ่านมาฉันก็เห็นว่ามีแค่เมื่อวานกับวันนี้เท่านั้นแหละที่มีแขกมา”
หญิงอีกคนให้ข้อมูลเพิ่มเติม “เมื่อวานฉันเจอสหายฉีพอดี ได้ยินสหายฉีบอกว่าคนที่มาพร้อมกับภรรยาของศาสตราจารย์ลั่วคือคุณพ่อกับพวกพี่ชายของเธอเอง แสดงว่าคนที่มาบ้านศาสตราจารย์ลั่ววันนี้น่าจะเป็นพี่น้องคนอื่นของภรรยาศาสตราจารย์ลั่วล่ะมั้ง”
[จบบท]