ถังหลินกับเลิ่งฮุ่ย สองแม่ลูกที่เคยต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดจากยุควันสิ้นโลกที่เต็มไปด้วยความหิวโหยและความหนาวเหน็บ เพียงแค่พวกเธอเผลอหลับไปตื่นหนึ่ง พอลืมตาขึ้นมาอีกที โชคชะตาก็พาพวกเธอย้อนเวลากลับมาโผล่ในช่วงทศวรรษที่ 1970 เสียแล้ว
สถานการณ์เริ่มต้นของชีวิตใหม่ไม่ได้สวยหรูอย่างที่คิด เพราะมันคือนาทีชีวิตที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย ความเป็นความตายอยู่ใกล้แค่เอื้อม และจำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดด่วนที่สุด
แต่ปัญหาก็คือย่าอย่าง เลิ่งผอจื่อ ดันเป็นคนขี้งกชนิดที่เห็นเงินสำคัญกว่าชีวิตคน ส่วนพ่ออย่าง เลิ่งหย่งคัง ก็กตัญญูแบบไม่ลืมหูลืมตา ไม่มีปากมีเสียงและไม่มีความคิดเป็นของตัวเองเลยสักนิด
ถึงจะเป็นแบบนั้นก็ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับ เลิ่งฮุ่ย เพื่อที่จะยื้อชีวิตแม่เอาไว้ เธอถึงกับยอมลงมือค้นตัว ยื้อแย่งเงินเก็บส่วนตัวที่เลิ่งผอจื่อซ่อนเอาไว้ในขอบกางเกงออกมาจ่ายค่ารักษาจนได้
ถ้าที่บ้านไม่ยอมให้ข้าวกิน พวกเธอก็แค่สะเดาะกุญแจเข้าไปหาของกินให้ท้องอิ่มก็สิ้นเรื่อง หรือถ้าไม่ยอมให้เงินใช้ ถังหลิน ก็แค่ประกาศบอกคนข้างนอกไปเลยว่าเธอเป็นหม้าย ส่วนในบ้านเธอก็สอนลูกสาวไปเลยว่าเลิ่งฮุ่ยมีแต่แม่เท่านั้น ส่วนพ่อน่ะตายไปแล้ว
พอมีเรื่องลูกพี่ลูกน้องพยายามจะมาแย่งคู่ดูตัว เลิ่งฮุ่ยก็แค่ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ
"ผู้ชายที่ใครมาแย่งไปได้ง่ายๆ ย่อมไม่ใช่ผู้ชายที่ดี ถ้าเป็นแบบนั้นก็ไม่จำเป็นต้องเสียดายหรอก ตัดทิ้งไปได้เลย"
ทางด้านครอบครัวบ้านรองที่จ้องจะฮุบสมบัติของพวกเธอราวกับแร้งทึ้ง ถังหลินก็ตอกกลับไปแบบเจ็บแสบ
"ทำตัวตะกละตะกลามน่าเกลียดขนาดนี้ ระวังจะสำลักความโลภตายเอานะ"
เมื่อต้องเจอกับพวกผู้ชายหัวโบราณคร่ำครึที่ยึดติดกับความคิดเดิมๆ ถังหลินก็เชิดหน้าใส่อย่างไม่แคร์
"ผู้ชายหล่อๆ ในโลกนี้มีเป็นล้าน ผู้หญิงเราก็มีมากมายมหาศาล ใครจะขาดใครไปก็ยังใช้ชีวิตอยู่ต่อได้เหมือนเดิมนั่นแหละ"
ใครต่อใครต่างพากันนินทาว่าถังหลินกับเลิ่งฮุ่ยเป็นแม่ลูกที่ทำตัวนอกคอก ไม่รู้จักหน้าที่ของกุลสตรีที่ดี แต่สองแม่ลูกกลับหัวเราะเยาะให้กับคำครหาเหล่านั้น ในเมื่ออุตส่าห์ได้มีโอกาสมาใช้ชีวิตในยุคนี้แล้ว เรื่องผู้ชายจะไปสำคัญกว่าหน้าที่การงานและการสร้างตัวได้ยังไง
หวังพึ่งภูเขา ภูเขาก็อาจถล่ม หวังพึ่งคนอื่น สักวันเขาก็อาจจะหนีหาย มีแต่การพึ่งพาตัวเองเท่านั้นที่มั่นคงและแน่นอนที่สุด