บทที่ 79: เปรียบเทียบ
น้ำคำของซูม่านแม้จะฟังดูเหมือนกำลังพูดถึงเรื่องของตัวเอง แต่ใครๆ ก็ดูออกว่าเธอจงใจแขวะเจียงหลีเรื่องใช้เงินมือเติบต่างหาก
“เสี่ยวซูเอ๊ย ไม่น่าเชื่อเลยนะว่าอายุแค่นี้ แต่กลับคิดอะไรได้รอบคอบไปหมด คนเราก็ต้องเป็นแบบนี้แหละ ไม่รู้จักคิดการณ์ไกล เดี๋ยวก็ต้องมานั่งกลุ้มใจทีหลัง พอเรื่องมันเกิดขึ้นซึ่งๆ หน้าแล้วจะแก้ไม่ทันเอา”
ลู่ผิงเห็นดีเห็นงามกับคำพูดของซูม่านเป็นอย่างยิ่ง เลยถือโอกาสนี้สำทับใส่เพื่อนบ้านคนใหม่ไปอีกแรง
แต่แล้วจู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาขัดจังหวะ “คุณครูลู่กับเสี่ยวซู พวกคุณสองคนกังวลเกินไปแล้วมั้งคะ พี่ชายของภรรยาศาสตราจารย์ลั่วเขาบอกเองไม่ใช่เหรอว่าของส่วนใหญ่เป็นสินสอด”
หญิงอีกคนรีบผสมโรงทันที “ใช่ๆ ฉันก็ได้ยินมาชัดเต็มสองหูเลยนะ โทรทัศน์น่ะเป็นของขวัญแต่งงานที่พี่ชายเขามอบให้น้องสาว ส่วนจักรเย็บผ้ากับจักรยานเป็นของที่บ้านฝ่ายหญิงจัดมาให้เป็นสินสอด ตอนนั้นคุณครูลู่ไม่ได้ยินที่สหายทหารคนนั้นเขาพูดเหรอคะ”
ลู่ผิงถึงกับหน้าเจื่อน “แหม พวกเธอหูดีกันนักนี่ พอใจรึยัง!” ช่างหาเรื่องใส่ตัวกันจริง ไม่เหนื่อยหรือไงนะ
“คุณครูลู่จะพูดแบบนั้นได้ยังไงคะ พวกเราก็แค่พูดความจริง ในเมื่ออยู่บ้านพักข้าราชการเดียวกัน เป็นเพื่อนบ้านกันแท้ๆ ถ้าเกิดคนที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวมาได้ยินที่คุณพูดเข้า เขาอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าภรรยาของศาสตราจารย์ลั่วเป็นคนไม่รู้จักใช้เงินก็ได้นี่คะ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ ก็เท่ากับว่าคุณไปใส่ร้ายป้ายสีเขานะสิ”
คนที่สวนกลับก็คือผู้หญิงคนแรกที่เปิดประเด็นนั่นเอง พอได้ฟังดังนั้น สีหน้าของลู่ผิงก็ยิ่งบูดบึ้งเข้าไปใหญ่ “แล้วเครื่องซักผ้าล่ะ นั่นคงไม่ใช่สินสอดหรอกมั้ง”
หญิงคนนั้นรู้ทันความคิดของลู่ผิง เธอจึงกระตุกยิ้มที่มุมปาก “ไม่ใช่แล้วจะทำไมเหรอคะ ถึงเครื่องซักผ้าจะเป็นของชิ้นใหญ่ ราคาแพงก็จริง แต่ในบ้านพักของเรามีตั้งกี่หลังคาเรือน ถึงจะไม่ใช่ว่า 10 บ้านจะมีสัก 7-8 บ้านที่ซื้อ แต่ก็มีอย่างน้อย 2-3 บ้านล่ะน่าที่มี...อย่างบ้านของคุณเองก็...”
ยังไม่ทันที่เธอจะพูดจบประโยค ลู่ผิงก็รีบตัดบทขึ้นมาก่อน “โอ๊ย ฉันยอมแล้วจ้ะ ช่วยเงียบๆ กันหน่อยเถอะ สรุปว่าเป็นฉันเองที่หูไม่ดี ฟังไม่ได้ศัพท์ เกือบจะเข้าใจภรรยาของศาสตราจารย์ลั่วผิดไปว่าเป็นพวกชอบผลาญเงิน ฉันผิดเองแหละ”
ซูม่านซึ่งยืนอยู่ข้างๆ กลับไม่มีกะจิตกะใจจะฟังบทสนทนาของใครอีกต่อไป เธอฝืนยิ้มออกมาอย่างยากลำบาก ในอกรู้สึกจุกแน่นจนพูดไม่ออก
สินสอดเหรอ
ก็แค่แต่งงานกับพ่อม่ายเหมือนกัน ทำไมครอบครัวของเธอถึงไม่ยอมจัดของขวัญแต่งงานที่มันดูดีสมหน้าสมตากว่านี้ให้บ้าง
ถ้าจำไม่ผิด ครอบครัวเหวินมอบเงินค่าสินสอดให้บ้านเธอตั้ง 800 หยวนเต็มๆ แต่พ่อแม่...พ่อแม่ที่เฝ้าบอกว่ารักเธอนักหนากลับมอบแค่ผ้าห่ม 2 ผืนกับวิทยุ 1 เครื่อง พร้อมของจุกจิกอย่างกระจก กะละมัง และกระติกน้ำร้อนให้เป็นของติดตัวมา
ตอนนั้นเธอก็ไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่พอเอามาเทียบกับของเพื่อนบ้านข้างๆ แล้ว มันน่าอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
“ที่บ้านฉันยังมีธุระต้องทำ ขอตัวกลับก่อนนะคะ พี่ลู่ พวกพี่คุยกันต่อเถอะค่ะ”
ซูม่านรีบเก็บซ่อนความรู้สึก พยายามข่มใจที่กำลังปั่นป่วน แล้วหันหลังเดินกลับเข้าประตูบ้านของตัวเองไป
“ดูเหมือนเสี่ยวซูจะมีเรื่องในใจนะ” ใครคนหนึ่งเปรยขึ้นมาลอยๆ
แล้วพวกปากตลาดก็ไม่วายผสมโรง “มันจะแปลกอะไรล่ะ ถ้าเป็นฉันได้ยินว่าภรรยาของศาสตราจารย์ลั่วได้สินสอดมาเยอะขนาดนั้น ก็คงจะดีใจไม่ออกเหมือนกันนั่นแหละ”
“นั่นสิ อาจารย์เหวินกับศาสตราจารย์ลั่วต่างก็เป็นพ่อม่าย แต่งงานกับสาวๆ เหมือนกันทั้งคู่ แต่พอเทียบเรื่องสินสอดแล้ว เสี่ยวซูของบ้านอาจารย์เหวินนี่เทียบกับภรรยาของศาสตราจารย์ลั่วไม่ติดฝุ่นเลยจริงๆ”
“ว่าแต่ภรรยาของศาสตราจารย์ลั่วชื่ออะไรนะ มีใครรู้บ้างไหม”
“ชื่อเจียงหลีจ้ะ พอดีฉันเจอสหายฉีเมื่อวันก่อน เลยลองถามดู เขาบอกว่าชื่อเจียงหลี”
“เป็นชื่อที่น่ารักดีนะ เรียบง่าย แถมยังเรียกง่ายคล่องปากอีกด้วย”
[จบบท]